หมอวรงค์ปิ๊งไอเดีย! กางตัวเลข ชงแผนกระจายฉีดวัคซีนแบบทั่วปท. จี้รัฐปรับด่วน พวกยุแยงรออยู่

1101

จากที่วันนี้ 8 พฤษภาคม 2564 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการณ์หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความถึงการจัดซื้อวัคซีน พร้อมข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลซึ่งมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ควรนำไปพิจารณาเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ทั้งนี้หมอวรงค์ ได้โพสต์ถึงเนื้อหาที่ระบุว่า #เสนอแนะรัฐบาล ตามที่รัฐบาลโดยท่านนายกพลเอกประยุทธ์แถลง ขยับเป้าหมาย การจัดซื้อวัคซีนจาก 100 ล้านโดส เป็น 150 ล้านโดส เพื่อฉีดให้ประชาชนไทย จาก 50 ล้านคน เป็น 60 ล้านคน และที่เหลือเตรียมไว้สำหรับแรงงานต่างด้าว ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งกรณีจำเป็นอื่นๆ

ในเชิงหลักการ การเตรียมพร้อมเชิงปริมาณผมคิดว่าถูกต้อง และผมได้ติดตามการลงทะเบียนผ่านแอพหมอพร้อม ร่วมกับ อสม.ลงพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนลงทะเบียน ผมถือว่าขั้นตอนนี้ใช้ได้  แต่เมื่อมาดูแผนการฉีดวัคซีนจำนวนมาก โดยแผนของกระทรวงสาธารณสุข ในระยะเวลาจากเดือนมิถุนายน ถึงธันวาคม 2564 เท่ากับว่า เฉพาะคนไทย 120 ล้านโดส เราจะต้องฉีดให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 17.14 ล้านโดส

ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียม สถานที่ฉีดในกรุงเทพฯ 82 แห่ง ที่เหลือตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ 300 แห่ง ในกรุงเทพฯ 82 แห่งนั้นไม่น่ามีปัญหา แต่ต่างจังหวัดทั้งประเทศ จะมี 75 จังหวัด แต่มีการเตรียมสถานที่ฉีดรวม 300 แห่ง เท่ากับว่าเฉลี่ยออกมา จะมีจุดฉีดวัคซีน จังหวัดละ 4 แห่ง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ทั้งๆที่ประเทศไทยมี 878 อำเภอ 7,255 ตำบล ตัวเลขจุดฉีดเฉลี่ย จังหวัดละ 4 แห่งนี้ สะท้อนว่า จะมีประชาชนจำนวนมาก ต้องเดินทางข้ามตำบล ข้ามอำเภอไปฉีด ซึ่งจะสร้างความยากลำบากแก่ประชาชนตามจังหวัดต่างๆมาก

ทำไมไม่กระจายอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์สาธารณสุข แต่ละจังหวัดร่วมกันวางแผนกำหนดเพิ่มจุดฉีดให้มาก โดยเฉพาะขณะนี้เรามีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 9,806 แห่ง กระจายทุกตำบลทั่วประเทศ บางตำบลที่ใหญ่ก็อาจมีถึง 2-3 แห่ง ให้กระจายจุดฉีดให้ครอบคลุมลงไปถึงตำบล เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ

อย่าไปวิตกกังวล เรื่องอันตรายระหว่างการฉีด ว่าจะมีปัญหามาก เพราะมีการยืนยันจากอาจารย์แพทย์แล้วว่า การข้ามถนนยังมีอันตรายมากกว่าฉีดวัคซีน ที่สำคัญท่านดูที่ต่างประเทศ ที่เขารณรงค์ การฉีดวัคซีนให้ประชาชน เขากางเต๊นท์ฉีดข้างถนน ไม่ใช่ฉีดในโรงพยาบาลเสียด้วย ดังนั้นรัฐบาลควรต้องรีบปรับแผนก่อนถึงเวลาจริง จะวุ่นวายแล้วโดนตำหนิ เพราะมีพวกจ้องยุแยงรออยู่”