ศาลยุติธรรม แถลงการณ์ REDEM ชุมนุมป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรง ไม่คำนึงถึงกฎหมาย ถือเป็นภยันตราย

1295

ไม่มีใครรับได้แล้ว!! ศาลยุติธรรม แถลงการณ์ REDEM ชุมนุมป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรง ไม่คำนึงถึงกฎหมาย ถือเป็นภยันตราย!!

จากกรณีเมื่อวันที่ 2 พ.ค.64 กลุ่มรีเด็ม (REDEM) ได้จัดคาราวานเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎรและแนวร่วมที่ถูกคุมขังที่เรือนจำ

ก่อนจะมีการประกาศ ยุติการชุมนุม เวลา 17.55 น. โดยสร้างวีรกรรมป่วนสุดฉาวไว้ เช่น นำป้ายของผู้พิพากษา ชนาธิป แขวนไว้ที่หน้าป้ายสำนักงานศาลอาญา และนำสีมาพ่นทับ สาดน้ำมะเขือเทศ ปาไข่ และมีลามไปถึงการปาใส่รูปพระบรมฉายาลักษณ์ที่อยู่เหนือป้ายศาลด้วย

ซึ่งหลังจากที่ทุกคนได้แยกย้าย แต่แล้วในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ก็ยังคงหลงเหลือกลุ่มหัวรุนแรง ที่เข้ามาร่วมชุมนุมและไม่มีทีท่าว่าจะแยกย้ายกลับ และมีการก่อความวุ่นวาย มีการปาระเบิกปิงปอง บริเวณหน้าศาลอาญา พร้อมทั้งยังมีการปาข้าวของ ขวดหิน เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังมีการปาประทัดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ ไม่ต่างจากการจราจลย่อมๆ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยดูแลความสงบ บาดเจ็บจำนวน 4 ราย

ล่าสุดในวันที่ 3 พ.ค.64 ทางด้านของ สำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ออกแถลงการณ์ ประณามกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าสำนักงานศาลยุติธรรมขอแจ้งให้ทราบว่า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาและมีคำสั่งในคดีทั้งปวง ศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเสมอมา และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะความคิดเห็นทางวิชาการที่มุ่งก่อให้เกิดความสร้างสรรค์และพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณศาลอาญาเมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่บุคคลจำนวนหนึ่งใช้ความรุนแรงด้วยการขว้างปาสิ่งของ ใช้เครื่องมือยิงวัสดุเข้ามาในอาคารศาล การใช้วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง จนเกิดความเสียหาย ความรุนแรงและไม่สงบขึ้น นั้น นอกจากจะเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลอาญา ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยและอันเป็นการแสดงคิดเห็นโดยชอบธรรม ภายในกรอบของกฎหมาย

อีกทั้งยังมีลักษณะของการก้าวล่วงใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซงโดยหวังผลให้ศาลมีคำสั่ง หรือคำพิพากษาไปในทางหนึ่งทางใดตามที่กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงมุ่งประสงค์ โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันเป็นการมุ่งทำลายความอิสระของตุลาการตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากการใช้ความรุนแรงดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันยังมีพฤติกรรมทำนองขู่เข็ญ และสร้างความหวาดกลัวไม่เพียงแก่บุคลากรในศาลยุติธรรมเท่านั้น หากแต่ยังมีการขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรมด้วย ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด พฤติกรรมดังกล่าวที่มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ ใช้สื่อโซเชียลต่างๆ ล้วนมุ่งหวังให้เกิดผลในทำนองเดียวกับการใช้ความรุนแรงข้างต้น ที่ต้องการให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งในทางที่ตนเองหรือขบวนการของตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย

ในการนี้ สำนักงานศาลยุติธรรม จึงขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบการกระทำและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากมีการกระทำใดที่เป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นและใช้เสรีภาพของตนอย่างสันติ ด้วยความสงบ และงดเว้นการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต เป็นภยันตรายแก่ร่างกาย หรือสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินไม่ว่าของส่วนบุคคลหรือของทางราชการ และให้การดำเนินกระบวนพิจารณาต่างๆ ดำเนินไปตามครรลองของกฎหมายที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลตามที่กฎหมายกำหนด

ในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง ศาลยุติธรรมทุกศาลจะยังคงทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติ พิพากษาและมีคำสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันต่อไป