แกะรอยเพื่อไทย ภารกิจเจ๊สั่งเท?!? เปิดไทม์ไลน์ วันโหนม็อบ:วันถอยจากม็อบ???

4494

จากที่นักการเมืองฝ่ายค้าน ออกมาปฏิเสธเข้าร่วมม็อบ โดยบอกว่าแค่มาเก็บข้อมูลและสังเกตสถานการณ์ ทั้งยังย้ำชัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อหาบนเวทีที่ผู้ชุมนุมจะปราศรัยในค่ำคืนวันที่ 19 กันยา ณ ท้องสนามหลวง ขณะที่มีอีกกระแสหนึ่งบอกว่างานนี้มีเท จากเจ๊ใหญ่เพราะห่วงเรื่องการจาบจ้วงสถาบัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเทม็อบ???

19 ก.ย.63 ที่เต็นท์ของคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุม ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม สนามหลวง ปรากฏภาพนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานฯ ได้นั่งแถลงผลที่ออกไปสำรวจตามจุดต่างๆ ของการชุมนุม ทั้งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณคลองหลอด  โดยตนเริ่มผิดสังเกตตั้งเวลา 10.00 น. มีผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเข้าพื้นที่

“ช่วงประมาณ 13.30 น. ทีมงานของเราประมาณการมีผู้ชุมนุมราว 15,000-20,000 คน” นายสมคิด ระบุ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงหลายฝ่ายเป็นห่วงเกี่ยวกับเนื้อหาก้าวล่วงสถาบันบนเวทีปราศรัย นายสมคิด ตอบว่า ตนไม่ก้าวล่วงเพราะไม่ใช่หน้าที่  ไม่ขอเข้าร่วมผู้ชุมนุม  เราทำหน้าที่เพียงเก็บข้อมูล ส่วนเวทีกับเนื้อหาชุมนุมเป็นสิทธิของผู้ปราศรัย

และเมื่อถามต่อว่าพรุ่งนี้(20ก.ย.63) จะมีการเคลื่อนม็อบ คณะทำงานจะตามไปด้วยหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เราจะยังอยู่ที่นี่ก่อน ไม่เคลื่อนไปตามม็อบ และขอประเมินสถานการณ์คืนนี้ก่อน

ต่อมาช่วงค่ำ(19ก.ย.) กลับมีรายงานจากแหล่งข่าว เปิดเผยออกมาว่า แกนนำหลัก เจ๊ใหญ่แห่งพรรคเพื่อไทย สั่งไม่ให้ ส.ส. เข้าไปยุ่งวุ่นวายยุ่งเกี่ยวกับม็อบเยาวชนฯ เพราะเกรงว่าจะมีมลทิน และทำให้อาจนำไปสู่การถูกยุบพรรคการเมืองได้นั้น

“เนื่องจากอาจจะเป็นการเข้าไปเหมือนสนับสนุนม็อบเยาวชนปลดแอก ที่วงในบอกมาว่า อาจมีการพูดถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อน หรือมีการใช้คำพูดหรือปราศรัยโดยการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงของสังคมไทย โดยทางพรรคสามารถให้เข้าไปดูแลการชุมนุมได้ แต่ต้องอ้างว่า เข้าไปเก็บข้อมูล และสังเกตการณ์ทางการเมืองเท่านั้น เพื่อไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุม หากเกิดมีผลกระทบตามมา” แหล่งข่าวระบุ

เช้าวันรุ่งขึ้น 20 ก.ย.63 นายสมคิด เชื้อคง ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการชุมนุมกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ออกมาชี้แจงถึงการยุบเต็นท์คณะทำงานไม่ร่วมสังเกตการณ์การเดินขบวนของกลุ่มนักศึกษา ในวันที่ 20ก.ย.ว่า

“เนื่องจากภารกิจของคณะทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. ที่ได้รวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว พบว่าไม่มีการคุกคามประชาชน รวมถึงข้อเสนอเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ และการยุบสภาในการชุมนุมก็ได้รวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว จึงเห็นว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนขบวนของกลุ่มนักศึกษาเช้าวันที่ 20ก.ย. ให้เป็นเรื่องของกลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการเอง จึงไม่มีส.ส.เพื่อไทยไปร่วมสังเกตการณ์วันดังกล่าว” นายสมคิด ระบุ

