บิ๊กตู่ยันฐานะการเงินการคลังไทยแกร่ง!?!รับรางวัลยอดเยี่ยมตราสารหนี้ปี 63 ส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้น ดันGDP 4%ได้แน่!

1119

จากกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงฐานะการเงินการคลังของประเทศไทยว่า เริ่มมีความเสี่ยง ถึงขนาดใช้คำว่า รัฐบาลถังแตกนั้น ทั้งนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงแก่สาธารณชน ให้คนไทยเบาใจได้ว่า ฐานะประเทศไทยยังแข็งแกร่ง ระดับหนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบวินัยการคลังไม่เกิน 53% ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล ตราสารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 ทั้งแนวโน้มส่งออกและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งสัญญาณบวกแม้ว่าอุปสรรคเรื่องการระบาดโควิดยังอยู่ แต่ที่น่าหนักใจคือ ม็อบการเมืองที่ไม่ยอมเลิกรา กับสื่อโหมดราม่าด่าประเทศตัวเองอย่างเมามัน ต้องใช้ข้อเท็จจริงยันสู้

เมื่อเร็วๆนี้ นา่ยกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าวยืนยันว่าฐานะการเงินการคลังไทยยังแข็งแกร่ง ขออย่าเชื่อกระแสข่าวบิดเบือนว่ารัฐบาลถังแตก ยันโครงการช่วยเหลือเยียวยาปชช.ไม่ได้แจกเงินทิ้งเปล่าๆ แต่เพื่อกระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบ ชี้นับจากนี้ผลลงทุนโครงการพื้นฐานเริ่มออกดอกออกผลให้เห็น นำรายได้กลับมาเข้าประเทศเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยว่า พันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ได้รับรางวัลจากงานมอบรางวัลตราสารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 หรือ Best Bond Awards 2020 จัดโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA)

 

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564โดยได้รับรางวัลในสาขา Environmental,Social and Governance Bond (ESG Bond) ภาครัฐ ซึ่งมอบให้แก่ตราสารหนี้ภาครัฐที่ออกภายใต้กรอบการระดมทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ลงทุน โดยมีสถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ร่วมรับรางวัลในฐานะผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรรุ่นดังกล่าว

กรณีชี้แจงฐานะการเงินการคลังของไทยนั้น

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กรณีกระทรวงการคลังรายงานความเสี่ยงทางการคลังประจำปี 63 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ว่า เป็นการรายงานประจำปีปกติ ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย ตามมาตรา 78 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่กำหนดไว้ว่า ภายในเดือน มี.ค.ของทุกปีกระทรวงการคลังต้องมีการประเมินความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น  นายอนุชา กล่าวว่า การประเมินความเสี่ยงนี้ กระทรวงการคลังแจ้งว่า สถานการณ์ยังอยู่ระดับปกติ สอดคล้องกับอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรของรัฐบาลที่ยังอยู่ระดับเดียวกันก่อนที่เกิดแพร่ระบาดโควิด-19

ต่อมาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ออกเอกสารชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวฐานะการคลังดังต่อไปนี้คือ

  1. กรอบวงเงินงบประมาณปีงบประมาณ 2565 ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 นั้น ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจะไม่เติบโตแต่อย่างใด แม้วงเงินงบประมาณและงบลงทุนในปีงบประมาณ 2565 จะลดลงจากปี 2564 แต่ในความเป็นจริง การลงทุนภาครัฐยังต้องรวมถึงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่สามารถช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อีกด้วย 

ซึ่งมูลค่าการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในแต่ละปีอยู่ที่กว่า 3 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ในปัจจุบันรัฐบาลได้มีการเร่งนำนวัตกรรมทางการเงินการลงทุนใหม่ ๆ มาใช้เป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้งบประมาณภาครัฐ เช่น การเร่งผลักดันการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือPPPs:Public Private Partnership การลงทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Thailand Future Fund (TFFIF) เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินหรือเงินกู้จากภาครัฐ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมและมีความเชี่ยวชาญเข้ามามีบทบาทในการร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาประเทศ  ซึ่งจะทำให้สามารถใช้ทรัพยากรของประเทศได้อย่างคุ้มค่ 

  1. ระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP เป็นตัวเลขทางการในระบบการคลังที่องค์กรระหว่างประเทศและบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง Moody’s S&P’s และ Fitch ให้การยอมรับ

เพราะว่า นับตั้งแต่ปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลรุนแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการคลังจึงได้ตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 

ปัจจุบันรัฐบาลยังมีความต้องการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และรองรับการแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19 รวมถึงการจัดหาวัคซีนป้องกัน COVID-19 ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ร้อยละ 53.21 

ดังนั้น สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ในระยะปานกลาง (ปี 2565 – 2568) ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังที่ไม่เกินร้อยละ 60 และในปัจจุบันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ

  1. สำหรับสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำและความยากจนทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าและภาวะตกต่ำทางการค้าทั่วโลกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง อีกทั้งยังได้รับการซ้ำเติมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบของเศรษฐกิจที่หดตัว รัฐบาลได้มีมาตรการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ให้แก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อาทิ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร และกลุ่มเปราะบาง หรือการให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชน
  2. กระทรวงการคลังได้มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ติดตามความเสี่ยงของการเกิดวิกฤตการคลังอย่างใกล้ชิด ผ่านแบบจำลอง Fiscal Early Warning System ซึ่งสิ้นปีงบประมาณ 2564 ยังคงต่ำกว่าระดับขีดเตือนภัยระดับสูงซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจะต้องมีการเฝ้าระวังและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงมีพื้นที่ว่าง (room) ในการจัดทำนโยบายการคลังเพิ่มเติมได้หากมีความจำเป็น

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารอีกครั้งจากทางการว่า การเงินการคลังของประเทศไทยยังเข้มแข็ง รัฐบาลยังสามารถจัดการบริหารงบประมาณ และหนี้สินให้สมดุลได้ ทั้งยังสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้รอบด้าน สงกรานต์นี้ปีใหม่ไทยก็มีข่าวดี ที่ประเทศไทยได้รับรางวัลด้านการเงินอย่างที่กล่าวมาแล้วและสามารถภูมิใจได้!