กองทัพพม่าเตรียมบุกไทยใหญ่?!?ไทยเครียดซ้ำ สหรัฐสั่งอพยพทูต-คนอเมริกัน ขณะผลักดันคณะมนตรีUNส่งกองทัพนานาชาติเสียบ?

2018

สถานการณ์ล่าสุด ทหารพม่ายังพักเต็มโรงแรมท่าขี้เหล็ก หลัง “มิน อ่อง หล่าย” โผล่ทำบุญวัดดังก่อนไปเชียงตุง ทางชายแดนไทยจังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ กลับมาตึงเครียด หลังได้รับหนังสือจากทีบีซีเมียนมาว่า กองทัพพม่าเตรียมเปิดฉากถล่มไทใหญ่ ในขณะที่ทางการส่งสารชวนกลุ่มชาติพันธ์ุหยุดยิงฉลองสงกรานต์ ตลอดเมษายนนี้  ในส่วนของสหรัฐและพันธมิตรก็ยังคงกดดันมาตรการต่างๆโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังไม่สามารถผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ เคลื่อนไหวด้านกองกำลังนานาชาติสำเร็จ  ขณะที่กองทัพพม่ากับ กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์สู้รบกัน ผลกระทบมาถึงไทยเต็มๆ เรื่องผู้คนอพยพหนีภัยการต่อสู้มายังชายแดนฝั่งไทยมากขึ้น  ซึ่งสื่อบริวารตะวันตกและกลุ่มชังชาติมพากันโหนดราม่า ด่าประเทศตัวเองกันเมามันว่า ส่งเสบียงหนุนทหารพม่าบ้าง ผลักคนลี้ภัยไร้มนุษยธรรมบ้าง บางส่วนป้อนคำถามกดดันให้นายกรัฐมนตรีฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเอ่ยปากเรื่องค่ายอพยพไม่หยุดหย่อน

ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่ความบังเอิญ ก่อนอื่นมาติดตามกันว่า เกิดอะไรขึ้นทั้งในประเทศเมียนมาและบทบาทต่างชาติที่พยายามรุกคืบมายังภูมิภาคอาเซียนอย่างไร? อย่างที่เกริ่นไว้ว่า มันไม่ได้เกิดอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ใช่ความบังเอิญ!

จะว่าไปแล้วตอนนี้ไทยเครียดสุด!

ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดเชียงราย ตึงเครียดเพิ่มขึ้นในทันที หลังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นหรือ ทีบีซี ฝ่ายเมียนมา ได้ส่งหนังสือถึงทีบีซีฝ่ายไทย ลงวันที่ 30 มี.ค. ระบุว่า หลังจากคณะบริหารงานประเทศเมียนมาเข้ามารักษาการเมื่อวันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นมา ทางสภากอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of Shan State-RCSS) และกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army-SSA) ได้ประกาศประท้วงต่อคณะบริหารงานประเทศ และจะอยู่ฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วง รวมทั้งรับผิดชอบในความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ซึ่งทางการเมียนมาถือว่ากระทบต่อความสงบเรียบร้อย

ทั้งแจ้งอีกว่า กลุ่ม RCSS และ SSA ได้ร่วมลงนามและอยู่ในกลุ่มข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่ม หรือ Nationwide Ceasefire Agreement–NCA) ที่ประกอบด้วย กลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ดังนั้น กองกำลังทหารเมียนมาจึงมีความจำเป็นต้องเปิดทำการสู้รบเพื่อเข้าโจมตีกองกำลัง RCSS และ SSA ที่มีฐานอยู่ตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทย

 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ปัจจุบันทางกองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบไปประจำการที่เมืองน้ำจ๋างและเมืองเชียงตุงอย่างน้อย 2 ลำ ซึ่งเมืองเชียงตุง ที่อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 168 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมซึ่งดูแลรัฐฉานตะวันออก

ขณะที่ตัวเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ติดกับ อ.แม่สาย และใกล้กับ อ.แม่ฟ้าหลวง มีบุคคลระดับนายทหารและครอบครัวพากันเข้าพักจนเต็มหลายแห่ง คาดว่า จะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการดังกล่าว 

ในวันเดียวกันนั้นเอง สหรัฐสั่งอพยพนักการทูตบางส่วนออกจากเมียนมาโดยรัฐบาลวอชิงตันสั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนเดินทางออกจากเมียนมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองซึ่งขยายวงกว้างมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่สำนักงานคณะผู้แทนการค้าของรัฐบาลวอชิงตัน ประกาศระงับความร่วมมือระดับทวิภาคีกับเมียนมา ตามกรอบข้อตกลงการค้าและการลงทุน เมื่อปี 2556 โดยจะมีการฟื้นฟูความร่วมมืออีกครั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อเมียนมากลับมาอยู่ภายใต้การบริหารของ “รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” เท่านั้น

ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องผู้ประกอบการและนักลงทุนนานาชาติ ให้พิจารณาระงับความร่วมมือ หรือตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพเมียนมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทางการเมือง 

การผลักดันในระดับสากลให้กดดันพม่าอย่างหนักกว่าเดิมนั้น นางคริสตินชราเนอร์ บัวร์เกอเนอร์ ทูตพิเศษด้านกิจการเมียนมาของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( UNSC ) เมื่อวันพุธที่ 31 มี.ค. ว่าสถานการณ์รุนแรงทางการเมืองในเมียนมา เป็นผลสืบเนื่องจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ลุกกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มกำลังจะเป็น “สงครามกลางเมืองอันนองเลือด” และกลายเป็น “รัฐล้มเหลว”  หากไม่ร่วมกันป้องกันด้วยมาตรการที่ “จริงจังและมีประสิทธิภาพกว่านี้” มีความเสี่ยงที่วิกฤติการณ์ในเมียนมาจะบานปลายเป็น “สงครามกลางเมือง” และส่งผลให้ประเทศแห่งนี้กลายเป็น “รัฐล้มเหลว” ตามการวิเคราะห์โดยทูตพิเศษของสหประชาชาติ 