หากจะถามว่า คำพูดของนายสมคิด เท็จจริงอย่างไร ต่อกระแสข่าวที่โหมตลอดตั้งแต่วันที่ 19 กันยาน 2563 ช่วงเย็นๆ ที่มีรายงานถึงเจ๊ได้สั่งการผ่านส.ส.ใกล้ชิด ให้พรรคเพื่อไทยถอยห่างออกมาจากม็อบ ซึ่งเรื่องราวระหว่างพรรคเพื่อไทยกับม็อบปลดแอก มีห้วงเวลาความสัมพันธ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และอาจพอจะเป็นเชื้อต่อคำตอบที่ว่า งานนี้มีเทหรือไม่!?!

17 ก.ย.63 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน อ่านแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเห็นว่า การแสดงออกและการเรียกร้องของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ถูกต้องและสามารถกระทำได้ รัฐบาลต้องคุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้การแสดงออกดังกล่าวเป็นไปได้อย่างเสรี และต้องเปิดพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยในการแสดงออกของประชาชน

18 ก.ย.63 ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน แถลงถึงการชุมนุมวันที่19ก.ย. ทางคณะทำงานฯได้รวบรวมอาสาสมัคร ได้แก่ ส.ส.กทม. ส.ส.ทางภาคอีสาน ผู้ช่วยส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และผู้สนใจ รวมถึงส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านบางส่วน จะจัดตั้งเต็นท์ศูนย์อำนวยการติดตามการชุมนุม ที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ใกล้กับสนามหลวง เพื่อคอยประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงแถลงข่าวรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 11.00น. 14.00น. และ16.00น. โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ทางเต็นท์ศูนย์อำนวยการฯ ยังได้จัดเตรียมเอกสารสำหรับการประกันตัวนิสิต นักศึกษา หากถูกดำเนินคดี โดยมีหลักการคือจะต้องเป็นนิสิต นักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในที่ชุมนุม หรือกรณีที่หากถูกดำเนินคดีแล้วไม่มีผู้ปกครองหรือครูอาจารย์มาช่วยเหลือ เราก็จะรับดำเนินการ

16 ส.ค.63 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและคนใกล้ชิดคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นายสมคิด นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค นายสุรชาติ เทียนทอง รองเลขาธิการพรรค และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยและอีกหนึ่งคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์  ร่วมกันแถลงข่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน

โดย น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน โดยมอบหมายให้นายสมคิด เป็นประธานคณะทำงาน ซึ่งภารกิจของคณะทำงานในวันนี้ไปตั้งโต๊ะสังเกตการณ์ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งหากผู้ชุมนุม นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือ ประชาชนโดนคุกคาม หรือมีปัญหาโดนละเมิดสิทธิ สามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้ที่โต๊ะสังเกตการณ์ หรือผ่านอินบ็อกซ์ทางแฟนเพจพรรคเพื่อไทย พร้อมรับทราบข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน นายสมคิด กล่าวว่า เมื่อคณะทำงานได้แจ้งว่าจะมีการชุมนุมก็จะเข้าไปดูแลการชุมนุมในทุกพื้นที่ โดยจะเป็นการทำภายใต้กติกาของสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง จะมี ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยจะไปรออำนวยความสะดวกและประสานให้ความช่วยเหลืออยู่ในจุดที่มีผู้ชุมนุม จากนั้นจะแจ้งสถานการณ์เข้ามาที่คณะทำงานต่อไป

14 ส.ค.63 ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวว่า นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ลงนามมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมกับ ส.ส.เพื่อไทยทั้งสิ้น 32คน ให้มาดูแลการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา

“ครั้งนี้เราตั้งใจ เพราะหากไปลอยๆ เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง จึงตั้งผู้แทนพรรคในนาม กมธ.ปกครอง เพื่อให้ ส.ส.เข้าไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ถูกต้องตามกฎหมาย ตนยังให้ ส.ส.ทุกคนทำหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ หรือนักศึกษาถูกจับกุม จะสามารถเข้าประกันตัวได้ทันที” นายสมคิด กล่าว

เมื่อถามว่าหากการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาปราศรัยพาดพิงสถาบันฯจะส่งผลกระทบมาถึง ส.ส.ด้วยหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบ เพราะใครพูดอะไรย่อมเป็นเรื่องของเขา แต่หน้าที่ของเราเพียงแค่เข้าไปช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย ไปสังเกตการณ์แล้วแจ้งกลับมายังคณะทำงานที่ตนเป็นประธาน

นั่นคือช่วงเวลาการเข้าไปมีส่วนร่วมกับม็อบปลดแอกของพรรคเพื่อไทย ที่เห็นตัวละครเด่นชัด ผ่านนายสมคิด น.อ.อนุดิษฐ์ นายอนุสรณ์ รวมทั้งนายการุณ ทำให้น่าสนใจว่าทำไมต้องเป็นบุคคลเหล่านี้ ทำไมต้องเป็นส.ส.กทม.???

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 32 ส.ส.นั้น ประกอบไปด้วย 1. นายสมคิด เชื้อคง 2. นายเกรียง กัลป์ตินันท์ 3. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 4. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ 5. นายการุณ โหสกุล 6. นางสมหญิง บัวบุตร 7. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ 8. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ 9. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ 10. นายรัฐกิตต์ ผาลีพัฒน์ 11. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช 12. นายดะนัย มะหิพันธ์ 13. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ 14. นายบุญแก้ว สมวงศ์ 15. นายธนกร ไชยกุล 16. น.ส.ชนก จันทาทอง

17.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ 18. นายภาควัต ศรีสุรพล 19. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ 20. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี 21. น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ 22. นายองอาจ วงษ์ประยูร 23. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ 24. นายวัน อยู่บำรุง 25. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง 26. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ 27. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา 28. นายจิรทัศ ไกรเดชา 29. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม 30. นายวันนิวัติ สมบูรณ์ 31. น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดีและ 32. น.ส.จิราพร สินธุไพร

14 ส.ค.63 วันเดียวกันนี้ ปรากฏว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ขอส่งสารถึงรัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับนิสิตนักศึกษาเด็ดขาด และหยุดการคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมขอโทษและเสียใจกรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ แต่มาจากความรู้สึกห่วงใยอย่างยิ่ง

ดิฉันขอยืนยันและสนับสนุนการมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนิสิต นักศึกษา และเคารพความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่เสมอมา สนับสนุนข้อเสนอทั้ง 3 ประการ ที่นักศึกษาได้เรียกร้องตลอดมา คือ หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ ทางออกเดียวเวลานี้ของรัฐบาล คือ ต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ

สุดท้าย ที่ดิฉันได้แสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้ มาจากความรู้สึกที่ห่วงใยอย่างยิ่ง ต่อความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา เพราะเผด็จการอาจจะนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง จนเกิดความสูญเสียกับประชาชนได้ หากสิ่งที่ได้สื่อสารไป ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ดิฉันรู้สึกเสียใจ และต้องขอโทษอย่างยิ่ง”

11 ส.ค.63 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับการแถลงของคุณหญิงสุดารัตน์ การปราศรัยของเราเป็นไปตามหลักเสรีภาพ ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่มีคำใดเลยเป็นความเท็จ เป็นความจริงว่าด้วยปัญหาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่กล้าพูดถึงแต่ซุกไว้ใต้พรมมาตลอด ดังนั้น อย่าสั่งสอนห้ามปรามเราเมื่อเราลุกขึ้นมาพูดความจริงเลยครับ

ในทางตรงกันข้าม ผมขอเรียกร้องให้นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นมาพูดสิ่งที่เราเรียกร้องกลางสภา เราจะได้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กันสักที นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฏร ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย

ถามว่าก่อนหน้านี้คุณหญิงสุดารัตน์ ไปโพสต์อะไร พูดถึงม็อบในลักษณะไหน จึงถึงกับต้องออกมาขอโทษ ทั้งยังโดนคนรุ่นลูกรุ่นหลานกระทำด้วยคำพูดเช่นนั้น!!!

