ศาลจีนตัดสินโทษประหาร?!?เจ้าหน้าที่รัฐชาวอุยกูร์ 2 คนแบ่งแยกดินแดน สหรัฐฯดันคว่ำบาตรโอลิมปิกจีนเจ้าภาพทันที

605

ศาลประชาชนจีนตัดสินประหารชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลในเขตปกครองตนเองซินเจียงที่เป็นชาวอุยกูร์ 2 คน ฐานมีพฤติการณ์แบ่งแยกดินแดนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแต่รอลงอาญาไว้ 2 ปี ในขณะที่จีนกำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ด้วยการโหมกระแสข่าวฝ่ายเดียวของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก เรื่องการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ในภูมิภาคดังกล่าว ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง สหรัฐยังระบุด้วยว่า ชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอื่น ๆ ในเขตซินเจียงกำลังเผชิญกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทารุณกรรมทั้งหมด และยืนยันว่าจำเป็นต้องดำเนินนโยบายในเขตซินเจียงเพื่อต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรง

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2564 สำนักข่าวเอเอฟพีและ ดอยช์เวลล์ Deutsche Welle รายงานว่า จีนตัดสินโทษประหารชีวิตโดยให้รอลงอาญา 2 ปี ต่ออดีตเจ้าหน้าที่รัฐชาวอุยกูร์จำนวน 2 คน ขณะที่เว็บไซต์ของรัฐบาลซินเจียงประกาศเมื่อวันอังคารที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ศาลประชาชนชั้นสูงซินเจียงตัดสินประหารชีวิต ชีร์ซัต บาวูดุน อดีตหัวหน้าสำนักงานยุติธรรมของเขตปกครองตนเองซินเจียง  จากข้อหาแบ่งแยกดินแดนและสัตตาร์ ซาวุต อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของเขตปกครองตนเองซินเจียง จากความผิดตามข้อหาแบ่งแยกดินแดนและรับสินบน แต่ให้ชะลอการลงโทษทั้งสองคนไว้เป็นเวลา 2 ปี 

หวัง หลางเถ่า รองประธานศาลประชาชนชั้นสูงซินเจียง กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า บาวูดุนมีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดกับองค์กรก่อการร้าย, รับสินบน และดำเนินกิจกรรมแบ่งแยกดินแดน

 

ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักโทษรายนี้สมรู้ร่วมคิดกับขบวนการอิสลามแห่งเตอร์กิสถานตะวันออก (อีทีไอเอ็ม) ที่อยู่ในรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายของสหประชาชาติ เขาเคยไปประชุมกับสมาชิกสำคัญของอีทีไอเอ็มในปี 2546 และรัฐบาลสหรัฐลบกลุ่มนี้ออกจากรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว โดยระบุว่าไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าอีทีไอเอ็มเป็นกลุ่มที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่

ซินหัวรายงานด้วยว่า บาวูดุนกระทำความผิดด้วยการให้ข้อมูลกับกองกำลังต่างชาติ และประกอบกิจกรรมทางศาสนาที่ผิดกฎหมายในงานแต่งงานลูกสาวของเขา

ในถ้อยแถลงของศาลประชาชนชั้นสูงซินเจียง ชาวอุยกูร์อีกคนที่ศาลตัดสินประหารชีวิตแต่ให้ชะลอการลงโทษไว้ 2 ปีเช่นกันคือ สัตตาร์ ซาวุต อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของเขตปกครองตนเองซินเจียง จากความผิดตามข้อหาแบ่งแยกดินแดนและรับสินบน 

เขาถูกตัดสินว่ากระทำความผิดฐานร่วมมือกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ก่อเหตุรุนแรงและก่อการร้าย และเขียนหนังสือที่มีเนื้อหาสุดโต่งทางศาสนาเป็นภาษาอุยกูร์

อย่างไรก็ตาม โทษประหารชีวิตที่ได้รับการชะลอโทษมักจะเปลี่ยนเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตในภายหลัง

