ผู้ตรวจการแผ่นดินตอบรับสมาพันธ์สตรีฯ!? ร้องยกเลิกกม.บริหารสินทรัพย์’41??ให้สถาบันการเงินขายหนี้ลับหลัง ทำคนไทยจ่อโดนยึดบ้าน 7 ล้านราย

1617

วิกฤตต้มยำกุ้งอันอื้อฉาว เกิดขึ้นกับประเทศไทยในปี 2540 เกิดจากการทุบค่าเงินบาทของนายเงินหน้าเลือด “โซรอส” มีแต่ทักษิณและเครือข่ายเท่านั้นที่รอดเปิดทางให้ ไอเอ็มเอฟ บีบไทย ให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อมารองรับการขายทรัพย์สินที่เป็นหนี้ ต่อต่างชาติในราคาถูกต่ำกว่า 20%ของมูลค่าสินทรัพย์  

หลังจากนั้นก็มีการออก พรก.บริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 เพื่อช่วยให้ธนาคาร, บริษัทเงินทุน, เครดิตฟองซิเอร์ ต่างๆ สามารถขายหนี้ด้อยคุณภาพออกไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตามด้วยการออกพรก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยพ.ศ. 2544 เพื่อดูดหนี้เน่าโดยเฉพาะจากธนาคารของรัฐเข้ามาบริหาร มูลค่าอีกประมาณ 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งผลงานคือทำให้มีบุคคลและนิติบุคคลล้มละลายไปอีกนับหมื่นราย แต่สถานการณ์เหล่านี้ไม่ได้จบสิ้นลง เพราะกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ การขายหนี้ลับหลัง เข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ ฟ้องไล่เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยลูกหนี้ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ไม่อาจมีข้อต่อรอง ต่อให้พยายามหาเงินมาปิดเคสก็ไม่พอเพราะ มูลหนี้จะงอกตามหลักเกณฑ์ของธนาคารอย่างน่าตกใจ

วันที่ 2 เม.ย.2564 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตอบรับการร้องเรียน เรื่อง “การขอยกเลิกพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 และแนวทางแก้ไข” โดยสมาพันธ์สตรีทำความดีแห่งประเทศไทย โดยดร.ชณิชา ล้อสีทอง ประธานสมาพันธ์สตรีทำความดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาประชาชนเดือดร้อนเพราะไร้บ้านไร้ที่ทำกิน เกิดเป็นหลุมดำในสังคมไทยเพราะกฎหมายที่มีอยู่ กดดันประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรม”

ข้อมูลล่าสุดจากทีมงานสมาพันธ์สตรีฯ จำนวนผู้อยู่ในข่ายบุคคลที่เป็นหนี้เสียต้องถูกยึดบ้านตัวเลขปลายปี 2563 อยู่ที่กว่า 7 ล้านรายแล้ว

กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นล่าสุดคือ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2564 กรณีน.ส.นวินดา บริบูรณ์ พิธีกรรายการคนดีสังคมดี ช่อง 5 ได้โพสต์ลงในเฟ๊ซบุกและจัดแถลงข่าว เนื่องจากเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เดือดร้อน จากสถานการณ์ COVID-19 ระบาด ทำให้บ้านถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด โดยไม่รู้ล่วงหน้า และจะมีการขายทอดตลาดวันที่ 12 พ.ค. 64 ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งตนเองและประชาชนอื่นๆกว่า 30,000 ชีวิต เผชิญชะตาเดียวกันจะกลายเป็นคนไร้บ้าน

น.ส.นวินดา เล่าว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้เดือดร้อนจากการจะถูกยึดบ้านขายทอดตลาด ในอีกเพียง 10 วันที่จะถึงนี้ (12 พ.ค. 64) ตนผ่อนบ้านไว้กับธนาคารมา 4 ปี พอมาปีที่ 4 เกิดภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างแย่ ตนขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ค้างชำระอยู่ 2 เดือน ยอดทั้งหมด 18,500 บาท เมื่อมีเงินพอตนจึงได้เดินทางไปชำระเงิน ซึ่งวันที่ไปนั้นยังไม่เกินกำหนดชำระ แต่ธนาคารปิดระบบทำให้ชำระเงินไม่ได้ ตนจึงติดต่อสำนักงานใหญ่ไป โดยได้คุยกับฝ่ายกฎหมาย แต่กลับได้รับแจ้งมาว่าได้ขายทรัพย์ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ไปแล้ว 

