อุดมการณ์ฝังไว้ในป่า!?! “คนเดือนตุลา” ออกจากป่ามาเล่นการเมือง รับใช้คนโกงกินทุจริต? วันนี้ลากสังขารโหนเด็กจาบจ้วงสถาบันรุนแรง

765

จากกรณีที่วันนี้ (2 เมษายน 2564) ได้มีการเปิดตัวกลุ่ม OctDem อดีตคนเดือนตุลา โดยมี นายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายสมศักดิ์ ปริศนานันนทกุล และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี

หลังจากกลุ่ม OctDem ได้แถลงเปิดตัวไปแล้ว ก็ได้มีการร่วมเดินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปยังศาลฏีกา เพื่อไปยื่นหนังสือ เรียกร้องให้ประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมืองได้ทุกคน โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรมนิติรัฐอันเป็นสากล

ซึ่งงานแรกของ OctDem คือการจัด Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย โดยเชิญ ธงชัย วินิจจะกูล หนึ่งในคนเดือนตุลา มาพูดคุยในหัวข้อ “ศาล หลักนิติธรรม กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย” ร่วมกับ จาตุรนต์ ฉายแสง, พนัส ทัศนียานนท์ และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

ทั้งนี้ หลายคนก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เข้ามาร่วมในการแถลงเปิดตัวกลุ่ม OctDem ในครั้งนี้ แต่ได้มีการโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า

สนับสนุน ข้อเรียกร้องให้สิทธิการประกันตัวกับผู้ถูกกล่าวหา คดีการเมือง และให้ได้รับสิทธิการพิจารณาคดี อย่างอิสระและเที่ยงธรรม ผมสนับสนุน อย่างจริงจัง ให้ประเทศ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม มีกระบวนการยุติธรรม ที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความเป็นธรรม แก่ทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ที่อิสระ ผู้ถูกกล่าวหาทุกคน ตราบใดที่ยังไม่ถูกตัดสินในคดีความจนเป็นข้อยุติ และคดีความยังไม่ถึงที่สุด ตามกระบวนการยุติธรรม ต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหานั้น เป็นผู้บริสุทธิ์และสมควรอย่างยิ่งจะต้องได้รับการปฎิบัติ อย่างถูกต้อง ยุติธรรมเฉกเช่น ผู้บริสุทธิ์

ผมเป็นคนหนึ่ง ในกลุ่ม นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เคยผ่านความเจ็บปวดจากความรุนแรงของรัฐที่อยุติธรรม เคยตกอยู่ในสถานะ ที่เป็นกลุ่มเหยื่อ ที่ถูกกระทำ จากเหตุการรุนแรง ที่รัฐใช้ความรุนแรงและกฎหมายปราบปราม นักเรียนนศ.ประชาชน ในเดือนตุลาคม ปี2516 และปี 2519

ผมทราบดีว่า การกระทำด้วยความรุนแรงของรัฐ และกระบวนการยุติธรรมที่ บิดเบี้ยว ไร้หลักนิติธรรมไร้ความยุติธรรม ไร้ความถูกต้อง ไร้ความชอบธรรมที่กระทำต่อ เหยื่อและครอบครัวของเหยื่อที่ถูกกระทำมีความเลวร้าย และสร้างความเจ็บปวดให้ผู้ถูกกระทำเพียงใด ขอสนับสนุน อย่างหนักแน่น ต่อข้อเรียกร้อง  และการแสดงออก ของเพื่อน พี่ น้อง ทุกคน ที่กำลังเรียกหา กระบวนการยุติธรรมที่ อิสระ ยุติธรรม เสมอภาค ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้ ดำรงอยู่ ในประเทศของเรา

นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทุกคน ที่ถูกจับกุม คุมขังและถูกดำเนินคดี เพียงเพราะ มีความคิด ความเห็นที่แตกต่างจากรัฐ มิใช่อาชญากร รัฐต้อง ถือพวกเขา เป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบเท่าที่กระบวนการยุติธรรม และคดีความ ยังไม่เป็นข้อยุติว่า เขามีการกระทำใด ที่ผิดหลักกฎหมาย พวกเขาทุกคน สมควรได้รับสิทธิ์การประกันตัว และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี อย่างเที่ยงธรรม ทุกคน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ถูกกล่าวหาในคดีความทางการเมือง จากเหตุความคิดเห็น และความเชื่อที่แตกต่าง ต้องได้รับการประกันตัว และได้รับการพิจารณาคดี อย่างเที่ยงธรรม.

ทางด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นหนึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยในตอนนั้นเป็นนักศึกษา ปี 1 คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงต้นเดือนตุลา มีการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ก็ไปร่วมชุมนุมอยู่ที่ถนนราชดำเนิน จำได้ว่าจุดที่เจอเพื่อนเป็นจุดแรกที่เรียกได้ว่า เราเข้าไปร่วมการชุมนุมคือบริเวณใกล้ๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยฝั่งตรง ข้ามกับรร.สตรีวิทย์ฯ ฟังการปราศรัยจากรถบัญชาการที่ปลุกเร้าใจอย่างมาก ร่วมเดินขบวนไปเรื่อยๆจนค่ำ เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีผลต่อความคิดและการใช้ชีวิตของนักศึกษา ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งมีผมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ได้เกิดการเรียนรู้ การทำกิจกรรม การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม การเคลื่อนไหวต่อสู้ในช่วงนั้นถ้ามองย้อนหลังไปก็จะพบว่า มีทั้งถูกและผิด ที่ผู้เข้าร่วมก็คงสรุปบทเรียนหรือเรียนรู้ในลักษณะที่ต่างๆกันไป

สำหรับ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาก็ออกมาสู้ร่วมกับประชาชน พอมาถึงปี 2563 อยู่ในฐานะประชาชน ก็ขอออกมาสู้ร่วมกับนักศึกษา เมื่อถามถึงความแตกต่างในการชุมนุมระหว่างปี 2516 กับ 2563 นพ.ทศพรมองว่า สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์ การติดต่อสื่อสารต้องอาศัยปากต่อปาก เมื่อมีแกนนำถูกจับกุมก็ไม่สามารถติดต่อกันได้ แต่ในสมัยนี้ หากมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมก็มีโซเชียลมีเดียกระจายข่าว รัฐบาลจึงไม่มีทางปราบปรามการชุมนุมได้

อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า คนเดือนตุลาในกลุ่มนี้ ที่ล้วนเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย บางคนเป็นแกนนำคนสำคัญในพรรคไทยรักไทยเช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย , จาตุรนต์ ฉายแสง , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ได้ออกมาเปิดหน้าหนุนม็อบราษฎรอย่างชัดเจน และยังเป็นคนจากกลุ่มแคร์ ที่กลับเข้ามามีบทบาทในพรรคเพื่อไทย หลังจากที่คุณหญิงสุดารัตน์ได้ออกจากพรรคไป ทำให้คนเหล่านี้ได้ออกมามีบทบาทอีกครั้ง ซึ่งหลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่า คนเดือนตุลาที่ออกจากป่า มาเล่นการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรี เป็นส.ส. บางคนรับใช้นักการเมืองคดโกงทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะพวกที่รับใช้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาคดีทุจริต จึงทำให้เกิดคำถามโตๆว่า พวกเขายังกล้าเรียกตัวเองว่าคนเดือนตุลาที่มีอุดมการณ์อยู่อีกหรือ???