พิธา#ย้ายปท.อยากให้ลูกโตในปท.ที่ดี! แต่สุดท้ายโป๊ะแตกแค่ หาคนลงสมัครส.ส.ก้าวไกล

1102

จากที่วันนี้ 5 พฤษภาคม 2564 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/2564 นั้น

ทั้งนี้โดยมีรายละเอียดบางส่วนที่น่าสนใจดังนี้ รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรพรรก้าวไกลต้องการว่าที่ผู้แทนราษฎรอีกเป็นจำนวนมากเพื่อร่วมเปลี่ยนประเทศนี้ไปด้วยกัน

“สิ่งที่เราทำมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่เราคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” นั้น ขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่แน่นอนว่าการต่อสู้ของเรายังไม่จบ

เพื่อสานต่อภารกิจอนาคตใหม่ ถ้าคุณคิดว่าเส้นทางที่เราเลือกเดินนี้ คือเส้นทางที่จะนำพาประเทศไทยออกจากยุคมืด เพื่อไปสู่รุ่งอรุณแห่งอนาคตใหม่ โปรดอย่ารอช้าที่จะร่วมต่อสู้กับเรา อย่ารอช้าที่จะสมัครเป็นว่าที่ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล”

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ออกมาโพสต์ข้อความชักชวนในทำนองเดียวกัน โดยโยงกระแส ย้ายประเทศ ซึ่งเนื้อหามีบางส่วนว่า

“อย่าเพิ่งหมดหวังที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น เพราะอำนาจในการสร้างความเปลี่ยนแปลง อยู่ในมือเรา ในวันที่ผมก้าวเข้ามาสู่สนามการเมืองเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วมีคนบอกว่า สังคมไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบที่เราเห็นในวันนี้ ผมในเวลานั้นคงไม่เชื่อ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศนี้เป็นไปได้

ผมเข้าใจความผิดหวังของคนหนุ่มสาวที่ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องการประเทศที่พวกเขาสามารถไขว่คว้าโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ ต้องการประเทศที่มีระบบนิติรัฐ และระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องการประเทศที่กระบวนการยุติธรรม สามารถดำรงความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง

ผมในฐานะที่เป็นพ่อ ผมย่อมอยากให้ลูกของผมเติบโตมาในประเทศที่รับประกันว่าจะมอบชีวิตที่ดีให้ลูกของผม และหลานของผมได้ ถึงแม้ว่าผู้ที่ถืออำนาจรัฐปัจจุบันจะทำให้เรารู้สึกว่าอนาคตของเราช่างมืดมน แต่ผมยังมีความหวังว่าประเทศเราดีกว่านี้ได้ มีความเป็นธรรมมากกว่านี้ได้ รับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่านี้ได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมและเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลทุกคนถึงยืนหยัดต่อสู้เพื่อเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าเราลงมือต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงความไม่ถูกต้องที่ดำรงอยู่ เราสามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้ ผมจึงอยากเชิญชวนคนหนุ่มสาวที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศนี้ในอนาคตได้โปรดอย่าเพิ่งหมดหวัง ประเทศไทยยังต้องการกำลังความเปลี่ยนแปลงของทุกท่าน

#ย้ายประเทศกันเถอะ”

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ที่ผ่านพรรคร่วมฝ่ายค้านออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก ซึ่งนายพิธา กล่าวในการแถลงด้วยว่า ปัญหาประเทศที่ล้มเหลวอยู่ในขณะนี้ไม่ได้เป็นเพราะอำนาจหรืองบประมาณแต่เป็นเพราะความล้มเหลวไร้ความสามารถของพลเอกประยุทธ์ จึง ควรที่จะยุติบทบาทด้วยการลาออกและหลังพลเอกประยุทธ์ลาออกให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็ยุบสภา

ต่อมานายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งและรัฐบาลยุติบทบาทการบริหารประเทศ รวมถึงเรียกร้องให้มีรัฐบาลชั่วคราวว่า ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ ยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พ้นจากตำแหน่งทำหน้าที่เป็น ครม. รักษาการ และให้รัฐสภาลงมติเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากบัญชีของพรรคการเมือง

 

“บุคคลที่มีสิทธิถูกเสนอชื่อในรัฐสภา ได้ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องพิจารณาด้วยว่า 250 ส.ว. จะสนับสนุนบุคคลใด ส่วนข้อเรียกร้องให้มีรัฐบาลชั่วคราวนั้น ตามรัฐธรรมนูญไม่เปิดช่องให้ อีกทั้งหาก ครม.รักษาการลาออก ยังกำหนดให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่การบริหารราชการแทน

ทั้งนี้เงื่อนไขของรัฐบาลแห่งชาติที่ตนมอง คือ การได้รัฐบาลผสมขนาดใหญ่ แต่ต้องถามว่าใครจะเอาด้วยหรือไม่ หรือต้องการใช้แนวทางการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ  และให้พรรคฝ่ายค้าน เช่น นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี จะยอมหรือไม่ หากยอมเท่ากับว่าต้องการแสวงหาอำนาจโดยมิชอบ ผมมองว่าข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องการเปลี่ยนรัฐบาล ไม่มีวิธีทางอื่น นอกจากการเดินตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่เป้าหมายที่เขาต้องการ คือต้องการเป็นเอง ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการเมืองเป็นปัญหาเพราะคือการเปลี่ยนม้ากลางศึก”