ศาลยธ.แจงแล้ว! เพนกวินท้าทายเหิมทันทีหลังปล่อยตัว!ปชช.สงสัยทำผิดเงื่อนไขประกัน

1049

จากกรณีศาลอนุญาตประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” แกนนำกลุ่มราษฎร กับ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ “แอมมี่” เดอะบอตทอมบูลส์  ศิลปินกลุ่มราษฎร กรณีถูกขังไม่ได้ประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎรนั้น

ทั้งนี้โดยการปล่อยตัวชั่วคราว มีเงื่อนไข ห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ให้มาศาลตามกำหนดนัด พร้อมแต่งตั้งผู้กำกับดูแลจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข

ต่อมาในช่วงค่ำของวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 หลังนายพริษฐ์ ได้รับการประกันตัว ก็ได้ขึ้นรถตู้โรงพยาบาลวิภาวดี ออกมาจาก โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อไปดูแลรักษาร่างกายที่โรงพยาบาลวิภาวดี  โดยนายพริษฐ์ ได้สวมเสื้อยืดสีขาว เขียนข้อความด้วยปากกาว่า ยกเลิก112 ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเปิดกระจกรถชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ให้กับประชาชนที่มารอคอย ก่อนเดินทางออกไปทันที

ล่าสุดเช้าวันนี้ 12 พฤษภาคม 2564 เฟซบุ๊ก สื่อศาล ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการให้ประกันตัวเพนกวิน และแอมมี่ พร้อมชี้แจง และอธิบายถึงการกำกับดูแลผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปว่า

การ “กำกับดูแล” ถูกกล่าวถึงอีกครั้งในคำสั่งศาลอาญาที่ให้ประกันตัว “เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์” และ “แอมมี่ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์”  โดยศาลมีคำสั่งตั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เพนกวินเรียนอยู่ และบิดามารดาของแอมมี่ เป็น “ผู้กำกับดูแล” คนทั้งสองให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดระหว่างที่ได้ประกันตัวออกไป หลังจากมีการกล่าวถึงการกำกับดูแลมาครั้งหนึ่งในคำสั่งที่ให้ประกัน “รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม” ขอใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจถึงมาตรการกำกับดูแลผู้ที่ศาลปล่อยชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่ศาลอาญานำมาใช้ในการปล่อยชั่วคราวหรือให้ประกันเพนกวินและแอมมี่ระหว่างดำเนินคดี

เดิมเมื่อมีการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จะต้องมีการวางหลักประกันโดยเข้าใจกันว่าคงไม่มีผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดคิดจะหลบหนีหรือไปก่อความเสียหายแลกกับการถูกริบหลักประกัน แต่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันไม่อาจเหนี่ยวรั้งการหลบหนีหรือการคุกคามบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะกับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะดี ในทางตรงข้ามการเรียกหลักประกันกลับส่งผลกระทบด้านลบที่ทำความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ยากจนต้องกู้หนี้ยืมสินมาวางเป็นหลักประกันและอาจถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายประกันอาชีพ

ศาลยุติธรรมได้นำมาตรการกำกับดูแลผู้ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาใช้ทดแทนการเรียกหลักประกัน แต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายได้ดีกว่า และสามารถลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนให้บุคคลทุกคนมีโอกาสได้รับการปล่อยชั่วคราวอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านทรัพย์สินเป็นอุปสรรค เพราะหากศาลนำมาตรการกำกับดูแลมาใช้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดซึ่งอาจตั้งผู้กำกับดูแลคอยสอดส่องพฤติกรรมด้วยย่อมเป็นที่มั่นใจได้ว่าโอกาสที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นจะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายต้องลดน้อยลง หรือควบคุมได้ ถึงตอนนั้นการเรียกหลักประกันจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

การกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เป็นอำนาจที่กฎหมายให้ศาลสั่งใช้เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือป้องกันภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อย  คดีใดต้องวางเงื่อนไขในการปล่อยอย่างไรหรือไม่ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในคดีนั้นและพฤติกรรมของแต่ละบุคคลซึ่งอาจแตกต่างกัน

ในเวลาที่ศาลตัดสินใจว่าจะปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด ศาลต้องพิจารณาความหนักเบาของข้อหาที่ถูกดำเนินคดี ประกอบกับกับพฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีอย่างรอบด้าน รวมถึงความเสี่ยงว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ และโอกาสที่จะเกิดภัยอันตรายหรือความเสียหายจากการปล่อยชั่วคราว  ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความสมดุลของการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาหรือจำเลยกับการคุ้มครองความสงบสุขของสังคมไม่ให้สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง

การที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยบางรายอาจมีความจำเป็นที่ต้องวางมาตรการหรือเงื่อนไขในเชิงป้องกันหรือสอดส่องดูแลด้วย เช่น การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ การให้ไปรายงานตัวต่อศาลหรือเจ้าหน้าที่เป็นระยะ หรือห้ามไม่ให้กระทำการบางอย่างไว้ชั่วคราวระหว่างดำเนินคดี  ซึ่งตามพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 ให้อำนาจศาลแต่งตั้งบุคคลที่สมัครใจเป็น “ผู้กำกับดูแล” ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ศาลให้ประกันโดยมีการวางเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องติดตามหรือสอดส่องดูแลการปฏิบัติตามเงื่อนไข

ในกรณีของเพนกวินและแอมมี่  เงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้คนทั้งสองปฏิบัติเป็นไปตามที่ทั้งสองแถลงรับรองไว้ต่อศาล นอกจากนี้ศาลยังได้ตั้งอาจารย์ของเพนกวินและบิดามารดาของแอมมี่ที่สมัครใจช่วยเหลือศาลในการสอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด  หากมีการผิดเงื่อนไขผู้กำกับดูแลต้องรายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว

น่าสังเกตว่าก่อนทราบคำสั่งศาล ทั้งเพนกวินและแอมมี่ต่างแถลงต่อศาลว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ยินยอมที่จะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) แต่ท้ายที่สุดศาลอาญาก็ไม่ได้สั่งใช้อุปกรณ์ดังกล่าว แสดงว่าเงื่อนไขรวมถึงคำรับรองของเพนกวินและแอมมี่ ประกอบกับมาตรการกำกับดูแลโดยผู้กำกับดูแลที่รับอาสาศาลเพียงพอที่จะปล่อยชั่วคราวได้แล้ว จึงเป็นการที่ศาลอาญาพิจารณาสั่งใช้อุปกรณ์อีเอ็มเท่าที่จำเป็นต้องใช้เพื่อควบคุมความเสี่ยง มิได้หมายความว่าเมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยยินยอมติดอุปกรณ์ ก็ต้องสั่งให้ใช้เสมอไป ซึ่งเป็นแนวทางการใช้อุปกรณ์ EM ตามหลักสากล