บิ๊กตู่ต้องกล้าตัดสินใจเมื่อพรรคร่วมกล้าฝืน?!? ทอท.เดินหน้าผุดเทอร์มินัล 2 สวนมติครม.ที่ให้ชะลอสร้าง!?!

642

ดูเหมือนว่า การสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร หรือเทอร์มินัล 2 ทิศเหนือที่รู้จักกันไปทั่วไปว่า เทอร์มินัล2 ตัดแปะ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด ที่กระทรวงคมนาคม โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทยหรือ ทอท.ต้องยืนยันสร้างให้ได้ โดยไม่หวั่นใครคัดค้าน ไม่ห่วงว่าจะขัดมติครม.ที่เห็นด้วยกับปปช.ต้องชะลอสร้าง ทั้งหน่วยงานภาครัฐอย่าง ปปช.และองค์กรต้านทุจริตฯ คัดค้านกี่ครั้งก็ไม่ใส่ใจแค่ขอรับไว้พิจารณา

ล่าสุดทำหนังสือชี้แจงองค์กรต้านโกงว่า ดำเนินการตามมติคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิที่รองนายกฯนายอนุทิน ชาญวีรกุลเป็นประธาน ซึ่งผ่านความเห็นชอบอนุมัติแล้ว นั่นหมายถึง จะยืนยันว่า ทั้งทสภ.กระทรวงคมนาคม และทอท.ต่างเห็นตรงกันข้ามกับทุกหน่วยงานที่คัดค้านว่า สร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะนี้ดีและจำเป็น เรื่องนี้คงไม่พ้นท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรกับ พฤติกรรมของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยที่ไม่สนใจความชอบธรรมในการบริหารโครงการเม็กกะโปรเจ็กต์สำคัญ มีพฤติกรรมน่าเคลือบแคลง หลายโครงการที่ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลต่อภาคประชาชน

ประธานทสภ.และรมว.คมนาคมหนุนทอท.สร้างเทอร์มินัล2 ตัดแปะทั้งที่ขัดมติครม. และไม่สนใจเสียงคัดค้านจากใคร  ทำไมจึงกล้า?

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท.  ได้แถลงชี้แจงถึงกรณีที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) ได้มีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ตามข้อศึกษาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อมิให้เกิดความเสียหายดังเช่นกรณีทุจริตจำนำข้าว นั้น

AOT ในฐานะผู้บริหาร ทสภ. ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า AOT ได้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถอาคารผู้โดยสาร ทสภ.โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 มีมติเห็นชอบให้ AOT ดำเนินการพัฒนา ทสภ. โดยก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ทิศตะวันตก (West Expansion) และทิศเหนือ (North Expansion) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ทสภ. ให้รองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคนต่อปี

โดยให้ AOT สอบถามความเห็นจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ซึ่งเป็นองค์กรสากลระดับโลกที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาการขนส่งทางอากาศ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ได้รับทราบข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.เพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการดังกล่าว โดยขอให้ AOT ดำเนินการตามความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2557 ที่ให้ดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ หลังจากนั้นจึงพิจารณาก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือเป็นลำดับถัดไป

AOT มิได้นิ่งนอนใจในข้อกังวลของ ACT และที่ผ่านมา AOT ได้ดำเนินการตามกระบวนการทุกขั้นตอน ทั้งการรับฟังความคิดเห็น และรวบรวมข้อเสนอแนะจากส่วนงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ เมื่อ AOT ได้รับผลการทบทวนและการศึกษาอย่างเป็นทางการจาก IATA และ ICAO เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตามกฎระเบียบแล้ว หากการพิจารณาให้ดำเนินการอย่างไร AOT ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ AOT ขอขอบคุณ ACT ที่ให้ความสนใจในกิจการดำเนินงานของ AOT และมีความห่วงใยในผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของ AOT ในฐานะรัฐวิสาหกิจ และบริษัทมหาชนที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

มาทบทวนข้อคัดค้านของปปช.ที่เสนอต่อที่ประชุมครม.วันที่ 23 มี.ค.2564 และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหมายความว่ามติครม.ในวันนั้นเห็นด้วยกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีข้อเสนอให้ ทอท.ดำเนินการดังนี้คือ:

  1. เร่งขยายเทอร์มินัล 1 ด้านทิศตะวันออก ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 รวมทั้งขยายด้านทิศตะวันตกด้วย เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 75 ล้านคนต่อปี
  2. ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ที่ให้ขยายด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ตามด้วยก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ด้านทิศใต้ใกล้ถนนบางนา-ตราด เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคนต่อปี เป็นลำดับแรกก่อน แล้วจึงนำส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือมาพิจารณาว่ายังคงมีความจำเป็นอีกหรือไม่

แม้ทอท.จะอ้างมติทสภ.เป็นผู้ไฟเขียวให้สร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะไปพร้อมกับส่วนต่อขยายตะวันออก-ตะวันตก เท่ากับเป็นการฝืนหรือขัดมติครม.นั่นเอง และก็ไม่สมารถปัดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากดึงดันสร้าง ตัวอย่างโครงการจำนำข้าวมีให้เห็น เมื่อเกิดความเสียหายมากมายมหาศาล ทั้งนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องล้วนต้องก้มหน้ารับผลแห่งการกระทำอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง  นับแต่นี้ต้องจับตาดูว่า รัฐบาลซึ่งมีอำนาจเต็มและเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง จะปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นก่อนแล้วค่อยแก้ไข หรือจะกล้าระงับยับยั้งความเสี่ยงเสียหายต่อประเทศชาติ เพราะหากเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการตลอดจนผู้รับผิดชอบการปฏิบัติทุกขั้นตอนคงต้องมีส่วนรับผิดชอบ อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้?