 

โดยระบุว่าค้างค่าบ้านแค่ 2-3 เดือน ก็สามารถขายทรัพย์โดยไม่บอกได้ ตนจึงขอร้องให้ช่วยดึงเรื่องกลับมา ซึ่งฝ่ายกฎหมายก็บอกว่าให้หามา 90,000 บาทภายใน 1 เดือน แต่ตนไม่สามารถหาได้ ฝ่ายกฎหมายของธนาคารจึงให้ตนคุยกับ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ซึ่งได้บอกตนว่า ให้หาเงินจำนวน 250,000 บาท หรือทำการปิดยอดบ้านเลย แต่จำนวนเงินเยอะขนาดนี้ตนไม่สามารถหาได้ทันเวลา จึงเป็นเหตุให้ตนถูกยื่นฟ้อง บังคับคดี ให้ตนขึ้นศาลเพื่อจ่าย 250,000 บาท ซึ่งตนก็ไม่สามารถหามาจ่ายได้ ศาลจึงได้ตัดสิน ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด และชดใช้ดอกเบี้ยธนาคารเพิ่ม รวมเป็นเงิน 2,876,000 บาท จากเดิมเหลือยอดแค่ 2,300,000 บาท ทำให้ตนติดบูโร ทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้

อีกทั้งกระบวนการขายทอดตลาดยังเอื้อต่อผู้ประมูล เนื่องจากราคาประมูลทอดตลาดค่อนข้างต่ำ เช่นผู้ประมูลซื้อบ้านไปในราคา 1,400,000 บาท เมื่อกระบวนการขายทอดตลาดเสร็จสิ้น ลูกหนี้ยังต้องหาเงิน 1,500,000 บาท มาผ่อนให้กับ กรมบังคับคดีและบริษัทบริหารทรัพย์สิน ตามคำพิพากษาของศาล หากหามาใช้ไม่ครบก็จะถูกจำคุก เนื่องจากหาเงินมาให้เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นโจทก์ผู้ฟ้องไม่ได้

สุดท้าย กลุ่มคนที่เดือดร้อนจากการถูกขายทอดตลาดในอีก 10 วันข้างหน้า อยากขอให้ภาครัฐช่วยเหลือประชาชนดังนี้

  1. เร่งยกเลิก พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ที่มีผลเรื่องการซื้อขายทอดตลาด ไม่ให้โอกาสลูกหนี้เจรจาประนอมหนี้ แต่กลับขายทรัพย์โดยไม่แจ้ง ด้วยเงื่อนไขจ่ายช้าไป 3 เดือน ทำให้เสียเงินที่ผ่อนมาตลอดกว่าล้านบาทฟรีๆ
  2. จัดหาที่อยู่ให้ผู้ที่ถูกขายบ้านทอดตลาด ให้ได้มีที่อยู่ในช่วง COVID-19 ระบาด ลักษณะบ้านให้เช่า หรือเช่าบ้านตัวเองที่ถูกขายทอดตลาดไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  3. ยกเลิกการขายทอดตลาด โดยยกเลิก พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541

สรุปก็คือ ขอโอกาสให้ลูกหนี้ได้มีโอกาศกลับมาผ่อนบ้านของตนเอง ที่กำลังจะถูกขายทอดตลาดได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นความเรียกร้องต้องการสอดคล้องกับ สมาพันธ์สตรีทำความดีแห่งประเทศไทย

ใครมีทุกข์เช่นเดียวกันในกรณีเช่นนี้สามารถติดต่อไปที่

Line ID:fwdt     Facebook: สมาพันธ์สตรีทำความดีแห่งประเทศไทย

โทรซ 02-2722199, 096-8358972, 084-2088989