ธนาธร ประกาศค้านนายกฯยุบสภา ลั่นไม่ใช่เวลาที่เหมาะ ก่อนหลุดอีก2ปีค่อยทำ

1801

จากที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดห้องสนทนาทางแอพพลิเคชั่น Club House ชวนประชาชนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ ในหัวข้อ “สร้างพันธมิตร ประคองธุรกิจพ้นวิกฤต” ในสถานการณ์โควิดนั้น

โดยในช่วงหนึ่งนายธนาธร ได้พูดถึง เมื่อมีประชาชนผู้ร่วมห้องสนทนาถามความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐบาลในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดระลอกที่สามในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาทางการเมือง และทางออกที่นายธนาธรคิดว่าเหมาะสมที่สุดในเวลานี้

ทั้งนี้นายธนาธร ระบุบางช่วงว่า  “ในทางการเมือง หลายคนเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการยุบสภาเกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าต่อให้มีการยุบสภาเกิดขึ้นก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม หากยุบสภาเวลานี้ กว่าที่จะได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมาต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือน ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ประเทศจะไม่มีรัฐบาลไม่ได้ แม้ว่าประชาชนจะไม่พอใจรัฐบาลในปัจจุบันก็ตาม อีกทางเลือกหนึ่งที่ตนเห็นว่าเป็นไปได้ และเหมาะสมมากกว่า ก็คือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลาออก ให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งแทน ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ามีเพียงสองภารกิจเท่านั้น คือ

1) จัดการวิกฤตโควิด ไม่ว่าจะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวัคซีนเพิ่มและการบริหารจัดการการฉีดวัคซีน และ 2) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามาเพื่อจัดการปัญหาใหญ่สองเรื่องนี้เท่านั้น หลังจากจัดการปัญหาโควิด และทำรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาแล้วอาจจะกินเวลา 2 ปีพอดี จึงยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่”

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังกล่าวอีกว่า สูตรนี้น่าจะดีกับประเทศมากกว่า คือแก้โจทย์ทั้งการเมืองและโควิดไปในคราวเดียวกัน เพราะแน่นอนที่สุด ต่อให้แก้ปัญหาโควิดจบ เราก็จะมาเจอกับดักการเมือง ที่ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองฝ่ายอื่นเข้ามามีอำนาจได้อีก

“ดังนั้นผมคิดว่าถ้าคุณประยุทธ์ลาออกแล้วมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีภารกิจที่ชัดเจนสองภารกิจ คือจัดการโควิดแล้วก็แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางที่จะสร้างเศรษฐกิจใหม่ สร้างการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงได้ น่าจะดีที่สุด” นายธนาธร กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับนายธนาธร จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งผลการพิจารณามีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคต ให้พรรคกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ทำให้ส่งผลต่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ในทันที โดยทั้งหมดถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ก็ต้องพ้นสมาชิกภาพไปด้วย อีกทั้งกรรมการบริหารพรรคไม่สามารถไปร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้

สำหรับ กรรมการบริหารพรรค ที่เป็น ส.ส. 11 คน (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) ซึ่งจะต้องหลุดจาก ส.ส. มีดังนี้ 1. ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค 2. กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค 3. ชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค 4. พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค (ลาออก กก.บห. เมื่อ 16 ก.พ. 2563) 5. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค 6. ไกลก้อง ไวทยกา นายทะเบียนพรรค7. เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ 8. สุรชัย ศรีสารคาม 9. เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ 10. จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ 11. นายนิรามาน สุไลมาน 12. นายธนาธร ซึ่งสิ้นสุดการเป็น ส.ส. ไปแล้วจากเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้คำวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของ นายธนาธร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ในคดีการถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด