เรืองไกรสอบ 20 พท.ใช้สถานะสส.แทรกแซงตลก. จับตาชงศาลฏีกาหากผิด-ถูกถอดฝ่ายค้านสะเทือน

1038

จากที่วันนี้ 17 พฤษภาคม 2564  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ได้ออกมาเปิดเผยถึงการกลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้ลงชื่อในจดหมายถึงอธิบดีศาล อาจเข้าข่ายฝืนกฎหมายนั้น

ทั้งนี้นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 เว็บไซต์พรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่ข่าวและจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา โดยมีเนื้อหาในลักษณะที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 185(1) เพราะลงท้ายด้วยการใช้สถานะ ส.ส. รายละเอียดปรากฏตามข่าวในเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย กรณีข้อเท็จจริงของจดหมายดังกล่าว ถ้าย้อนไปดูกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้มูลนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ทำหนังสือในลักษณะแทรกแซงกระทรวงวัฒนธรรม จะเห็นว่า อาจมีลักษณะการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่คล้ายคลึงกัน

“การทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญาซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการ จึงอาจเข้าข่ายการใช้สถานะ ส.ส. ก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) และเป็นอำนาจของ ป.ป.ช ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234(1) ด้วย ทั้งนี้ตามแนวทางที่ ป.ป.ช. เคยชี้มูลกับนายสุเทพ มาก่อนแล้ว ความตามมาตรา 234(1) ซึ่งเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. นั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต้องทราบดีอยู่แล้ว เพราะเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ใช้มาตรา 234 ไปร้อง ป.ป.ช. กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เช่นกัน” นายเรืองไกร ระบุ

การทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา ของ ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย 20 คน ระบุไว้ชัดว่า ใช้สถานะ ส.ส. ในการทำจดหมายเปิดผนึก โดยเผยแพร่ในเว็บไซต์พรรคเพื่อไทยดังกล่าว จึงอาจเข้าลักษณะตามแนวทางที่ ป.ป.ช. เคยมีมติชี้มูลกับนายสุเทพ มาแล้ว แต่ที่แตกต่างคือ กรณีนายสุเทพนั้นรัฐธรรมนูญเดิมให้ส่งวุฒิสภาถอนถอน แต่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้พิจารณาพิพากษา เมื่อมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นตามแนวที่ ป.ป.ช. เคยชี้มูลมาแล้ว ดังนั้น เพื่อให้ ป.ป.ช. ได้ปฎิบัติตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรฐานที่เคยทำ จึงได้ส่งคำร้องถึง ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS ให้ทำการตรวจสอบต่อไป”

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 นายเรืองไกร ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้ชี้แจงเบื้องหลังการสลับชื่อ กรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เนื่องจากช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ค.ได้รับแจ้งว่าได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ 1 ใน 15 คนของพรรคเพื่อไทย แต่หลังจากนั้นกลับได้รับโทรศัพท์จากนาย ภ. มาร้องขอให้ไม่รับตำแหน่งกรรมาธิการ

“โดยให้เหตุผลว่าการจัดคนเป็นกรรมาธิการมีปัญหาไม่ลงตัว ขอให้ตนเองไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณในปีหน้า หรือเป็นอนุกรรมาธิการแทน แต่ก็ได้ปฏิเสธไป และเห็นว่าการสลับชื่อครั้งนี้หัวหน้าพรรคต้องรู้ดีว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะต้องเป็นผู้ลงนามในเอกสารเสนอสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อมามี ส.ส.ของพรรคมาสอบถามสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อ จึงเห็นว่าหัวหน้าพรรค และนาย ภ.ต้องอธิบายเหตุผลนี้”

นอกจากนี้ นายเรืองไกร ยังระบุในจดหมายด้วยว่า เสียความรู้สึกมาก และอดคิดไม่ได้ว่าผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาอธิบายเหตุผลอย่างเปิดเผยหากยังไม่มีความกระจ่างต่อไปก็คงไม่ต้องมีการแคร์กันอีก

นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 นายเรืองไกร ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้แจ้งลาออกเป็นหนังสือ โดยในหนังสืออ้างถึงข้อบังคับและกฎหมายพรรคการเมืองด้วย ต่อมาวันที่ 28 กันยายน มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีภาพผู้ร่วมประชุมปรากฏในสื่อต่างๆ

“จากการตรวจสอบภาพ และข่าวดังกล่าว พบว่า มีบุคคลที่มิได้เป็นกรรมการบริหารพรรค รวมอยู่ด้วย และเมื่อตรวจสอบข้อบังคับพรรคพท. พบว่า การประชุมกรรมการบริหารพรรค จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น กรณีที่เกิดขึ้น จึงมีเหตุที่ต้องร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า การประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 28 กันยายนชอบด้วยข้อบังคับ หรือไม่ หากไม่ชอบ ผลที่ตามมาจะทำให้การประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ชอบหรือไม่ ดังนั้น วันนี้ (8 ตุลาคม) ตนจึงได้ส่งคำร้องไปทางไปรษณีย์ เพื่อให้ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบต่อไป” นายเรืองไกร กล่าว

กระนั้นชื่อเสียงของนายเรืองไกร ที่ถึงกับได้รับฉายา แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ก็คือเมื่อปี 2551 ในยุครัฐบาลพรรคพลังประชาชน ได้ยื่นเอกสารต่อ ป.ป.ช. และ กกต. ให้ตรวจสอบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กรณีรับงานพิธีกรรายการโทรทัศน์ “ชิมไปบ่นไป” ของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ซึ่งเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาตรา 267โดยในวันที่ 9 กันยายน 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่านายสมัครกระทำการอันต้องห้ามจริง ส่งผลให้นายสมัครต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปทันที