กองทัพอิสราเอลประกาศถล่มฮามาส?!?บุกฉนวนกาซาทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน UNSC ร้องหยุดยิงสหรัฐขวาง รัสเซียนำทีมห้ามศึก

1237

อิสราเอลประกาศปูพรมต่อ ทั้งถล่มทางอากาศด้วยสารเคมี เปิดทางบุกภาคพื้นดิน แต่ไม่มีสื่อตะวันตกของสหรัฐและอังกฤษฉบับไหนแจ้งข่าวการใช้ระเบิดสารเคมี มีแต่สื่อสายรัสเซีย-ฝรั่งเศส-สื่อท้องถิ่นตะวันออกกลาง ที่รายงาน ส่วนสื่อบริวารสหรัฐสร้างภาพให้ปาเลสไตน์คือผู้ก่อการร้าย แต่อิสราเอลปกป้องอธิปไตย โดยแกล้งลืมว่าดินแดนที่อิสราเอลยึดมาคือบ้านของชาวปาเลสไตน์ ประชาชนปาเลสไตน์ถูกเข่นฆ่า ขับไล่รายวันมาตั้งแต่สหประชาชาติรับรองให้อิสราเอลยึดดินแดนบางส่วนของปาเลสไตน์(Two-state solution) แค่นั้นไม่เคยพอ ความพยายามยึดแผ่นดินปาเลสไตน์ทั้งหมดยังดำเนินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยสื่อบริวารสหรัฐทั้งหลายรูดซิปปากเงียบเฉย จุดแตกหักคือเดือนรอมอฎอนล่าสุด ที่ยิวขวาจัดในอิสราเอล จัดฉลองวันแห่งชัยชนะยึดดินแดนปาเลสไตน์มาได้ และทางการอิสราเอลถือโอกาสปราบขับไล่มุสลิมที่มาละหมาดที่มัสยิดอัล-อักซอ เกิดบาดเจ็บกว่า 700 คนในนั้นบาดเจ็บสาหัสกว่า 150 ราย การรุมทำร้ายมุสลิมอิสราเอล เป็นไปอย่างกว้างขวางอหังกา

 

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่า พ.ท.โจนาธาน คอนริคัส โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) กล่าวว่าคณะเสนาธิการกำลังประเมินความเป็นไปได้ และเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดิน “อย่างเป็นทางการ” ในฉนวนกาซา ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทุกนายของไอดีเอฟมีความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อปกป้องอธิปไตยของอิสราเอล และคุ้มครองพลเรือน

การนำทหารบุกเข้าไปในฉนวนการซ่าคือการปกป้องอธิปไตยของอิสราเอลตรงไหนมันคือการรุกราน เพื่อยึดดินแดนหรือไม่? พฤติกรรมไม่ต่างจากที่สหรัฐใช้อ้างบุกลิเบีย ซีเรีย อาฟกานิสถาน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ทุกวันฝูงเครื่องบินรบของไอดีเอฟ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเนื่องมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 พ.ค.2564 อ้างโจมตีศูนย์บัญชาการหลายแห่งของกลุ่มฮามาส โดยถล่มอาคารบ้านเรือนหลายแห่งพังราบเป็นหน้ากอง ไม่สนใจว่าประชาชนปาเลสไตน์จะเป็นตายอย่างไร ที่สำคัญไม่มีสื่อตะวันตกฉบับไหนกล่าวถึง การถล่มปาเลสไตน์ด้วยระเบิดเคมีฟอสฟอรัส ผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม พฤติกรรมล้างเผ่าพันธุ์เป็นอาชากรรมสงครามที่สื่อตะวันตกไม่ละอายใจ ที่จะปกปิดบิดเบือนความจริงตรงหน้า  และเป็นใจให้อิสราเอลทำลายล้างชาวปาเลสไตน์อย่างโหดเหี้ยม

