กรมศิลปากร ถอนหมุดคณะราษฯ 2563 แจ้งความเอาผิดม็อบ 19 ก.ย. บุกรุกสนามหลวง

1824

กรมศิลปากร-กทม. ถอนหมุดคณะราษฎร 2563 พร้อมเข้าแจ้งความเอาผิดชุมนุม 19 กันยายน บุกรุกสนามหลวง-ฝังหมุดคณะราษฎร

จากกรณีที่มีการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีผู้ชุมนุมเข้าร่วมประมาณ 20,000 คน และเหล่าแกนนำได้ขึ้นปราศรัย ด้วยถ้อยคำที่มีเจตนาโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน ต่อมาเมื่อเช้าวันนี้ (20 กันยายน 2563) ทางกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ทำการปักหมุดคณะราษฎร 2563 บริเวณหน้าเวทีปราศรัยภายในท้องสนามหลวง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน พบว่า หมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่กลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ทำพิธีฝังลงที่พื้นท้องสนามหลวง ได้ถูกรื้อถอนออกจากสนามหลวงไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กรมศิลปกร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงครามได้ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และได้มีการตรวจสอบบริเวณหมุดดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการ รื้อถอดหมุดดังกล่าว ส่งมอบให้ทางพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.วัชรพงษ์ ทองแดง รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจัดการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมยังได้ปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 บริเวณลานปูนที่ท้องสนามหลวง ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่นำมา

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ (20 ก.ย. 63) กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตพระนครได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ในกรณีดังกล่าวในฐานะผู้แจ้งความที่ 1 ส่วนตำรวจถือเป็นผู้แจ้งความที่ 2 เนื่องจากกรมศิลปากรได้จัดให้สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติและส่วนรวมที่อยู่ในการควบคุมดูแลของ กทม.เพื่อให้ประชาชนใช้ออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจ การขุดเจาะต่างๆ ต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เมื่อเกิดการชุมนุมหรือขุดขึ้นมาจึงถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐจึงมีสิทธิ์แจ้งความ ฉะนั้นกรมศิลปกากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3