นักวิชาการ รุมจวก “Thai PBS” สะเพร่าให้ข้อมูลวัคซีนมั่ว ป้องกันป่วยหนักแค่ 10% ด้านอัษฎางค์ ถามจี้ แปลผิดหรือตั้งใจบิดเบือน?

1662

จากกรณีที่ไทยพีบีเอสได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิดของแอสตราเซเนกา ว่ามีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยหนักได้แค่ 10%

ต่อมาทางด้าน ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒน่คณะนิเทศศาสตรฺและนวัตกรรมการจัดการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)NIDA ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

เหนื่อยใจกับไทยพีบีเอสจริงๆครับ ผิดอีกแล้ว คราวที่แล้วเรื่องเช่าเครื่องบินจากอินเดียมาไทยแปลผิด คราวนี้ทั้งแปลผิดและเข้าใจข้อมูลผิด และผิดหลายจุดเลย ไทยพีบีเอส นำเสนอสกู๊ปว่าวัคซีนต่างๆมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งอันนี้เป็นความจริง แต่ปัญหาอยู่ที่ สกู๊ปนี้ของไทยพีบีเอส รายงานตัวเลขที่ผิดพลาดหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเน้นว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกา ที่ไทยจะใช้เป็นหลักนั้น สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 6% และป้องกันการป่วยหนักได้ 10% (รูปที่ 1) ซึ่งเห็นตัวเลขอย่างนี้แล้วน่าตกใจมาก โดยเฉพาะการป้องกันการป่วยหนัก

แต่ข้อดีของไทยพีบีเอสในสกู๊ปนี้ก็คือ การให้แหล่งข้อมูล คือเว็บไซต์ healthdata.org ดังนั้นผมจึงเข้าไปหาข้อมูลว่าจริงหรือไม่ จึงได้พบกับแหล่งข้อมูลในหน้านี้ http://www.healthdata.org/…/covid-19-vaccine-efficacy-summa…
และเมื่ออ่านแล้วจึงเข้าใจได้ว่า

1. ข้อมูลของไทยพีบีเอส นำมาจากตารางในหน้านี้ (รูปที่ 2)

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

2. ซึ่งปัญหาก็คือ ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดในตารางนี้ (และที่ไทยพีบีเอสนำเสนอ) เป็น “ข้อมูลจริง” จากผลการวิจัยในประเทศที่มีการแพร่ระบาด เพราะไม่ใช่วัคซีนทุกตัวมีการใช้กับประเทศที่มีการระบาดทุกสายพันธุ์ แต่บางตัวเลขที่ใส่มาในตารางนี้ มีทั้ง “ข้อมูลจริง” (available data) และ “ตัวเลขคาดการณ์” (modeled estimates) ในกรณีที่ไม่มีผลจริง โดยใช้อัตราส่วนการติดเชื้อของสายพันธุ์อื่นมาเทียบเคียง ซึ่งวิธีการคำนวณนั้นก็มีอธิบายไว้ในหน้าเดียวกัน (รูปที่ 3)

3. ซึ่งหากย้อนขึ้นไปดูตารางก่อนหน้า จะเป็นตารางที่ใส่เฉพาะ “ตัวเลขจริง” ที่มีข้อมูล (available data) (รูปที่ 4) ซึ่งสำหรับวัคซีนแอสตราเซเนกานั้น มีการใช้ในประเทศแอฟริกาใต้จริง แต่มีแต่ผลการป้องกันการป่วยแบบเกิดอาการจากสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) ซึ่งก็คือ 10.4% แต่ไม่มีผลการป้องกันการติดเชื้อ จึงไม่มีตัวเลขในช่องสีเทา และคาดการณ์เอาว่าเป็น 6% ส่วนวัคซีนของซิโนแวค (Coronavac) นั้น ไม่มีการใช้ จึงไม่มีทั้งช่องสีเขียวและสีเทาของ B.1.351

4. ดังนั้น ข้อผิดพลาดที่สำคัญข้อที่ 1 ของสกู๊ปนี้ก็คือ “ไม่ได้บอกผู้ชม” (หรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำ) ว่าตัวเลขตัวไหน เป็นตัวเลขจริง ตัวเลขไหนเป็นตัวเลขคาดการณ์ เช่น ตัวเลขการป้องกันการติดเชื้อของแอสตราเซเนกา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก็เป็นตัวเลขคาดการณ์ และตัวเลขทั้งหมดของซิโนแวค ไฟเซอร์ โมเดิร์นน่า สปุตนิก เป็นตัวเลขคาดการณ์ทั้งสิ้น (ล่าสุดไฟเซอร์และโมเดิร์นน่าออกมาเผยผลเบื้องต้นในการป้องกันสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งก็ทำได้ดี แต่ก็ไม่ตรงกับตัวเลขนี้)

5. แต่ข้อผิดพลาดที่สำคัญข้อที่ 2 ของสกู๊ปนี้ และเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าข้อแรก นั่นก็คือ การให้ข้อมูลผิด โดยการแปลช่องที่เขียนว่า Preventing Disease ว่าเป็น “ป้องกันป่วยหนัก” แต่แท้จริงแล้ว Preventing Disease ในตารางนี้ หมายถึง การ “ป้องกันการเกิดอาการ ตั้งแต่น้อยจนถึงปานกลาง” (symptomatic disease) แต่หากอาการป่วยหนัก จะใช้คำว่า severe disease

