แนวร่วมม็อบต้านหนัก! คุกคามผู้พิพากษา ชี้ละเมิดสิทธิฯ โบว์เผยผิดกม.แต่คนทำอยู่ตปท.แล้ว

1610

จากกรณีที่วันที่ 29 เมษายน 2564 ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 7 ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี โดยเฉพาะ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน จำเลยในข้อมาตรา 112 นั้น

ต่อมาทางด้าน เพจ เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH  ได้โพสต์ข้อความ ถึงประวัติและข้อมูลส่วนตัวของ นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ โดยมีการระบุถึงที่อยู่ปัจจุบัน และสถานที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจของครอบครัว รวมไปถึงประวัติครอบครัว พ่อแม่พี่น้องของนายชนาธิปด้วย

ทั้งนี้ทำให้หลายคนมองว่า การกระทำของกลุ่มเยาวชนปลดแอกนั้น เหมือนเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เป็นการคุกคามผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับครอบครัวของนายชนาธิปได้

ล่าสุดวันนี้ 1 พฤษภาคม 2564 นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้โพสต์แบนเนอร์แผนผังประวัติชีวิตครอบครัวของนายชนาธิป มาลงไว้พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อการกระทำดังกล่าวว่า

“ไม่เห็นด้วย ต่อต้าน การคุกคาม ผู้พิพากษา ชนาธิป โดยการเผยแพร่ข้อมูลบุคคลในครอบครัว ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการคุกคาม เหยียดหยาม และสร้างความเกลียดชัง

หากเราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลัก Presumtion of innocence เราก็ต้องไม่ตีตรา ประนามหยามเหยียด หรือคุกคามใครต่อใครเพียงเพราะเราไม่ชอบคนในครอบครัวเขา #การตีตราและการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

ขณะที่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีท่าทีสนับสนุนม็อบคณะราษฎร มาโดยตลอด ก็ได้โพสต์แบนเนอร์แผนผังจากเฟซบุ๊กของนางอังคณา และได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ด้วยว่า

“ลูกเมียญาติพี่น้องของเขาไม่เกี่ยวข้องนะครับ ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผมไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกรูปแบบหนึ่ง”

นอกจากนี้ยังพบถึงความเคลื่อนไหวต่อกรณีแบนเนอร์แผนผังประวัติชีวิตครอบครัวของนายชนาธิป มีการแชร์ ส่งต่อ หรือ นำมาโพสต์พร้อมแสดงความคิดเห็นกันอีกหลายข้อความ หลายคนด้วยกัน อย่างเช่น ผู้ใชเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ไว้ ซึ่งทำให้ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กของผู้ใช้รายนี้ด้วย

“เพื่อให้ได้ชัยชนะ ไม่คำนึงถึงวิธีการใช้ เป็นวิธีคิด ปรัชญาของคนเลวนะครับ ใช้วิธีนี้ตอบโต้วิธีการเลวๆ  ด้วยวิธีการเลวๆเหมือนกัน

เมื่อเดินเข้าด้านมืดก็ออกไม่ได้ ถลำลึกเรื่อยๆ ออกไม่ได้ กลายเป็นแค่คนสองกลุ่มที่สุดโต่งพอๆ กัน ต่อสู้กัน คนทั่วไปก็คงวางเฉย เพราะใช้วิธีการไม่แตกต่างกัน เมื่อเขาให้พวกคุณแสดงสันดานดิบออกมาสู้กับเขา สุดท้ายเขาก็ปราบเอา ก็คงสู้ไม่ได้ แพ้อีก แค่คิดใช้วิธีการแบบนี้ก็แพ้แล้ว”

Bow Nuttaa Mahattana “มีคนบอกว่าผิดกฎหมายก็ไปฟ้องสิ มันผิดกฎหมายและฟ้องได้ แต่แอดมินที่เริ่มทำสิ่งนี้อยู่ต่างประเทศแล้ว เขารู้ว่ากฎหมายเอื้อมไม่ถึง จึงได้กล้าทำ ในทุกการยุยงให้เกิดความรุนแรง สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ความสะใจ ถ้ามีคนบ้าแค่คนเดียวไปดักทำจริงๆ ชีวิตคนก็สูญเสียได้ ถ้ายอมรับมาตรฐานแบบนี้ได้ ทุกฝ่ายก็ทำ สิ่งที่จะได้คือบ้านป่าเมืองเถื่อน”

นั่นคือข้อความที่โบว์ ณัฎฐา ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กรายนี้ ก่อนที่เจ้าของข้อความข้างต้นจะเข้ามาตอบคำถามตาอจากโบว์ว่า

“พวกยุให้ทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่อยู่พ้นสนามรบ พ้นวิถีกระสุนข้าศึกทั้งนั้นครับ คนในประเทศ พอขาดสติ ก็ตกเป็นเหยื่อ พวกอยู่ต่างประเทศ ก็ยุให้สู้ทะลุเพดานตลอด เพราะตัวเองไม่ต้องรับอันตรายด้วย เป็นแบบนี้ตลอด”