“ธนาธร” พาลมั่วกล่าวหา “ศาลรธน.” สร้างบรรทัดฐานใหม่! “อาชญากร-นักโทษ” ใช้เงินก่ออาชญากรรมเข้าซื้อตำแหน่งรมต.ไทยได้!?

835

ตรรกะป่วยมาก! “ธนาธร” พาลมั่วกล่าวหา “ศาลรธน.” สร้างบรรทัดฐานใหม่! “อาชญากร-นักโทษ” ใช้เงินก่ออาชญากรรมเข้าซื้อตำแหน่งรมต.ไทยได้!?

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง ( 4) ประกอบ 160(6) มาตรา 98 (10) และมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) จากกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ศาลออสเตรเลียได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือนมี.ค. 37 ว่าร.อ.ธรรมนัส มีความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติดสั่งคุก 6 ปี แต่จำคุกจริง 4 ปีก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย ร.อ.ธรรมนัส จึงเข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งส.ส.และรัฐมนตรีหรือไม่

ล่าสุดทางด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

ศาลรัฐธรรมนูญสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นอดีตนักโทษในต่างแดนก็เป็นรมว.ไทยได้?
ผมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยความประหลาดใจ แม้จะไม่ผิดความคาดหมายที่ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศของรัฐนาวาประยุทธ์ จันทร์โอชา รอดจากการพ้นสภาพรัฐมนตรี แต่คำวินิจฉัยของศาลวันนี้เกินความคาดหมายของผมไปมาก เพราะระบุว่าแม้ศาลออสเตรเลียจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกธรรมนัสในคดียาเสพติดจริง แต่เป็นศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี
ผมขอตั้งข้อสังเกต 2 ข้อ ดังนี้
ประการแรก
ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยชัด ๆ ว่า
“ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ก่อนลงสมัครส.ส. ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่าเคยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย” และ “เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงนิวเซาท์เวล เครือรัฐออสเตรเลีย”
หมายความว่าที่ธรรมนัสกล่าวอ้าง ทั้งในสภา กับวาทะ “มันคือแป้ง” และนอกสภา ที่เขายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่เคยติดคุก ไม่ได้ค้ายาเสพติด เป็นเรื่องไม่จริง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ธรรมนัสจะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะมีความสง่างามได้อย่างไร จะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนได้อย่างไร หากมีรัฐมนตรีที่โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการพัวพันกับการค้ายาเสพติด
ประการที่สอง
คำวินิจฉัยในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทยใช่หรือไม่ ว่าไม่ว่าจะเป็นอาชญากรหรือนักโทษมาจากไหน แต่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้เป็นรัฐมนตรีได้เสมอ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องคดีในไทย ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปพ่อค้ายา พ่อค้าอาวุธทั่วโลกก็คงสามารถเอาเงินจากการก่ออาชญากรรม มาซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี กลายเป็นผู้บริหารประเทศไทยได้ใช่หรือไม่
เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ?
หากเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าแปลกใจเลยครับที่คนไทยจำนวนมากจะอยากย้ายประเทศ เพราะไม่มีใครหรอก ที่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่ไม่มีที่อยู่ให้กับคนมีความสามารถ แต่กลับมีที่ยืนให้กับบุคคลเช่นนี้