เรื่องประเด็นปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์นี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนและชาติตะวันตก ต่างโหมกระพือข่าวว่าจีนได้กักตัวชาวอุยกูร์จำนวนกว่า 1 ล้านคน ในคุกที่สร้างเหมือนสถานศึกษา เพื่อให้เลิกนับถืออิสลามและวัฒนธรรมท้องถิ่น เรียนรู้ภาษาจีนกลาง และสาบานตนว่าจะภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างเป็นระบบ ในทุกเวทีสาธารณะ โดยไม่สนใจการชี้แจงหรือข้อเท็จจริงจากฝั่งจีนใดๆทั้งสิ้น

 

เมื่อวันอังคารที่ 6 เม.ย.2564 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะหารือกับประเทศพันธมิตรเพื่อคว่ำบาตรการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวในปีหน้าที่กรุงปักกิ่ง เนื่องจากการปฏิบัติของจีนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์อื่น ๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เช่นเดียวกับการขัดขวางขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

มาดูข้อเท็จจริงในเขตปกครองตนเองซินเจียงที่จีนพยายามอธิบายอย่างอดทนมาตั้งแต่ต้นปี มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1.ฝ่ายจีนได้อธิบายเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยได้เผยแพร่เอกสารสมุดปกขาวในเรื่องนี้จำนวน 8 ฉบับอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลเขตปกครองตนเองซินเจียง ก็ได้จัดงานแถลงข่าวจำนวน 23 ครั้ง โดยแสดงตัวเลขและตัวอย่างโดยละเอียดถึงข้อมูลของผู้คนจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในซินเจียง ที่ได้อาศัยและทำงานด้วยความสงบความสามัคคี เช่นในปี 2019 (พ.ศ.2562) ซินเจียงมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 200 ล้านคน รวมทั้งมีนักการทูต นักข่าวและตัวแทนองค์กรทางศาสนามากกว่า1,200 คนจากกว่า 100 ประเทศ ได้เดินทางไปเยือนซินเจียงอย่างเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของซินเจียง ตลอดจนได้เห็น ความสุขและความสามัคคีของผู้คนจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในซินเจียง

 

2.ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา อายุขัยเฉลี่ยของชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในซินเจียง ได้เพิ่มขึ้นจาก 30 ปี เป็น 72 ปี และประชากรอุยกูร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 25.04% ระหว่างปี 2010-2018 (พ.ศ.2553 – 2561) ซึ่งสูงกว่าจำนวนประชากรในซินเจียงที่เพิ่มขึ้น 13.99% และสูงกว่าจำนวนประชากรฮั่นที่เพิ่มขึ้น 2%

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทางการจีนกล่าวว่าไม่มีกรณีการก่อการร้ายรุนแรงในซินเจียง เนื่องจากจีนปกป้องสิทธิของคนตามกฎหมาย และพยายามทุกวิถีทางในการฝึกอบรมสร้างงานให้กับคนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในซินเจียง ตลอดจนส่งเสริมช่วยเหลือและสนับสนุนในการกำจัดความยากจนด้วยตนเองและมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรควิด-๑๙ ซึ่งรัฐบาลจีนยึดมั่นในอำนาจสูงสุดในชีวิตของประชาชนและได้ใช้มาตรการที่แน่วแน่ทางวิทยาศาสตร์ขั้นเด็ดขาด เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของผู้คนในทุกกลุ่มชาติพันธุ์รวมถึงชาวอุยกูร์ให้มากที่สุด

และนี่คือคำชี้แจงของจีนกรณีซินเจียงที่สหรัฐและพันธมิตรไม่รับฟัง! ล่าสุดกรณีสินค้าแบรนด์ดังตะวันตกพากันต่อต้านฝ้ายจากซินเจียงด้วยข้อหาตามที่สหรัฐชี้ ทำให้เกิดกระแสคว่ำบาตรกลับต่อสินค้าดังกล่าวในหมู่ประชาชนจีนอย่างกว้างขวาง!!