ส่วนประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มควอด (QUAD) ที่นำโดยสหรัฐ ชูนโยบายต่อต้านจีนอย่างถึงที่สุด เมื่อวานนี้ พรรครัฐบาลญี่ปุ่นจ่อระงับการให้ ODA เพิ่มเติมแก่เมียนมา แต่ที่ให้แล้วไม่ทวงคืน และจะหลีกเลี่ยงโดดเดี่ยวเมียนมา

กรณีนี้ สำนักข่าวNHK รายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเตรียมเสนอร่างแนวทางระงับการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (ODA) เพิ่มเติมแก่เมียนมา เพื่อกดดันให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชน และเร่งนำประเทศกลับคืนสู่กระบวนการประชาธิปไตย โดยญี่ปุ่นประเมินว่าการระงับการให้ ODA จะสร้างแรงกดดันให้กองทัพเมียนมาได้มากกว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตก เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ให้ ODA และเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของเมียนมา อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นจะยังคงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและ ODA ที่ให้อยู่แล้วกับเมียนมา รวมถึงรักษาช่องทางการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองเมียนมาทุกภาคส่วน  และหลีกเลี่ยงการโดดเดี่ยวเมียนมา

ขณะเดียวกัน มีผู้อพยพภัยการสู้รบจากเมียนมาประมาณ 3,000 คน ที่เข้ามาอยู่ในเขตประเทศไทย ด้าน อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังเกิดสถานการณ์สู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยง KNU แต่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเผยว่า ผู้อพยพเกือบ 2,500 คน สมัครเดินทางกลับประเทศแล้ว เหลืออีกราว 550 คนที่ยังอยู่ในเขตประเทศไทย

นายแพทย์จักรี คมสาคร ผอ.โรงพยาบาลสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า วันที่ 30 มีนาคม ทางโรงพยาบาลได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.3606 ฐานฯ แม่สามแลบ ได้ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการสู้รบในเมียนมา จำนวน 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 4 คน

ผู้ว่าราชการ จังหวัดแม่ฮ่องสอนไฟเขียวเปิดจุดผ่อนปรนเชื่อมเมียนมาตลอดแนว ท่ามกลางศึกพม่า-เคเอ็นยู โดยเน้นอนุญาตการขนส่งสินค้าข้ามแดนเป็นสำคัญยังไม่อนุญาตบุคคลและยานพาหนะเพื่อเฝ้าระวังการระบาดโควิด-19

นายสิทธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ได้ลงนามในคำสั่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ 604/2564 เรื่องการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนแม่ฮ่องสอน

เปิดการใช้ช่องทาง ณ จุดผ่อนปรนการค้าต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นไป คือ จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางห้วยต้นนุ่น หมู่ที่ 4 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม, จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านเสาหิน หมู่ที่ 1 ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง, จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านแม่สามแลบ หมู่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย, จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 3 ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และจุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านน้ำเพียงดิน หมู่ที่ 3 ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

แต่ให้ดำเนินการได้เฉพาะการนำเข้า-ส่งออกสินค้า โดยให้ขนถ่ายสินค้าบริเวณจุดผ่อนปรนที่กำหนดเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้มีการข้ามแดนของบุคคลและยานพาหนะ และให้ปฏิบัติตามมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

^

ด้านชายแดนเมียนมาติดจีน ฝั่งเมืองรุ่ยลี่ได้สั่งปิดเมืองหลังพบผู้ป่วย COVID-19 ชาวเมียนมา 6 ราย

นสพ.Global Times รายงานว่า ทางการของเมืองรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน ซึ่งติดกับชายแดนเมียนมา ประกาศใช้มาตรการปิดเมืองโดยห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานโดยไม่จำเป็น ปิดกิจการต่าง ๆ ยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาด และร้านขาย รวมทั้งตรวจหาเชื้อ COVID-19 ทั่วเมืองเมื่อ 31 มี.ค.64 หลังพบผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 6 ราย และผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการ 3 ราย โดยเป็นชาวเมียนมา 4 ราย กับทั้งปรากฏข่าวลือว่าการติดเชื้อครั้งนี้เกิดจากการลักลอบเข้าเมืองของชาวเมียนมา ซึ่งทางการจีนยังไม่ยืนยันข่าวลือดังกล่าว 

ปัญหาผู้ลี้ภัยของเมียนมาที่หลายฝ่ายกังวล รวมทั้งไทย ประเด็นหลักก็คือ เรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไทยเราสามารถควบคุมอยู่ในเกณฑ์ที่รับมือได้ จนสามารถเปิดประเทศปั้มรายได้อีกครั้ง  มาเกิดวิกฤตสู้รบของกลุ่มชาติพันธ์ุกับทางการเมียนมา ส่งผลให้ชาวบ้านต้องลี้ภัยหนีความรุนแรงมาฝั่งไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม บทบาททางมนุษยธรรมนี้ไทยไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะในชีวิตปกติ ประชาชนต่างข้ามไป-มาค้าขายกันเป็นประจำ ไม่ญาติก็เหมือนญาติเกิดอะไรที่พม่า ก็กระทบไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง  โปรดสังเกตใครที่โหนดราม่าเหตุการณ์ในพม่าแล้วถือโอกาสด่าประเทศตัวเอง เป็นความหวังดีที่ประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน!!