เปิดเบื้องหลัง!?! ศาลเรียกแม่ๆแกนนำคุย ให้กล่อมลูกรับเงื่อนไขให้ประกัน แต่ทุกคนไม่เอา

9734

ยังคงเป็นประเด็นให้ติดตามกันต่อไป เมื่อบรรดาแกนนำม็อบคณะราษฎร ไม่ยอมรับเงื่อนไขศาล ในการยื่นประกันตัวคดีตามความผิด มาตรา 112 โดยมีเบื้องหลังบางแง่มุมที่สังคมคนไทยควรได้รับรู้และร่วมกันพิจารณา ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น เพื่อความจริงได้ประจักษ์ว่ากระบวนการยุติธรรมไทยยังคงศักดิ์สิทธิ์!!!

โดยหลังจากที่ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร และศาลอาญาได้อ่านคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งมี นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกรวม 22 คน โดยนายปติวัฒน์ หรือหมอลำแบงค์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3 ได้รับการอนุญาตปล่อยตัวแล้ว 1 ราย

ทั้งนี้โดยทนายได้ยื่นประกัน คดีม112 จำนวน 3 คดี 1. คดีชุมนุม #19 กันยา สำหรับ “อานนท์-รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน” 2. คดี ม112 ชุมนุม #MobFest สำหรับเพนกวิน 3. คดี แปะกระดาษบนรูปร.10 ใน #ม็อบ20มีนา สำหรับ “จัสติน-ชูเกียรติ” วางเงินสดคนละ 2 แสนบาทเป็นหลักประกัน

ต่อมาทวิตเตอร์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน @TLHR2014 ได้โพสต์ข้อความอัพเดท ระบุว่า “ยังไม่ได้ประกันตัว แต่ ตำรวจขอนแก่น เข้าไปแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่ม ม.116 ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ทั้ง ไผ่ และ เพนกวิน จากกรณี #จัดม็อบ และจากนั้นก็มีรายงานออกมาว่า ศาลได้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว “อานนท์-รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน-จัสติน รวมทั้งแอมมี่”

ล่าสุดวันนี้ 10 เมษายน 2564 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมาย หรือไอลอว์ (iLaw) ได้ออกมาโพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ผลต่อเนื่องจากการพิจารณาของศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำม็อบ โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่น่าพิจารณาว่าทำไมถึงไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมา ซึ่งมีเหตุผลที่สังคมคนไทยควรจะได้รับรู้ข้อเท็จจริงนี้ร่วมกันว่า

วันที่ 7 เมษายน ผมได้เข้าไปในห้องพิจารณาคดี 704 ในฐานะทนายความของแอมมี่ ทนายผู้ใหญ่ไปคุยกับศาลใต้บัลลังก์ คุยอยู่นานเลยผมไม่ได้ยิน จนศาลบอกให้เอาแม่อานนท์ กับแม่ไมค์เข้ามาได้ แค่สองแม่ก่อน ผมเดินออกไปหาแม่ๆ ที่นั่งอยู่กับพื้นหน้าลิฟท์ บอกให้แม่พี่อานนท์เข้ามา แล้วมีคนบอกว่าแม่ไมค์อยู่ข้างล่างจะโทร.ตามให้

แม่พี่อานนท์ไปยืนคุยกับศาลแสนนาน ก่อนที่จะไปนั่งคุยกับพี่อานนท์ ศาลว่า บอกให้เวลาคุย 10 นาทีแล้วให้ออก สักพักแม่ไมค์เดินขึ้นมาผมบอกให้แม่ไมค์ไปคุยกับศาล คุยแปบเดียวแล้วแม่ไมค์เดินมานั่งข้างๆ ไมค์ นี่น่าจะเป็นวันแรกที่เขาได้นั่งข้างกันนับตั้งแต่ 8 มีนาคม

รู้อยู่แล้วว่า ศาลบอกแม่ๆ ให้มีเวลา 10 นาทีไปคุยกับลูกให้ “ยอม” รับเงื่อนไข ซึ่งไผ่กับพี่สมยศ รับเงื่อนไขไปก่อนแล้ว ผมเห็นไมค์กับแม่จับมือกันแน่น สองคนกระซิบกระซาบคุยกัน มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นั่งประกอบสองฝั่ง ไมค์ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ผมอยากคุยด้วย หรืออยากฟังด้วย แต่ราชทัณฑ์ไม่ให้คุย ผมดันเสร่อเดาไปเองว่า คนเป็นแม่ต้องอยากให้ลูกได้ออก เลยเดินเฉียดไปแล้วพยักหน้าให้ไมค์ทีนึง บอกไมค์ว่า “เอาๆ” หวังจะให้เขามั่นใจถ้าจะต้องตัดสินใจรับเงื่อนไข

ไมค์ยกมือเรียกขอคุยกับผม ผมเดินไปนั่งย่อๆ ลงข้างๆ โดยราชทัณฑ์พยายามจะฟังอยู่ ไมค์บอกว่า “ผมรับไม่ได้หรอก ผมทิ้งมวลชนไม่ได้ ถ้าเขาอยากขังผมก็ให้ขังไป ไม่ใช่ให้เราเป็นฝ่ายถอย

แววตาไมค์มุ่งมั่นมาก แต่สีหน้ายังยิ้มแย้ม ไม่มีความเศร้าสร้อยหลงเหลือ เขารู้แล้วว่าข้างหน้าต้องเจอกับอะไร สงสัยมากว่า แม่ไมค์ที่เพิ่งมีเวลาคุยกับลูกแค่สิบนาที แล้วได้รับรู้ว่าลูกยืนยันจะไม่ออกจากคุก และไม่ยอม เมื่อแม่ต้องเดินออกไปข้างนอกคนเดียว คนเป็นแม่จะรู้สึกอะไร จะแบกรับอะไรไว้บนบ่ากับในอกบ้าง

ผมบอกไมค์แค่ว่า ดีๆ นับถือๆ  ผมไม่ได้สนิทอะไรกับไมค์มาก่อนเลย เคยคุยกันแค่ 2-3 ครั้ง นาทีนั้นยกให้หมดใจ กับน้องคนนี้ที่เพิ่งเปิดหน้ามาเคลื่อนไหวไม่ถึงปี รู้สึกตัวเองเสร่อมากที่คิดไปเองว่าพวกเขาจะรับ”

นั่นคือข้อมูลที่ออกมาจากคนที่สนิทแนบชิดกับฝ่ายแกนนำ ซึ่งแน่นอนว่า การไม่ยอมรับเงื่อนไขของศาล ย่อมเป็นสิทธิ์ของจำเลย ที่สามารถทำได้ หากแต่การออกมาใช้เงื่อนไขในการไม่ให้ประกันของศาล ทั้งที่มีการเปิดโอกาสให้แล้ว แต่ไม่ยอมรับกันเองทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสิ่งที่คนไทยได้รับรู้ร่วมกันว่า ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้เป็นอย่างไร???