เปิดคดีบาส เคยถูกจับได้ประกันแต่ไม่เข็ด ฝากถึงสามกีบอย่าเก่งแต่ในโซเชียลฯ

1089

ยังคงต้องจับตาและติดตามกันอย่างต่อเนื่องสำหรับการเคลื่อนไหวของม็อบคณะราษฎร และแนวร่วม แม้บรรดาแกนนำหลายคนถูกจับกุมเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือจำแล้ว

โดยการเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการอดอาหารประท้วง และนำมาซึ่งบางรายถูกจับกุมดำเนินคดีจากข้อหาเดิม ที่ศาลเคยให้ประกันมาก่อนนี้ อย่างกรณีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 เมษายน  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าจับกุม “บาส” มงคล ถิระโคตร นักกิจกรรมที่อดอาหารหน้าศาลอาญา เรียกร้องความเป็นธรรมให้ ปล่อยเพื่อนเรา เป็นวันที่ 3 ซึ่งตำรวจได้แสดงหมายจับของ สภ.พาน จังหวัดเชียงราย ข้อหามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

สำหรับ “บาส” มงคล ได้เดินทางมาปักหลักนอนหน้าศาลอาญา เพื่ออดอาหารตามกลุ่มแกนนำ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่า เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความไม่พอใจต่อกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ให้สิทธิประกันตัวต่อจำเลยกลุ่มราษฎร ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมจึงมาเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้เพื่อน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายมงคล ได้แจ้งกับนักข่าวว่า ตนเองเริ่มอดอาหารตั้งแต่เดินทางมาจากเชียงราย โดยดื่มเพียงน้ำ เหลือแร่ และน้ำหวาน จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สึกกังวลอะไร ร่างกายยังไหว แต่อาจจะเริ่มเบลอและสื่อสารได้ไม่ดีนัก จะปักหลักนอนหน้าศาลอาญา และอาศัยเข้าห้องน้ำในปั๊ม เดินทางมาจากเชียงราย ถึงหน้าศาลอาญาประมาณตี 5 จน 6 โมงเช้า จึงเดินไปหน้าป้ายศาลอาญา แต่มีเจ้าหน้าที่เดินออกมากั้นรั้วสีเหลืองหน้าป้าย พร้อมแจ้งว่า การกระทำอาจจะเป็นการดูหมิ่นศาล จึงย้ายไปนั่งข้างป้ายศาลอาญาแทน

ขณะที่ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้นำหมายจับมาแสดงและอ่านต่อหน้า นายมงคล ระบุว่า ได้รับการประสานงานมาจาก พ.ต.อ.มานพ เสนากูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ว่านายมงคล ถิระโคตร หรือ บาส อายุ 27 ปี ได้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงรายเพื่อมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ (อดอาหาร) เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

“นายมงคล เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 42/2564 ลงวันที่ 14 เมษายน 2564 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา”

สำหรับประวัตินายมงคล เบื้องต้น พบว่าพักอาศัยอยู่ที่ อำเภอพาน เชียงราย และถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ตามคดีอาญาที่ 115/2564 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2564 ของ สภ.พาน จ.เชียงราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีหลักประกันในชั้นศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จึงได้เข้าแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับ ให้นายมงคล ตรวจสอบและอ่านดูแล้ว รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุในหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับหรือเข้ามอบตัวในคดีนี้มาก่อน ชุดจับกุมได้ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ปรากฎว่ามีหมายเลขตรงกับที่ระบุในหมายจับจริง จึงได้ทำการจับกุม แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้รับทราบเพื่อส่งตัวไปเชียงราย ต่อไป

อย่างไรก็ตามยังพบว่านายมงคล  หรือ บาส ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ โดยระบุว่า บาสไม่มีกระจอกกับมาตรา 112 ที่ป่าเถื่อน จงให้การจับครั้งนี้เป็นการจับที่มิชอบ และจงประณามไปชั่วกัปชั่วกัลป์ในมาตรานี้ ผมไม่หวาดกลัวเเละจะอดอาหารต่อไป เพื่อให้เพื่อนก่อนหน้าผมออกมา โชคดี แล้วคงได้เจอกันในวันที่เราชนะ ขอแค่ชนะครั้งเดียว

ก่อนหน้าที่นายมงคล จะถูกตำรวจจับ ยังได้ทวีตข้อความว่า “อย่าให้เขาว่า เราเก่งแต่ในทวิต เเละโซเชียลกันนะวัยรุ่น ตอนนี้เหล่าผู้มีอำนาจหัวเราะเยาะ ที่เรานั้นเก่งกันอยู่ในโลกออนไลน์อย่างเดียว ใครถนัดประท้วงด้านไหนทำเลย อนาคตของท่าน ถ้าเเก่ตัวมาอย่าเสียใจที่ในวันที่มีกำลังไม่ออกมาเรียกร้อง สู้ไปด้วยกันครับ”