แฉยับ “รุ้ง ปนัสยา” ฝ่าฝืนกักตัว แค่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม หรือ “จงใจแพร่เชื้อโควิด!?”

3450

เตรียมรับมือ คัตเตอร์ศาลอาญา!? แฉยับ “รุ้ง ปนัสยา” ฝ่าฝืนกักตัว แค่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม หรือ “จงใจแพร่เชื้อโควิด”

สืบเนื่องจาก ในวันที่ 12 พ.ค.64 ทางด้านของ “ปนัสยา สิทธิจิระวัฒนากุล” หรือ “รุ้ง” แกนนำราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนนั้นติดโควิด หลังจากได้รับการประกันตัวออกมาจากเรือนจำ โดยผลเป็นบวก

โดยทางด้านของ รุ้งได้อ้างว่าไม่ทราบว่าตนเองนั้นมีการติดเชื้อ เนื่องจากไม่มีอาการใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามีอาการติดโควิด โดยการตรวจครั้งสุดท้ายของ “รุ้ง” คือเมื่อวันที่ 22 เม.ย.64 และเพิ่งได้รับทราบผลว่าติดโควิด เมื่อวันที่ 11 พ.ค.64 เวลาประมาณ 20.30 น.

ซึ่งทางด้านของ รุ้ง ได้เปิดเผย timeline ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พ.ค.-11 พ.ค.64 แต่ที่น่าจับตามองที่สุดเห็นทีจะเป็นในวันที่ 6 พ.ค. และ 11 พ.ค.64 ที่ได้มีการแจ้งสถานที่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลอาญารัชดา โรงพยาบาลพระราม9 และ ไปบริเวณหน้าเรือนจำ ช่วงเวลา 18.30-20.30

ทั้งนี้ในขณะที่ รุ้ง ไปในสถานที่ ที่ได้มีการแจ้งไว้นั้น มีการรวมตัวชุมนุมอยู่ทั้ง 2 ครั้ง และมีประชาชนจำนวนมาก ได้เข้าใกล้ชิดกับทางด้านของ รุ้ง บางคนมีการโอบกอด และที่สำคัญคือ มีคนจำนวนมาก ไม่ได้สวมใส่แมส ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่เชื้อโควิด ในรูปแบบคัตเตอร์ศาลอาญา

และที่น่าสนใจเข้าไปใหญ่ และทำให้ทราบว่ารุ้งได้มีการปกปิดข้อเท็จจริงก็คือ ที่รุ้งแจ้งบนเฟสบุ๊คส่วนตัวนั้น ได้มีการตรวจโควิดและรอผลในวันที่ 5 พ.ค.64 ซึ่งเป็นวันที่เตรียมตัวขึ้นศาลฯเพื่อไต่สวนคดี โดยได้โพสต์ว่า

“หนูต้องขออภัยทุกคนจริงๆ นะคะ ที่อาจทำให้คนที่มาเจอหนูเกิดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เพราะหนูเองไม่คิดว่าจะติดเชื้อใดๆ เนื่องจากตรวจครั้งล่าสุดคือวันที่ 22 เมษา 64 และไม่มีอาการใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามีอาการติดโควิด และเมื่อวันที่ 6 พ.ค. วันที่ออกมาหนูได้พยายามจะตรวจหาเชื้อแล้วแต่ทางรพ.ที่เราไปไม่ได้ให้ตรวจเนื่องจากไม่มีอาการและไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หนูต้องขอโทษทุกคนอีกครั้งจริงๆ ค่ะ”

แสดงว่ารุ้งต้องรู้ตัวอยู่แล้วว่า ตนเป็นเป็นกลุ่มเสี่ยง หลังออกจากเรือนจำ จำเป็นที่จะต้องทำการกักตัว แต่เลือกที่จะฝ่าฝืน ไม่ปฎิบัติตาม มีการตรวจในวันที่ 5 พ.ค.64 รุ้ง ก็ต้องทำการกักตัวเพื่อรอผล จึงอาจเป็นเหตุให้ต้องปกปิด เพื่อที่จะออกมาเคลื่อนไหว ในวันไต่สวน เพนกวิน ได้ เท่ากับว่า รุ้ง มีการฝ่าฝืนการกักตัว ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย