อดีตบิ๊กข่าวกรอง จวกแกนนำม็อบ เหิมเกริมเอาใหญ่ 10 ข้อเรียกร้องยื่นฎีกา จาบจ้วงสถาบันฯ ซ้ำยังแสดงออกไม่ภูมิใจในชาติ

1626

ภายหลังเสร็จสิ้นการชุมนุมของกลุ่มปลดแอกและแนวร่วมธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 ที่ผ่านมานั้น ต่อเมื่อเวลา 10.00 น. (21 ก.ย.) ที่กรมศิลปากร วังหน้าพระลาน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินการเอาผิด 18 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ที่ได้บังอาจฝ่าฝืนกฎหมายโดยการบุกรุกเข้าใช้โบราณสถานสนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต และมีการตัดทำลายรั้วและพื้นสนามหลวงเพื่อปักหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหาย

ล่าสุดทางด้านนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงแกนนำผู้ชมนุมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียด ระบุว่า

เมื่อ 20 กันยายน ม๊อบปลดแอกได้ทำสิ่งที่คิดว่าเซอร์ไพรส์สุด ๆ ส่งมอบหนังสือถวายฏีกาถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่าน ผบช.น. และได้อ่านรายละเอียดในหนังสือฏีกา

สาระสำคัญของฏีกาที่คุณรุ้งได้อ่านต่อหน้าผบช.น. และสื่อนำมาถ่ายทอดออกอากาศ คือ ให้พระมหากษัตริย์ปฏิรูปโดยยึด 10 ข้อเรียกร้องเมื่อ 10 สิงหาคม จะไม่ขอเผยแพร่ซ้ำ ส่วนข้อฏีกาที่ให้นายกฯลาออก และให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์ ม็อบต้องไปพูดกับนายกฯ เรียกร้องกับรัฐสภา

พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง พระมหากษัตริย์ทรงสั่งใครไม่ได้ รัฐบาลและรัฐสภาต้องกราบบังคมทูลเรื่องต่างๆ เพื่อขอให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธย จึงจะประกาศใช้เป็นกฏหมายได้ และทุกครั้งต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งจะเป็นเจ้าของหนังสือที่กราบบังคมทูลนั่นคือผู้รับผิดชอบตัวจริง

หากเป็นร่างกฏหมายที่ผ่านสภา และพระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยภายใน 90 วัน รัฐสภาสามารถถวายคืนให้ทรงลงพระปรมาภิไธย หากไม่ทรงเห็นด้วยภายใน 30 วันให้ประกาศใช้เป็นกฏหมายได้เลย แปลว่า พระมหากษัตริย์มิได้ทรงมีอำนาจอะไรเหนือรัฐสภาของประชาชนเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องไม่ยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติให้ประท้วงด้วยการชูสามนิ้ว หากไม่กลัวผิดกฏหมาย ทำแล้วสบายใจ แต่อยากถามดังๆว่า ตกลงคนมาม็อบนี้ไม่ใช่คนไทยไม่มีความภูมิใจในชาติ เป็นลูกหลานต่างด้าวหรือไง ถึงไม่เคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี

ฟังคำฏีกาแล้วตกใจ ทำไมถึงได้เหิมเกริม สิ้นคิดขนาดนี้ นี่หรือปัญญาชน กับพ่อกับแม่ของเราเอง ยังไม่กล้าพูดขนาดนี้ แต่นี่มันหนังสือฏีกาถึงองค์พระประมุข สถาบันสูงสุดของประเทศ ศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ฝากความหวังไว้กับรุ่นใหม่กลุ่มนี้ยากจริง ๆ

ที่มา : Nantiwat Samart