6. ดังนั้นในตารางของไทยพีบีเอส จึงแปลข้อมูลของแอสตราเซเนกา กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในช่องป่วยหนักผิดทั้งหมด เพราะมันคือตัวเลขของการป้องกันการป่วยน้อยจนถึงปานกลาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยต้นฉบับ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา “ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือต้องเข้าโรงพยาบาล” ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย (รูปที่ 5) หรือจะเช็คข้อมูลกับตารางที่ 1 ในหน้าเดียวกับตารางที่เอาข้อมูลมา ก็จะเห็นว่า จะแบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าเป็น Symptomatic กับ Severe ซึ่งตัวเลขของไทยพีบีเอสในช่อง “ป่วยหนัก” จะอยู่ในช่อง Symptomatic ไม่ใช่ช่อง Severe

7. ดังนั้นจึงสรุปได้จากการวิจัยนี้ว่า วัคซีนแอสตราเซเนกา แม้จะมีผลการป้องกันอาการเล็กน้อยถึงปานกลางจากโควิดสายพันธ์แอฟริกาใต้ได้ยังไม่ดี (ซึ่งกำลังปรับปรุงสูตรอยู่) แต่สามารถป้องกันการป่วยหนัก (หรือเสียชีวิต) ได้ 100% ไม่ใช่ 10% อย่างที่ไทยพีบีเอสรายงาน

การนำเสนอข้อมูลผิดพลาดนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่การผิดบ่อยๆ ในเวลาใกล้ๆกันนั้นแสดงถึงความหละหลวมในการตรวจสอบข้อมูล และยิ่งเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ มีผลต่อความเข้าใจผิดและสับสนของคนหลายสิบล้านคนในประเทศ จำเป็นต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอ เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกสิ่งที่นำเสนอนั้น เป็น “ความจริง” สิ่งเหล่านี้ไทยพีบีเอสน่าจะรู้ดีและยึดมั่นมากกว่าสื่อใดๆในประเทศนี้ นี่ถ้าผมไม่เจอข้อผิดพลาดนี้ ก็คงจะเป็นต้วเลขที่เผยแพร่และเข้าใจกันไปแบบนี้ใช่ไหมครับ

รอคำขออภัย การแจ้งแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้อง และรอดูนะครับว่าครั้งนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

สกู๊ปไทยพีบีเอส
https://www.youtube.com/watch…

วิจัยต้นฉบับ
https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2102214…

ต่อมาทางด้านของนายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยระบุข้อความว่า

ไทยพีบีเอสให้ข่าวผิดอีกแล้วครับท่าน แปลผิดด้วยความไม่รู้หรือความสะเพร่า หรือตั้งใจให้ผิด หรือตั้งใจบิดเบือน
อาจารย์ท่านอธิบายไว้ละเอียดชัดเจน แต่รายละเอียดค่อนข้างเยอะและยาว ผมเลยอยากจะขออนุญาตคัดย่อมาเพื่อเป็นไฮไลต์ให้คนเห็นจุดสำคัญ
ไทยพีบีเอส รายงานตัวเลขที่ผิดพลาดหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเน้นว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกา ที่ไทยจะใช้เป็นหลักนั้น สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 6% และป้องกันการป่วยหนักได้ 10% ซึ่งเห็นตัวเลขอย่างนี้แล้วน่าตกใจมาก โดยเฉพาะการป้องกันการป่วยหนัก
การให้ข้อมูลผิด โดยการแปลช่องที่เขียนว่า Preventing Disease ว่าเป็น “ป้องกันป่วยหนัก” แต่แท้จริงแล้ว Preventing Disease ในตารางนี้ หมายถึง การ “ป้องกันการเกิดอาการ ตั้งแต่น้อยจนถึงปานกลาง” (symptomatic disease) หากอาการป่วยหนัก จะใช้คำว่า severe disease
ในตารางของไทยพีบีเอส จึงแปลข้อมูลของแอสตราเซเนกา กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในช่องป่วยหนักผิดทั้งหมด
เพราะมันคือตัวเลขของการป้องกันการป่วยน้อยจนถึงปานกลาง
ความจริง วัคซีนแอสตราเซเนกา แม้จะมีผลการป้องกันอาการเล็กน้อยถึงปานกลางจากโควิดสายพันธ์แอฟริกาใต้ได้ยังไม่ดี (ซึ่งกำลังปรับปรุงสูตรอยู่) แต่สามารถป้องกันการป่วยหนัก (หรือเสียชีวิต) ได้ 100% ไม่ใช่ 10% อย่างที่ไทยพีบีเอสรายงาน
อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เพจของอาจารย์:
https://www.facebook.com/100006334115759/posts/2934834830070959/?
ไทยพีบีเอสให้ข่าวผิดอยู่บ่อยครั้ง จนอาจพูดได้ว่าให้ข่าวผิดหรือข่าวเท็จอยู่เป็นประจำ
ถ้าแปลผิด (อยู่บ่อยๆ)ควรแก้ไขยังไง? ถ้าสะเพร่า (อยู่บ่อยๆ) ควรจัดการยังไง? ถ้าตั้งใจให้ผิด หรือตั้งใจบิดเบือน ควรลงโทษอย่างไร?