ขณะที่กลุ่มฮามาสยิงจรวดชุดใหญ่ใส่อิสราเอลนับร้อยลูกเช่นกัน เจาะทะลุระบบไอออน โดม ป้องกันภัยทางอากาศที่อิสราเอลซื้อมาจากสหรัฐ มีจรวดตกใส่เขตที่อยู่อาศัยในกรุงเทลอาวีฟและบริเวณใกล้เคียง มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอิสราเอลอย่างน้อย 8 คน ขณะอิสราเอลว่าฮามาสระดมโจมตีด้วยจรวดนับร้อย แต่รายงานล่าสุดจากทางการปาเลสไตน์ มีผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์กว่า 100 รายดับสังเวยบินรบปูพรมรวมเด็ก 17 รายและสตรีอีกหลายคนบาดเจ็บกว่า 487 คน

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำทั่วโลกวิตกหนักว่าจะบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC ได้เตรียมออกแถลงการณ์ ปมความรุนแรงที่ฉนวนกาซาแต่สหรัฐใช้สิทธิ์ วีโต้ ไม่เห็นด้วย

โดย UNSC ได้จัดประชุมฉุกเฉินร่วมกันเป็นการภายใน เมื่อวันพุธที่ 12 พ.ค.2564 เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงครั้งใหม่ในฉนวนกาซา ที่อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสสู้รบกันอย่างดุเดือดตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ ส่งผลให้สูญเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายและบ้านเมืองพังทลาย ส่อลุกลามบานปลายได้

 

 ทั้งนี้ แหล่งข่าวด้านการทูตหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า สมาชิก 14 ประเทศจากทั้งหมด 15 ประเทศ เห็นชอบการออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “เรียกร้องให้มีการลดระดับความรุนแรงทั้งสองฝ่าย” ซึ่งเสนอโดยตูนิเซีย นอร์เวย์ และจีนแต่สหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของUNSC คัดค้านการเผยแพร่แถลงการณ์ โดยให้เหตุผลว่า การออกแถลงการณ์ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นและไม่สร้างสรรค์

ช่างแตกต่างกับกรณีเมียนมา ที่สหรัฐและชาติตะวันตกกระเหี้ยนกระหือรือ ทั้งประณาม คว่ำบาตรและถึงขั้นจะจัดกองกำลังนานาชาติบุกเข้าเมียนมา อ้างปราบโหดร้ายทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่สำเร็จเพราะรัสเซีย-จีน-อินเดียขวาง

ขณะที่ผู้แทนของปาเลสไตน์เรียกร้องUNSCจัดการประชุมครั้งใหม่ “แบบสาธารณะ” ซึ่งสหรัฐไม่ได้ขัดขวาง และมีการคาดหมายว่า น่าจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.นี้ กำกับดูแลโดยจีนในฐานะประธานหมุนเวียนของUNSCประจำเดือน พ.ค.2564 นอกจากนี้รัสเซียได้เสนอให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสหรัฐ อียู อิสราเอล-ฮามาสและUNSC เปิดโต๊ะเจรจาในพื้นที่

ทั้งนี้สมาชิกUNSCจากทวีปยุโรป นำโดยฝรั่งเศสซึ่งเป็นสมาชิกถาวร ร่วมด้วยนอร์เวย์ เอสโตเรีย และไอร์แลนด์ ร่วมกันออกแถลงการณ์แยกต่างหาก ประณามทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสซึ่งใช้ความรุนแรงต่อกัน จนพลเรือนของทั้งสองฝ่ายต้องเป็นผู้รับผลกระทบ และขอเรียกร้องให้ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยุติการสู้รบครั้งนี้ทันที

ขณะที่นายอิสมาอิล ฮานิเยาะห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส กล่าวว่า การต่อสู้กับ “ศัตรูตัวฉกาจ” ในครั้งนี้ยากจะคลี่คลาย และกลุ่มฮามาสจะไม่มีทางเป็นฝ่ายอ่อนข้อ จนกว่า “ไซออนนิสต์อิสราเอล” จะยุติการก่อการร้ายที่มัสยิดอัล-อักซอ ในเขตเมืองเก่าของนครเยรูซาเลม และล้มเลิกความพยายามขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากเขตชีค จาร์ราห์ ในนครเยรูซาเล