จับตาต่อ อย่างใกล้ชิด!! “ผบ.ตร.” จะว่ายังไง เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้อง “คดีตี๋ทอน” หรือบทสรุปจะหลุดแบบ “บอส กระทิงแดง”?

625

จากกรณีที่วันนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้นำตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องคดี ในความผิดฐานข้อหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายธนาธรถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ดำเนินคดีอาญา

ซึ่งต่อมาทางด้าน นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบมาว่า คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา มีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร ตามที่พนักงานสอบสวนทำความเห็นมาตามขั้นตอนจะต้องส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือเเย้งหรือไม่ ถ้าเห็นเเย้งมาก็ต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมาย รายละเอียดเหตุผลจึงยังไม่สามารถบอกได้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 64 ก่อนหน้าจะมีคำตัดสิน ทางสำนักข่าว The Truth ได้นำเสนอถึงแนวทางการตัดสินคดีของนายธนาธร ว่าอาจจะรอด ไม่ถูกสั่งฟ้อง ระบุว่า “หากว่าอัยการฯสั่งไม่ฟ้องแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีความเห็นแย้งหรือไม่? เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับการพิจารณา บางคดีทางตำรวจเห็นแย้งอัยการฯและก็มีบางคดีที่ตำรวจก็ไม่ได้เห็นแย้งอัยการฯเช่นกันเดียว ”

อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้น เมื่อคณะอัยการ นำโดยนายประยุทธ เพชรคุณ ได้แถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” หรือ บอส ที่ความเห็นและคำสั่งของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง ได้มีการเสนอสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อพิจารณา อันเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ซึ่งต่อมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความเห็นไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว

นอกจากนี้ทำให้สิ่งที่จับตามองว่า การขึ้นมานั่งตำแหน่งประธานกอ. คนใหม่ ของนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุดในสมัยทักษิณนั้น จะทำให้นายธนาธรรอดจากคำสั่งไม่ฟ้อง เหมือนกับการตัดสินของคดีธัมมชโยที่เคยเกิดขึ้น เมื่อปี 2549

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ต้องลุ้นกันต่อว่า ทางด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมีคำสั่งเห็นแย้ง หรือไม่แย้ง กับคำตัดสินดังกล่าวของอัยการ แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางศาลรัฐธรรมนูญจะได้ฟันธงแล้วว่า นายธนาธรผิดพรป.เลือกตั้ง และต้องพ้นตำแหน่ง ส.ส. ปมหุ้นสื่อวีลัค-มีเดีย

 

สำหรับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีดังนี้ คือ มาตรา 145 ในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอธิบดีกรมอัยการ ถ้าในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนออธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ถ้าในจังหวัดอื่นให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ทั้งนี้มิได้ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะจัดการอย่างใดแก่ผู้ต้องหาดังบัญญัติไว้ในมาตรา 143

ในกรณีที่อธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดอื่นแย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ ให้ส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อชี้ขาด แต่ถ้าคดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง ก็ให้ฟ้องคดีนั้นตามความเห็นของอธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปก่อน

บทบัญญัติในมาตรานี้ ให้นำมาบังคับในการที่พนักงานอัยการจะอุทธรณ์ ฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์และถอนฎีกาโดยอนุโลม