“สมยศ-ไผ่” ได้ประกันตัว พร้อมประกาศชัด ไม่ร่วมชุมนุมจาบจ้วงสถาบันฯ ยิ่งชัดเจน “รุ้ง-เพนกวิ้น” ดิ้นอดอาหาร ทำตัวเอง

3085

หลังจากที่มีรายงานว่า วันนี้ (23 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน สองแกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยที่ 4 และ 7 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามป.อาญา ม.112

กรณีชุมนุม 19-20 ก.ย. 2563 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล เพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวที่นายสมยศและนายจตุภัทร์ได้ยื่นเข้ามาใหม่อีก

โดยคำร้องล่าสุดทั้งสองได้ระบุถึงเหตุผลที่จำเลยตัดสินใจถอนทนายความว่า เกิดจากความกดดันและความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และสิทธิในการปรึกษาทนายความอย่างเต็มที่ในห้องพิจารณาคดีของศาล ตามปรากฎในคำแถลงขอถอนทนายความ ฉบับลงวันที่ 8 เม.ย. 2564 นอกจากนี้ทั้งสองยังมีความประสงค์แต่งตั้งทนายความเพื่อปรึกษาและว่าต่างคดีให้กับจำเลย เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป


ทั้งนี้นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า จำเลยทั้งสองคนได้แต่งตั้งตนให้เป็นทนายความประจำคดี หลังจากถอนทนายความออกไปก่อนหน้านี้ และมีการยื่นเหตุผลใหม่ประกอบการขอประกันตัว ซึ่งนอกเหนือจากแนวนโยบายว่าด้วยการให้โอกาสผู้ถูกคุมขังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อลดความแออัดในเรือนจำ ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว มีเหตุผลเฉพาะของนายสมยศ คือมีอาการป่วยเกี่ยวกับข้อเข่า และในส่วนของนายจตุภัทร์ คือกำลังศึกษาระดับชั้นปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเหตุผลประกอบเพิ่มเติมเข้าไปด้วย รวมทั้งให้ศาลกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวที่เคยยื่นไว้ก่อนหน้านี้ด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา ณ ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งเรื่องคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน สองแกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยที่ 4 และ 7 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 กรณีชุมนุม 19-20 ก.ย. 2563

ศาลพิเคราะห์ภายหลังการไต่สวนแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งทั้ง 2 รายได้ลงชื่อยอมรับเงื่อนไขจากศาล

ก่อนหน้านี้นายสมยศ จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดินจำเลยที่ 7 เคยแถลงต่อศาลในทำนองเดียวกันว่า หากข้าพเจ้าได้รับการปล่อยชั่วคราว ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้เสื่อมเสียสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยยินดีที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวทุกประการ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของนายจตุภัทร์ จำเลยที่ 7 แถลงว่า หากมีการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 7 บุตรชาย ข้าพเจ้าจะรับรองกำกับดูแลจำเลยที่ 7 ให้ปฏิบัติตามสัญญาที่แถลงไว้ต่อศาล อย่างไรก็ตามหากทั้งคู่ ยังกระทำผิดซ้ำก็จะถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำอีกทันที