สหรัฐลบโพสต์ทวิตเตอร์อินสตราแกรม?!?อิสราเอลถล่มสื่อในกาซ่า กลัวความจริงไล่ล่า รวมหัวก่ออาชญากรรมล้างเผ่าพันธุ์

598

ความจริงย่อมต้องเป็นความจริง แม้จะมีคนเดียวพูดในสังคมแล้วไม่มีใครเชื่อ ทำนองเดียวกัน ความเท็จก็คือความเท็จ แม้ว่าคนทั้งสังคมจะพูดขึ้นมาก็ตาม อย่างที่ตอนนี้ประเทศไทยกำลังถูกคุกคามด้วยกลุ่มคนไม่หวังดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีการแพร่ข่าวลวง ข่าวเท็จสร้างความสับสน หวาดวิตกในสังคมอย่างเป็นกระบวนการ เหตุการณ์ที่กำลังตึงเครียดที่ปาเลสไตน์และอิสราเอลก็เช่นกัน ความจริงกำลังไล่ล่ายิวไซออนนิสต์ทั้งสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล  การที่อเมริกาสนับสนุนอิสราเอลให้ปล้นแผ่นดินปาเลสไตน์ เป็นสิ่งที่โลกและประชาชนอเมริกันส่วนมากไม่รู้ ว่าผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแก่อิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไขคือรัฐบาลสหรัฐ เพราะสหรัฐฯใช้หน่วยงานซีไอเอควบคุมสื่อกระแสหลักของตนได้

เมื่อวานนี้ วันที่ 16 พ.ค.2564 นสพ.Business Standard ของอินเดีย เสนอข่าวว่า “องค์กรสื่อนานาชาติเรียกร้องให้อิสราเอล ชี้แจงการทำลายอาคารสำนักงานของสื่อต่างชาติหลายสำนักในฉนวนกาซา”  ทั้งสำนักข่าว AP สหรัฐอเมริกา สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์  และอื่นๆ แม้คนในอาคารจะอพยพออกมาอย่างปลอดภัย โดยกองทัพอิสราเอลประกาศเตือนตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2564 ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะยิงขีปนาวุธ 3 ลูกเข้าใส่อาคาร

แกรี พรุท (Gary Pruit) ประธานและซีอีโอของสำนักข่าว AP กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้โลกรู้น้อยลงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา ขณะนี้สำนักข่าวกับหาข้อมูลกับรัฐบาลอิสราเอลและติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ขณะที่ มอสเตฟา โซอัก (Mostefa Souag) รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ของสำนักข่าวอัลจาซีรา เรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม เป็นการส่งสัญญาณข่มขู่ชัดเจนไม่ให้สื่อมวลชนรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ขณะที่Instagram และTwitterของสหรัฐ ใช้เอไอไล่ลบโพสเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์โดยทำมึน อ้างว่าเกิดจากการผิดพลาดทางเทคนิค

ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในย่าน Sheikh Jarrah โพสต์ภาพที่พวกเขาโดนขับไล่ในโซเชียลมีเดีย และพวกเขาพบว่ารูปและวิดีโอโดนลบออกจาก Instagram และบัญชี Twitter ของชาวปาเลสไตน์บางรายถูกระงับ ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มออกมาตอบทีหลังว่าเป็นความผิดพลาดทางระบบอัตโนมัติ

Instagram และ Twitter กล่าวว่าบัญชีดังกล่าว “ถูกระงับเนื่องจากระบบอัตโนมัติของเราเกิดข้อผิดพลาด” และปัญหาได้รับการแก้ไขและคืนสถานะเนื้อหาแล้ว “เราเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่ในโคลอมเบีย, เยรูซาเล็มตะวันออกและชุมชนพื้นเมืองที่รู้สึกว่านี่เป็นการปิดกั้นเสียงและเรื่องราวของพวกเขาโดยเจตนา ซึ่งนั่นไม่ใช่เจตนาของเราแต่อย่างใด” Instagram กล่าว

7amleh, Access Now และกลุ่มสิทธิทางดิจิทัลอื่นๆ รวมตัวเรียกร้องให้โซเชียลมีเดีย ใช้นโยบายการกลั่นกรองเนื้อหาที่โปร่งใส และการอ้างว่าเป็นความผิดพลาดเชิงเทคนิคนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้อีกต่อไป