11 ส.ค.63 คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปราศรัยจาบจ้วงสถาบัน ว่า ตลอดชีวิตการทำงานการเมืองของตน มีจุดยืนเดียวมาตลอด คือ การทำงานการเมืองภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ตนเห็นด้วยกับการต่อสู้กับเผด็จการที่บริหารประเทศล้มเหลว ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ทุกข์ยาก ตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชน ที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน เพราะถือเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุผล และอยู่ในวิสัยที่ทุกฝ่ายจะแสวงหาความร่วมมือกันได้ แต่ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนอาจเป็นเหตุของการยึดอำนาจอีกครั้ง” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

นั่นคือทั้งหมดในความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ต่อการชุมนุมของม็อบปลดแอก จากช่วงแรกๆที่มีท่าทีสนับสนุนจนถูกครหาว่าออกมาโหน เกาะกระแสม็อบ กระทั่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เทม็อบ โดยคำสั่งจากเจ๊ใหญ่คนหนึ่งผ่านคนใกล้ชิด เพราะเกรงว่าพรรคจะเข้าไปเกี่ยวข้องเมื่อแกนนำม็อบหลายคนปราศรัยจาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบัน เพราะนั่นไม่ส่งผลดีต่อพรรค ในขณะที่อีกสาเหตุหนึ่งที่พูดกันหนาหูถึงการสั่งถอยออกมาก็คือ กระแสของม็อบไม่ดี คนเข้าร่วมชุมนุมไม่มากอย่างที่คาดหวัง จึงมีคำประกาศิตไม่ให้ส.ส.ของพรรคเข้าไปยุ่ง ซึ่งการเข้าไปตั้งเต็นท์ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าแกล้งสร้างภาพให้เห็นเท่านั้น??? ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยในส.ส.บางกลุ่มไม่สนับสนุนพวกจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันก็ถิือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทำลงไปเพราะต้องการเพียงโหนกระแสม็อบอันนี้อย่าแขยง สมควรที่จะถูกตำหนิและรับก้อนอิฐ!!!

นี่ยังไม่รวมที่นายวัน อยู่บำรุง โพสต์เมื่อวันที่ 19 กันยายน ระบุเวลา 20:22 น. โดยมีข้อความว่า

ส.ส.ฝ่ายค้านอีกหลายคนที่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมก็เพราะอาจติดงาน ภารกิจส่วนตัว ป่วย หรืออื่นๆไม่ใช่ว่าเขาไม่รักประชาธิปไตย

ถ้าเขาไม่รักประชาธิปไตยเขาขายตัวไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามแล้ว!!!!อย่ามาปั่นอย่ามาเสี้ยมให้ทะเลาะกัน #ไปก็โดนด่าไม่ไปก็โดนด่า ปล.ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกๆท่าน

รวมทั้งนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีคดีตามความผิดมาตรา112 ที่โพสต์ข้อความว่า

นักการเมืองไทยทุกคน มึ…ไปเอาปี๊ปมาคลุมหัว ค่ะ ดิชั้นหมายรวมหมด มึ…จะเป็นติ่งแม้ว ติ่งส้ม ติ่งแต…อะไรก็ตาม พวกมึ…ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม รู้ทั้งรู้ว่าสถาบันกษัตริย์คือต้นตอของปัญหาในประเทศนี้ ตัวเองรับอาสาประชาชนเพื่อมาแก้ปัญหา แต่เมื่อได้อาณัติประชาชน กลับบิดเบือน แถไถ อ้างสารพัดว่าจะถูกกำจัด ดูสิ ขนาดไม่พูดเรื่องเจ้าเค้ายังยุบพรรค อีด… ไม่มีจุดยืนแบบนั้น ยุบหรือไม่ยุบพรรคก็ไม่มีประโยชน์ห่..อะไร ที่โมโหเบอร์นี้เพราะว่า ที่ผ่านมาคนพวกนี้เล่นจำอวด พอมาวันนี้ นักศึกษาแม่…กล้าหาญมากๆ ไปฟังที่รุ้งพูด นักการเมืองอย่างพวกมึ…ไม่มีปัญญาและความกล้าหาญแบบเค้า แถมวันนี้ยังเป็นเหลือบไรมาเกาะกินความกล้าหาญของนักศึกษา