อาชญากรรมโหดต่อคนเอเชียนอเมริกันพุ่งรายวัน?!?โจมตีร้านค้า ทำร้ายคนชรา ทำลายชีวิตเพิ่มกว่า 150% ตามเมืองใหญ่

1050

โศกนาฎกรรมต่อคนเอเชียนอเมริกันนับหวั่นหนักหน่วง ยังไร้ทางออก กรณีล่าสุดหญิงเอเชียถูกแทงเสียชีวิตในสหรัฐฯ แต่ ตร.คาดไม่ใช่เหยียดผิว

วันเสาร์ที่ 3 เม.ย.2564 หญิงชาวเอเชียถูกแทงเสียชีวิตขณะกำลังจูงสุนัขเดินเล่นที่เมืองริเวอร์ไซด์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนราวๆ 07.30 น.เคอ เจี๋ย เมิ่ง (Ke Chieh Meng) วัย 64 ปี ออกไปเดินเล่นพร้อมกับสุนัขตัวเล็กๆ 2 ตัวของเธอ ระหว่างนั้นเธอถูกแทงลงไปนอนกองกับพื้นท่ามกลางเลือดที่ไหลออกมา เจ้าหน้าที่ตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินพบเธอในสภาพกำลังนอนอยู่บนพื้น และพาตัว เมิ่ง ไปส่งยังโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดแพทย์ยืนยันว่าเธอเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาดาร์ลีน สเตฟานี มอนโตยา วัย 23 ปี ถูกตำรวจระบุตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยชั่วคราว เธอถูกจับกุมใกล้จุดเกิดเหตุและแจ้งข้อหาในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ให้คำจำกัดความว่าเป็น “การโจมตีโดยไม่เลือกหน้า” และสันนิษฐานในเบื้องต้น ไม่น่าจะเกี่ยวกับกระแสความต่อต้านคนเอเชียที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐฯ

เหตุการณ์น่าหดหู่ใจ เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้าไม่ห่างจากกรณีข้างต้น พวกเหยียดผิวอาละวาดร้านสะดวกซื้อชาวเอเชียในสหรัฐฯ ทุบทำลายข้าวของเสียหายยับเยิน

เมื่อวันอังคารที่ 30 มี.ค.2564 สื่อต่างประเทศเผยแพร่วิดีโอช็อก ชายคลั่งรายหนึ่งใช้ท่อนเหล็กอาละวาดไล่ทุบข้าวของในร้านสะดวกซื้อ ที่มีชาวเกาหลีเป็นเจ้าของในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา พร้อมกับตะโกนเหยียดผิวต่างๆ นานา เหตุการณ์น่าหดหู่ล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความต่อต้านคนเอเชียที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐฯ

มาร์ค ซุง ซึ่งครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อในเมืองชาร์ลอตต์ เชื่อว่า ชายคลั่งที่ก่อเหตุทุบทำลายข้าวของในร้านของเขา ถูกว่าจ้างจากลูกค้าคนหนึ่งซึ่งถูกห้ามเข้ามาในร้าน “ตอนที่เขาทุบทำลายร้าน เขาพูดเหยียดผิว สาปแช่งเรา ข่มขู่เรา” ซุงกล่าว “จากนั้นชายคนที่ถูกห้ามเข้ามาในร้านของเรา ก็เข้ามาในร้าน ส่งเสียงเชียร์และตะโกนว่า นี่คือสิ่งที่แกสมควรได้รับ กลับประเทศของแกไปซะ!”

ภาพจากกล้องวงจรปิดของทางร้านพลาซา ซันไดร์ส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบเห็นคนร้ายดึงชั้นวางสินค้าจนล้ม จากนั้นก็เริ่มอาละวาดใช้ท่อนเหล็กไล่ฟาดไปทั่ว ในนั้นรวมถึงกระจกตู้แช่ ทุบทำลายข้าวของได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ที่ศูนย์ขนส่งเมืองชาร์ลอตต์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชื่อว่า นายราชี วูดี ซิลาส วัย 24 ปี และเวลานี้เขาต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาต่างๆ รวมถึงขโมยด้วยอาวุธอันตราย ข่มขู่คุกคาม และมีพฤติกรรมก่อความไม่สงบเรียบร้อย ตามรายงานของสำนักข่าว WBTV-News ระบุว่า คนร้ายก่อความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 9,000 ดอลลาร์ (ราว 2.8 แสนบาท)

ซุง บอกว่า ทางครอบครัวเคยตกเป็นเป้าการโจมตีมาก่อน เพราะว่าพวกเขามีเชื้อสายเอเชีย-อเมริกัน พร้อมเผยแม่ของเขารู้สึกเจ็บปวดกับเหตุโจมตีหนล่าสุดอย่างที่สุด “แม่แค่รู้สึกว่า เขาทำไปเพื่ออะไร แม่สงสัยว่าทำไมเธอถึงถูกปฏิบัติราวกับสิ่งของไร้ค่าในทุกๆ วัน เราแค่ต้องการอยู่เพียงลำพังอย่างสงบ” “มันเป็นเรื่องง่ายที่คนจะเล่นงานเรา เพราะเราเป็นชนกลุ่มน้อย” ซุงกล่าว “ผมเจอกับการเหยียดผิวที่นี่ในชาร์ลอตต์มาตลอดชีวิต ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องใหม่”

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งกระแสสนับสนุนได้ไหลบ่ามายังครอบครัวของเขา โดยจากรายงานของเอบีซีนิวส์ ระบุว่า โครงการระดมทุนช่วยเหลือจ่ายค่าเสียหายแก่ครอบครัวของซุง ผ่านเว็บเพจ GoFundMe สามารถเรี่ยไรเงินได้มากกว่า 30,000 ดอลลาร์

อีกรายเป็นเด็กชายวัยแค่ 15 ปี ถูกควบคุมตัวในเมืองทาโคมา รัฐวอชิงตัน สหรัฐฯ หลังปรากฏคลิปวิดีโอที่ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพบนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่เขากำลังทำร้ายร่างกายสามีภรรยาชาวเอเชียคู่หนึ่ง และกรมตำรวจทาโคมาระบุว่าผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อกล่าวประทุษร้ายระดับ 2 เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ย.2563 แต่ผู้กระทำความผิดเพิ่งถูกจับกุมเหตุเพราะญาติผู้ต้องสงสัยจำเขาได้ว่าเป็นผู้อยู่ในคลิปเหตุการณ์

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโจมตีต่อต้านคนเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันทั่วสหรัฐฯ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ต้นปี 2563 เป็นต้นมา การวิเคราะห์ล่าสุดที่มาจากสถิติของสำนักงานตำรวจสหรัฐฯชี้ คนเอเชียในสหรัฐฯตกเป็นเป้าถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นถึง 150% ตามเมืองใหญ่ทั่วสหรัฐอเมริกา แนวโน้มกระแสความรุนแรงจะยังคงเกิดขึ้นต่อไปในปีนี้