อนุชาไปมุดหัวอยู่ไหน?ม็อบจาบจ้วงสถาบันทั้งคืน ตื่นเช้ามาบอกสื่ออย่าสร้างขัดแย้ง!

2355

จากที่ม็อบปลดแอกชุมนุมเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน โดยมีบางข้อความที่จาบจ้วงล่วงละเมิดอย่างรุนแรง ขณะที่“อนุชา” บอกอยากเห็นสิ่งดีงามเกิดขึ้นในสังคม และความเบ่งบานของประชาธิปไตย ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามระบอบประชาธิปไตย

โดยวันนี้ (‪20 ก.ย.63) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุการชุมนุม 19 กันยายน เป็นการแสดงออกถึงสัญลักษณ์ทางระบอบประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งการชุมนุมเป็นพื้นฐานการแสดงออกทางประชาธิปไตย สามารถที่จะชุมนุมได้อย่างสงบ และจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น พร้อมกับฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมขอให้ระมัดระวังอย่ากระทำการใด ๆ ที่เป็นการยั่วยุส่อไปในทางที่ผิดกฎหมาย เพราะพื้นฐานการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้สร้างหรือกำหนดให้ละเมิดกฎหมาย

“ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมระมัดระวัง ทั้งนี้ การชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย  มีทั้งผู้เห็นร่วมและผู้เห็นต่าง ดังนั้น ผู้ที่รักษากฎหมายจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อที่จะไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายเกิดขึ้น โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาขอให้คิดอยู่เสมอว่าเป็นลูกหลานของทุกคน พร้อมกับเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ ได้กำชับให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ครบถ้วน ตรงไปตรงมาบนพื้นฐานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อต่าง ๆ นั้น ขอให้นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลาง ไม่นำเสนอประเด็นที่สร้างความแตกแยก และที่สำคัญต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตย และเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้

“อยากเห็นความเบ่งบานของประชาธิปไตย และอยากเห็นสิ่งดีงามเกิดขึ้นในสังคม โดยเชื่อว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและต่อประเทศ ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” นายอนุชา กล่าว

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสงสัยว่า การที่นายอนุชา ออกมาพูดแบบหล่อๆ ในทำนองเอาดีใส่ตัวเช่นนี้นั้น ตลอดการชุมนุมของม็อบปลดแอกเอาแค่วันที่ 19 ก.ย. 2563นั้นนายอนุชา ได้รับรู้หรือรับฟังอยู่หรือไม่ การออกมาพูดของนักการเมืองที่ไม่เอาใจใส่ประเทศชาติ ไม่ได้เกาะติด หรือติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวนี้ น่าจะสะท้อนได้หรือไม่ว่า ตัวอนุชาไม่ได้ศึกษา หรือไม่เคยศึกษพฤติกรรมของแกนนำม็อบนี้เลย แค่ออกมาห้อยโหนเพื่อให้ตัวเองดูดีเช่นนั้นหรืออย่างไร???

สุดท้ายต้องฝากถามนายอนุชา ที่อวดอ้างกำกับดูแลสื่อ พร้อมแนะให้เสนอข่าวอย่างเป็นกลาง ไม่สร้างความขัดแย้ง นี่ยิ่งตอกย้ำและสะท้อนถึงความไม่เอาใจใส่ เพราะการปราศรัยของแกนนำแต่ละคนเมื่อคืน ไม่ว่านายอานนท์ นำภา ที่กล่าวย้ำถึงเรื่อง 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน  ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมทั้งนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ที่พูดจาปราศรัยในลักษณะหมิ่นเหม่ และเข้าข่ายก้าวล่วงอย่างชัดเจน จนไม่สามารถนำเนื้อหาคำพูดเหล่านั้นมานำเสนอได้

กระทั่งการไปทำเนียบองคมนตรีโดยอ้างไปยื่นหนังสือเรียกร้อง ซึ่งหากนายอนุชา ใช้สติปัญญาพิจารณาก็จะรู้ว่านั่นเป็นการแสดงการกดดันต่อสถาบันหรือไม่ ตรงนี้ก็น่าจะคิดได้ไม่ยากเย็นอะไร ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ซึ่งเคลื่อนไหวร้องเรียนต่อทุกฝ่าย ไม่เว้นรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญที่น่าพิจารณาก็คือ ศรีสุวรรณ เองยังรับรู้ได้ถึงพฤติกรรม การทำผิดกฎหมายต่างๆของแกนนำม็อบ ดังนั้นจึงน่าสงสัยยิ่งขึ้นไปอีกว่า แล้วทำไม อนุชาผู้กำกับดูแลสื่อแท้ๆที่น่าจะรับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงได้มากมาย แต่กลับไม่รู้อะไรเลย ทำราวกับคนหูหนวก???