เปิดหนังสือม็อบตู่ขอใช้สถานที่กี่วัน?จับโกหกอ้างเป็นเวทีเสวนา

1653

การชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ซึ่งได้นัดกันมาเป็นวันที่ 2 จำนวนคนน้อยลงอย่างน่าใจหาย ทั้งยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ถึงขนาดที่ว่า คนแก่ผู้สูงวัย ต้องยอมขอโทษเด็กที่ชูสามนิ้วขณะยืนร้องเพลงชาติชูสามนิ้ว!?!

โดยบรรยากาศการชุมนุม เริ่มจากที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ  นปช. ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งได้กล่าวถึงข้อสงสัยที่ฝ่ายแนวร่วมผู้สนับสนุนม็อบสามนิ้วบอกว่า ทำไม่มีตำรวจควบคุมฝูงชน

“ตนขออธิบายว่าก่อนที่จะมีการจัดงาน ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปถึงสำนักงานสิ่งแวดล้อม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต้องขอไปก็ได้เพราะเป็นหน้าที่ของประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สวนสันติพรเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถาน แต่ทางกรุงเทพกลัวอำนาจรัฐไม่อนุญาตให้ใช้

ดังนั้น นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ก็ได้แจ้งผ่านทาง สน.ชนะสงคราม ส่งเรื่องไปยังเขตพระนคร เดิมมีการอนุญาตแล้ว แต่ปรากฏว่าการขอจัดงานเมื่อวานนี้ก็ไปยกเลิกคำสั่ง เพื่อต้องการเอาผิด และเชื่อว่าจะมีการแจ้งข้อหาเป็นรายวันเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาดฯ แต่ปัญหาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นใหญ่กว่า”

ทั้งนี้นายจตุพร ยังกล่าวถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 เมษายน ว่าประชาชนได้รับฟังเหตุผล และยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเคลื่อนพลเข้าเผชิญหน้า ดังนั้นเนื้อหาสาระ แต่ละฝ่ายกำลังจะอธิบายความตามลำดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการทำความเข้าใจ เพราะต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ในแต่ละฝ่ายที่มีความขัดแย้งตลอด 15 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องยากที่จะมารวมกันอย่างง่ายดาย ซึ่งตนเชื่อว่า ทุกฝ่ายขณะนี้มีพื้นที่ ที่จะต้องไปพูดคุยกันในส่วนบุคคลทั้ง กปปส.และพันธมิตรฯ ดังนั้นคาดว่าเวทีหลังสงกรานต์จะมีความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนในมาตรา 112 จากการปราศรัยเมื่อคืนวันที่ 4 เมษายนนั้น ด้านนายจตุพร กล่าวว่า มาตรา 112 ที่ผ่านมานั้นถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างฝ่ายตรงกันข้าม และเอาไว้ปกป้องตน

“ผมมีสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีกลับเพราะเป็นการแจ้งความเท็จ เพราะการปราศรัยของผมไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับ 112 ซึ่งผมได้อธิบายความเมื่อคืนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าจะไม่เอาโทษแต่กลับมาเอาโทษนั้น มีคนหลงเชื่อและติดคุก ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ดังนั้น คนที่มาแจ้งความด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จก็ต้องถูกดำเนินคดีกลับ และขอท้าว่าผิดมาตรา 112 ตรงไหน”

นอกจากนี้ประธานนปช. ยังกล่าวอีกว่า เวทีการระดมความคิดเห็น ใครไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยนั้นวันที่ 6 เมษายน จะหยุด 1 วัน และจะเริ่มต่อในวันที่ 7 และ 8 เมษายน ส่วนวันที่ 9 ต้องพิจารณากันอีกครั้งเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว  ดังนั้นปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เที่ยวสงกรานต์ก่อน

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมวันนี้ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อม พ.ต.ท.เอกภณ พุทธิกุล รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม มาอ่านประกาศสั่งห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หากการกระทำใดที่ล่วงละเมิดกฎหมาย อาจถูกดำเนินคดีในภายหลังได้

ขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ลงนามในหนังสือที่ กท.1106/1403 ลงวันที่ 2 เมษายน ตอบกลับกรณีที่ทางนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนเดือนพฤษภา 2535 ทำหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่บริเวณสวนสันติพร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดเสวนา “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ในวันที่ 4-10 เมษายน ระหว่างเวลา 16.00-22.00 น. โดยสำนักสิ่งแวดล้อม พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้คณะกรรมการญาติวีรชนเดือนพฤษภา 2535 ใช้สถานที่บริเวณสวนสันติพร เพื่อจัดงานดังกล่าว เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการใช้สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร

ขณะที่ระหว่างการชุมนุม เวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเคารพธงชาติ นายอดุลย์ กล่าวบนเวทีว่า ขอบคุณพี่น้อง ไม่ว่าจะเสื้อสีอะไร ขอเพียงมีจุดประสงค์เดียวคือไล่พลเอกประยุทธ์ ออกไป แต่ขออย่ามาชู 3นิ้วที่นี่ ถ้าจะชูก็ชูกำปั้น ต่อหน้าดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ

“ประยุทธ์ไม่มีความคิดจะสร้าวความปรองดองในประเทศนี้ นี่คือสาเหตุที่ผมเคืองประยุทธ์มาก ไม่โกรธแต่ชิงชังการทำงานที่หลอกลวงทั้งประชาชนและผม ไม่คิดว่าประยุทธ์จะสร้างความแตกแยกได้ขนาดนี้ ผมเคยขึ้นเวทีของกปปส .หรือ พันธมิตร ผมไม่เคยปิดบัง หลังจากนั้นผมรู้สึกว่ารัฐบาลที่ขึ้นมา ทำไมถึงซ้ำเติมคนที่พ่ายแพ้ ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมเป็นสีอะไรกันแต่ แต่รู้ว่าผมได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย”

ต่อมา กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศจะถอนตัว เพราะไม่พอใจที่ นายอดุลย์ กล่าวปราศรัยว่า ไม่ให้มีการชูสามนิ้ว ทำให้  หมู่อาร์ม ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี รีบขึ้นมากล่าวขอโทษแทน และกลุ่มอาชีวะ และผู้ร่วมชุมนุมที่ไม่พอใจต่างยืนโห่ร้องและตะโกนหน้าเวทีปราศรัยด้วยความไม่พอใจ

จากนั้น นายจตุพร ก็ได้ขึ้นมากล่าวด้วยตนเองด้วยว่า ตนเข้าใจในความรู้สึกของพี่น้องเป็นอย่างดี หนักนิดเบาหน่อย แต่มีจุดประสงค์เดียวกัน คือขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ นอกนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอเชิญทุกคนไปนั่ง ให้สบาย คิดถึงหน้าประยุทธ์ เอาไว้ เรื่องอื่นวาง พี่น้องจะชูกี่นิ้วก็ตามใจ

กระนั้นต่อมา เวลาประมาณ 18.45 นายอดุลย์ ได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง โดยออกมาชี้แจงว่า ตนพยายามปกป้องอนาคตของชาติ ไม่เคยที่จะไม่ห่วงใย สิ่งที่พูดไปเพราะเข้าใจผิด เพิ่งทราบว่าความหมายของ 3 นิ้ว หมายถึงเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ

“อยากบอกว่า ลุงขอโทษ ถ้าไม่มีพวกคุณประเทศจะเจริญอย่างไร ผมรู้ว่าผมผิด ผมขอโทษพวกคุณนะ จะช่วยผมไหม”