เรือนจำแทบแตก ศาลก็วุ่น!! แกนนำพาซวย เกรงแพร่เชื้อโควิดทั่วคุก เจ้าหน้าที่กว่า 30 คนใกล้ชิด เดือดร้อนหนัก มีความเสี่ยง!?

736

หลังจากเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 64 กรมราชทัณฑ์ ชี้แจง กรณีที่มีการเผยแพรในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และอยู่ในระหว่างแยกกักโรคเป็นระยะเวลา 14 วันหลังกลับจากศาล ได้มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จริงตามที่เป็นข่าว

ก่อนหน้านี้ “จัสติน” ฝากข้อความผ่านโพสต์ของอานนท์ อำภา ระบุว่า ช่วงนี้อาการตัวร้อนลดลง ผมว่าจะลองหยุดยาที่กินเกี่ยวกับอาการไข้ตัวร้อนดู แต่อาการปวดตามเนื้อตัวยังมีอยู่เริ่มมีเสมหะ หายใจไม่ค่อยสะดวกตอนนอน และภายหลังปรากฎว่ามีเพื่อนในห้องขังเริ่มเป็นหวัดนายชูเกียรตินอนห้องเดียวกับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ด้วย

และหากย้อนไทม์ไลน์ไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 64 ศาลอาญาได้เบิกตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ สองแกนนำกลุ่มราษฎร มายังห้องพิจารณาคดี 912 เพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและอนุญาตให้ประกันตัวในวันดังกล่าว เบื้องต้นภายหลังได้รับการประสานงานจากราชทัณฑ์และทนายความถึงข่าวดังกล่าว ทางศาลอาญาได้มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยหลังการใช้ห้องพิจารณาเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ก็ได้ทำความสะอาดแล้ว

แต่เมื่อได้รับรายงานว่ามีผู้เสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อโดยตรงมาขึ้นศาลที่บัลลังก์ดังกล่าว ในส่วนของศาลอาญาก็ได้มีการประสานให้ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ ตำรวจศาล และคนที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในห้องพิจารณาดังกล่าวทำการกักตัวเองไว้ เพื่อรอผลตรวจของนายจตุภัทร์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาห้องพิจารณาคดีดังกล่าว

ทางด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ส่งตัวนายชูเกียรติไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อรับการรักษาตัวแล้วเมื่อเวลา 10.00 น. ทั้งนี้ ได้ให้ทางทีมแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตรวจสอบผลโดยละเอียดเพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ส่วนห้องที่ใกล้ชิดกับนายชูเกียรติ ก็จะทำการตรวจโควิดให้หมดทุกคน และกักตัวตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เบื้องต้นมีประมาณ 9 คน และหลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุที่มาของการติดเชื้อโควิด-19 ว่ามาจากแดนกักโรคหรือที่ใด เพราะก่อนหน้านี้นายชูเกียรติอยู่ในแดนกักโรค และได้ไปรับการผ่าตัดเอาฝีออกมา

 

ส่วนทางด้านโฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า จากการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ของนายชูเกียรติ ทำให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต้องแยกกักตัวเจ้าหน้าที่ 9 ราย และผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มสัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงในห้องแยกกักโรคและสถานพยาบาลเรือนจำฯ จำนวน 26 ราย พร้อมดำเนินการเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากบริเวณหลังโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอผลการตรวจเชื้อ ซึ่งในระหว่างนี้ทางเรือนจำได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำขึ้น เพื่อรองรับการรักษาผู้ต้องขังที่มีการติดเชื้อแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการป่วยเล็กน้อย


นอกจากนี้ศาลอาญาได้รับการประสานงานจากราชทัณฑ์และทนายความจำเลยถึงกรณีข่าวดังกล่าวแล้ว ในเบื้องต้นศาลอาญาได้ประสานให้ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ ตำรวจศาลซึ่งประจำอยู่ที่ศาลอาญาที่เกี่ยวข้องในคดีซึ่งอยู่ในห้องพิจารณาดังกล่าวในช่วงเวลาไต่สวนคำร้อง เพื่อแจ้งข้อมูลและให้งดการเดินทางเพื่อสังเกตอาการทำตามที่สาธารณสุขให้คำแนะนำ โดยกลุ่มบุคลากรเหล่านี้ถือว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับไม่สูง เหตุที่งดการเดินทางหรือกักตัวเองก่อนก็เพื่อรอผลการตรวจหาเชื้อของนายจตุภัทร์เสียก่อน เนื่องจากตามที่มีการรายงานข่าวแจ้งว่านายจตุภัทร์มีความใกล้ชิดกับผู้ที่ถูกระบุว่าตรวจพบเชื้อโควิด และศาลอาญาได้รับแจ้งจากทนายความของนายจตุภัทร์ว่าวันนี้นายจตุภัทร์ได้ไปตรวจหาเชื้อแล้ว จะทราบผลวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตามในเฟซบุ๊กเพจ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration” ที่มีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง เป็นแกนนำจัดการชุมนุม โพสต์ข้อความโจมตีกรมราชทัณฑ์ว่า หลายครั้งมาตรการกันโควิดถูกนำมาอ้างไม่ให้ญาติเข้าเยี่ยม ไม่ให้ทนายเข้าไปปรึกษาคดี

จากเหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมาตรการที่ตอแหล นำเอาสถานการณ์ไวรัสระบาดมาเป็นข้ออ้างนั้น หากย้อนไปดูช่วงที่เรือนจำออกมาตราการเคร่งครัด ขอความร่วมมือญาติงดเยี่ยม เพราะต้องเฝ้าระวังเชื้อโควิด ทางด้านกลุ่ม 3 นิ้วก็อ้างว่าเป็นการกีดกัน แม้แตแม่เพนกวินเองก็บอกว่า แค่จะเข้าไปกอดลูกยังทำไม่ได้ รวมทั้งกลุ่มแกนนำยังเคยปฎิเสธไม่ยอมตรวจเชื้อโควิด เพื่อจะคัดกรองไปห้องกักกันโรคด้วย และต้องติดตามผลตรวจของ “ไผ่ ดาวดิน” ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ด้วยว่า หากติดเชื้อโควิด จะต้องมีเจ้าหน้าที่ศาล เจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้ร่วมห้องคุมขังอีกหลายชีวิต เข้ารับการกักตัว 14 วัน ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งเรือนจำและศาลต้องป่วนหนักในช่วงนี้