เสรีพิศุทธ์ ทำหนังสือสำนักพระราชวัง ขอเข้าสอบบ้านพักนายกฯ ถ้าไม่ให้จะร้องศาลออกหมาย

7275

จากที่เมื่อวันที่  7 พฤษภาคม 2564 กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  ในฐานะประธาน จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม กรณีการอยู่บ้านพักรับรองในค่ายทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ตามที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องให้ กมธ.ตรวจสอบตามความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 128 ที่รับผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท พร้อมทำหนังสือขออนุญาตจากกองทัพบกนั้น

ต่อมามีรายงานข่าวแจ้งว่า การเดินทางไปยังบ้านพักรับรอง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใช้ทางผ่านเข้า-ออก กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน และเป็นพื้นที่ปิด ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อขอผ่านทาง ส่วนรายละเอียดการเข้าพักบ้านหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงค่าน้ำ ค่าไฟ กองทัพบกเคยส่งข้อมูลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงาน ป.ป.ช.ก่อนหน้านั้นแล้ว

ล่าสุดวันนี้ 10 พฤษภาคม 2564 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยอ้างอิงมาจากเพจ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ว่า

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกมธ. ปปช.สภาฯ แถลงข่าว ผ่านFB live  ถึงการเดินหน้า ตรวจสอบ เรื่องบ้านพัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในกรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ทม.ร.1รอ.) หลังจากที่ทำหนังสือถึงกองทัพบก เพื่อขอเข้าตรวจสอบบ้านพักนายกฯ แต่ได้รับแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชฐาน ต้องทำหนังสือขออนุญาตจากสำนักพระราชวังเพราะหน่วยได้ย้ายโอนไปแล้ว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ดังนั้น ตนเอง จะทำหนังสือถึง สำนักพระราชวัง เพื่อขออนุญาต เข้าตรวจสอบ บ้านพัก พลเอกประยุทธ์ ใน ทม.ร.1รอ. เพื่อดูขนาดบ้าน ว่าแค่ไหน ถ้าเทียบ ค่าเช่าบ้าน ต้อฃจ่ายเท่าไหร่  มีเอาทหารมารับใช้ หรือไม่ ขออย่าเอาทหารออกไปก่อนแล้วกัน  ดูว่าค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ใครจ่าย  ซึ่งเชื่อว่า ใช้งบฯมากกว่า 3พันแน่

แต่หาก สำนักพระราชวัง ไม่อนุญาต ก็จะทำเรื่องขอให้ศาลพิจารณา  ออกหมาย เพราะเป็นการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณภาษีประชาชน โดยจะเรียก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในเวลานั้น และพลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ปัจจุบัน มาให้ข้อมูลด้วย แม้ศาลรธน.วินิจฉัยแล้ว ก็ตาม แต่ยังมีแง่มุม กฎหมายที่เอาผิดได้ เป็นเรื่องจริยธรรม เช่นกัน อยู่บ้านหลวง แล้ว ยังให้ทบ. จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ด้วย”

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของทีมข่าวเดอะทรูธ พบว่า เมื่อ 22 ธันวาคม 2563  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบกับมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่งและมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่

กรณีพักอาศัยใน “บ้านหลวง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ชี้ว่า ไม่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์  ไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรง ไม่ทำให้สถานะนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเมื่อวันที่  1 ตุลาคม 2562 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนด โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562”

มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้โอนบรรดาอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกำหนด ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์

มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี