คมนาคมดึงดันสร้างเทอร์มินัล2 ตัดแปะ!?!องค์กรต้านทุจริตยื่นคัดค้าน ย้ำปปช.เตือนเสียหายประเทศ หวั่นซ้ำรอยจำนำข้าว

1109

ในช่วงเวลาที่ประเทศชาติ กำลังเผชิญภาวะท้าท้ายทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง โครงการเม็กกะโปรเจ็กต์ที่เป็นความหวังช่วยผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมบางโครงการ กลับเป็นไปอย่างน่าเคลือบแคลง แม้องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานอิสระจะแสดงจุดยืนคัดค้าน ท้วงติงอย่างไรก็ไม่รับฟัง เดือนเมษายนนี้มีเรื่องร้อนๆของโครงการใหญ่มารายงาน หลายเรื่องด้วยกัน วันนี้มาดูกันเรื่องของ โครงการขยายอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิมูลค่าโครงการกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะประเด็น การสร้างเทอร์มินัล2 ทิศเหนือ ที่ได้รับสมญานามว่า “เทอร์มินัล2 ตัดแปะ” ผู้รับผิดชอบโดย กระทรวงคมนาคม และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ยืนยันว่าอย่างไรก็จะสร้างให้ได้

เมื่อวันศุกร์ที่ 2 เม.ย.2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่อง ขอให้ดำเนินการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิตามข้อศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีด้วยความเคารพในกติกาสังคม โดยระบุว่า

ตามที่ รมว.คมนาคม และผู้บริหารบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. ได้แสดงท่าทียืนยันจะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือต่อไป แม้ว่าทาง ป.ป.ช. ได้จัดทำรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะคัดค้านการเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ หรือหากจำเป็นก็ให้ลงทุนก่อสร้างเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอแนะนี้แล้ว เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ครั้งนี้เป็นผลจากการศึกษาข้อมูลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกร สถาปนิก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างกว้างขวางแล้ว ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสมควรต้องเคารพต่อข้อมูลและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลเรื่องทุจริตคอร์รัปชันของชาติ

บทเรียนจากกรณีทุจริตจำนำข้าวที่อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงหลายรายต้องถูกดำเนินคดีและชดใช้ความเสียที่เกิดขึ้นกับแผ่นดิน เกิดจากการดำเนินการโดยไม่คำนึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อประชาชน สังคมและประเทศชาติ สร้างความเสียหายและเสื่อมเสียต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ มีความห่วงใยต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับการดำเนินการที่ไม่เคารพต่อหลักการผลการศึกษา จึงขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีได้โปรดทบทวนท่าทีต่อการตัดสินใจเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องบประมาณแผ่นดินและคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วยอย่างแน่นอน

ส่วนคำชี้แจงของกระทรวงคมนาคมในเรื่องนี้ดูเหมือนว่าออกหน้าเป็นหลักเพราะกำกับสั่งการท.อ.ท.โดยตรง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ป.ป.ช. มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมเห็นความจำเป็นว่าประเทศไทยมีปัญหาอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินอล) ซึ่งก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19 ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสาร จึงมีมติให้ทำ 3 ส่วนพร้อมกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) วงเงินประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท และโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ด้านทิศตะวันตก (West Wings) และตะวันออก (East Wings) วงเงินรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

รมว.คมนาคม ยืนยันว่า จะนำความเห็น ป.ป.ช.มาประกอบในการพิจารณาเรื่องนี้ และดูแลให้รอบคอบ โดยต้องให้ช่วยเหลือทุกโครงการ รวมทั้งโครงการในอดีตด้วย ที่ผ่านมามีอะไรไม่ถูกต้องให้มาช่วยกัน ยกตัวอย่างกรณีโฮปเวลล์ ป.ป.ช.ควรช่วยเสนอแนะด้วย รมว.คมนาคมยังกล่าวย้ำว่า

“ผมมองไปข้างหน้า ถ้าเรื่องนี้มีการทุจริตผมก็ต้องถูกดำเนินคดี ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งผมระวังเรื่องนี้ที่สุด โดยดำเนินการตามมติ ครม. ตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล

ดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมั่นใจ และมีจุดยืนที่หนักแน่นมาก เวลาคงเป็นเครื่องพิสูจน์คำพูดนี้ และเราเชื่อว่า ประชาชนล้วนหวังให้เป็นเช่นนี้เช่นกัน

เป็นอันว่า คนไทยจะได้เห็น อาคารผู้โดยสารทิศเหนือโผล่กลางสนามบินสุวรรณภูมิแน่นอน  คงต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาล-คณะรัฐมนตรี-ทีมเศรษฐกิจ จะปล่อยเลยตามเลย เพื่อประคับประคองทางการเมือง หรือจะมีวิธีการอย่างไร? ที่จะระงับยับยั้งความเสียหายที่น่าจะเป็นไปตามความห่วงใยรอบทิศ  ปปช.จะทำอะไรบ้างนอกจากส่งเอกสารท้วงติงไปยังครม. ประชาชนจับตาดูอยู่!!