มาดูความจริง ที่กำลังไล่ล่าสหรัฐ-ยิวไซออนนิสต์

แม้จะมีความพยายามปิดกั้นข้อมูลข้อเท็จจริง ที่อิสราเอลกระทำต่อชาวปาเลสไตน์อย่างโหดร้ายผิดกฎหมายสากลและผิดจริยธรรม ด้วยการไขสือปิดโซเชียลมีเดีย แจกระเบิดให้สำนักข่าว แต่ยังมีสำนักข่าวของรัสเซียที่เกาะติดรายงาน เหตุการณ์ได้ทันเหตุการณ์ไม่น้อยคือ รัสเซียทูเดย์ และสปุ๊ตนิค นอกจากนี้ยังมีสำนักข่าวของฝรั่งเศสและอินเดียที่เกาะติดไม่ปล่อยต่อเนื่องมาตั้งแต่เกิดเหตุ และค่อนข้างรายงานให้เห็นการกระทำของทั้งสองฝ่าย และผลกระทบกับประชาชนทั้งผู้หญิงและเด็ก ที่ต้องรับผลกับสงครามแย่งชิงครั้งนี้

ท่ามกลางความตึงเครียดของการรบในแผ่นดินปาเลสไตน์-อิสราเอล ที่สหรัฐอเมริกาสส.และสว.อเมริกันจากพรรคเดโมแครตบางส่วนพากันเปิดโปง คัดค้านนโยบายสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนรัฐบาลอิสราเอลให้ปล้นประเทศชาวปาเลสไตน์ และทำให้ประชาชนปาเลสไตน์บาดเจ็บล้มตายกันจำนวนมาก ว่า

สหรัฐอเมริกาบริจาคเงินจากภาษีอากรของคนอเมริกันให้อิสราเอล เพื่อช่วยเหลือทางทหารแบบกินเปล่า ประมาณ 3.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี ตกวันละ 10,400,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และอิสราเอลเอาไปจัดหาอาวุธมาละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวปาเลสไตน์ ซีเรียและเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตหลายคนได้กล่าวต่อต้านการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯที่มีต่ออิสราเอล และเรียกร้องให้มีการปกป้องสิทธิของชาวปาเลสไตน์ ซึ่งตรงกันข้ามกับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันส่วนใหญ่ ที่แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่

ในการกล่าวสุนทรพจน์อย่างสะเทือนอารมณ์ สส.ราชิดา ตลาอิบ (Rashida Tlaib) วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโจ ไบเดนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ ที่แถลงการณ์สนับสนุนอิสราเอลโดยไม่ยอมรับ สิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์

ตลาอิบกล่าวว่า “ไม่มีการรับรู้ถึงการโจมตีครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกฉุดกระชากออกจากบ้านของตัวเอง  ไม่มีการกล่าวถึงเด็กที่ถูกควบคุมตัวหรือถูกฆาตกรรม ไม่ยอมรับว่ามีการรณรงค์การคุกคามและความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่องโดยตำรวจอิสราเอลต่อผู้นมัสการที่คุกเข่าอธิษฐานและเฉลิมฉลองวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของพวกเขา ไม่มีการกล่าวถึง มัสยิดอัล-อิอักซอที่ถูกล้อมรอบไปด้วยการปราบปรามด้วยความรุนแรง แก๊สน้ำตาในขณะที่ผู้คนสวดอ้อนวอน”

สส.อยันนา เพรสเลย์ (Ayanna Pressley) กล่าวว่า“ เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้เมื่อรัฐบาลของเราส่งเงินช่วยเหลือทางทหารจำนวน 3.8 พันล้านดอลลาร์ให้กับอิสราเอลซึ่งใช้ในการรื้อถอนบ้านของชาวปาเลสไตน์ขังเด็กชาวปาเลสไตน์ งบประมาณคือภาพสะท้อนของคุณค่าของเรา”

สส.อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ- คอร์เตซ พรรคเดโมแครต เรียกอิสราเอลว่า   “รัฐแห่งการแบ่งแยกสีผิว”

วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์สแห่งพรรคเดโมแครตเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ New York Times เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.คง2564 ว่า “เราไม่สามารถเป็นผู้ขอโทษแทนรัฐบาลเนทันยาฮูฝ่ายขวาจัด และพฤติกรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและเหยียดผิวได้อีกต่อไป” 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวอัลจาซิราเปิดเผยผลการโจมตีของอิสราเอลได้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 192 คนรวมทั้งเด็กอย่างน้อย 58 คนในฉนวนกาซา ขณะที่อิสราเอลเสียชีวิต 12 ราย นับตั้งแต่การโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.2564 ในเขตเวสต์แบงก์กองกำลังทหารอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วอย่างน้อย 13 คนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค.2564