“สาวสามกีบ” เพื่อนซี้ทายาทร้านสุกี้ดัง ดิ้นพล่านกลัวธุรกิจครอบครัวโดนแบน ปากบอกเป็นกลาง แต่ปั่นกระแสเกลียดสลิ่ม

14207

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ทางสำนักข่าว The Truth ได้รายงานถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แอบอ้างว่าตนเป็นเพื่อนของเจ้าของร้านสุกี้ร้านดัง พร้อมกับประกาศลงโซเชี่ยลว่า เจ้าของร้านคนดังกล่าวนั้นมีจุดยืนทางการเมืองไปในแนวทางของม็อบรวมถึงยังด่าคนที่เห็นต่างทางการเมืองแบบถวายชีวิต

ต่อมาร้านสุกี้ดังกล่าวได้ชี้แจงว่าทางร้านมีนโยบายให้บริการลูกค้าทุกท่านด้วยความเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกเพศสภาพ สถานะ หรือแม้แต่อุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

หลังจากนั้น ได้มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ดำรงค์ นาวิกไพบูลย์ ได้โพสต์ถึงดราม่าประเด็นดังกล่าว ระบุข้อความว่า

“ดราม่าเรือนเพชร
ลองอ่านข้อความให้ดี ๆ จะพบว่า เขา “อ้างว่า” เขาคือเพื่อนเจ้าของทายาทเรือนเพชร
และ “อ้างว่า” ทายาทเจ้าของเรือนเพชรพูดว่าเกลียดสลิ่ม
สรุปแล้วทั้งหมดนี้
อ้างทั้งหมด
แต่ที่ไม่อ้างแน่ ๆ จริงแท้ ไม่อ้างอิงเลยก็คือ คนพูด

วรารัตน์ ศิริพรพิทักษ์ (wararat siripornpitak) คนนี้ ชื่อเล่นว่า ผักบุ้ง
นามสกุลเดียวกับคุณทองเปลว ศิริพรพิทักษ์ เจ้าของบริษัทยา มิลลิเมด (Millimed), นีโอก้า (Neoca) และ ไอ-เฮิร์ป (I-Herb)
ไอ-เฮิร์บนี้ คนละเจ้ากับ ไอ เฮิร์บ (I Herb) ซึ่งเป็นยี่ห้ออาหารเสริมจากอเมริกา โดยของอเมริกาจะ “ไม่มีเครื่องหมายขีด” (-)**
และแน่นอนว่า ในทะเบียนบริษัท นีโอก้า เฮลธ์แคร์ มีชื่อวรารัตน์ศิริพรพิทักษ์เป็นหุ้นส่วน และมีที่อยู่เดียวกันกับโรงงานผลิตยาของมิลลิเมดที่พระประแดง

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ดังนั้น เรือนเพชรนี่ค่อนข้างจะคลุมเคลือ เพราะเจ้าตัวไม่ได้พูด
แต่ว่า ทายาทบริษัทยา มิลลิเมด ไม่เอาสลิ่ม เป็นพวกสามนิ้วแน่ ๆ
ดังนั้นเราควรจะส่งเสริมเธอด้วยการแบน ไม่ใช้ยาของมิลลิเมด จะดีกว่ามั้ย ?
ไหน ๆ จะแบนทั้งที
ควรจะเอาให้ถูกตัวนะพวกเรา”

จากกรณีดังกล่าว ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก wararat siripornpitak หรือนางสาววรารัตน์ ศิริพรพิทักษ์ ที่ถูกพาดพิง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
“สวัสดีค่ะทุกท่าน
สำหรับข่าวลือที่ว่าบริษัทเกี่ยวข้องกับการเมืองใดใด ขออนุญาตชี้แจงนะคะว่า #ไม่เป็นความจริงค่ะ
รวมถึงเรื่องการมีคนกล่าวหาว่าดิฉันว่าร้ายอะไรใคร โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ก็ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแน่นอน หากมีจริง ทางผู้ไม่ประสงค์ดีจะต้องนำมาเผยแพร่อย่างแน่นอนค่ะ
สำหรับผู้เกี่ยวข้องที่กังวลว่าเงินของบริษัทจะไปเกี่ยวข้องกับการเมืองมั้ย ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอนค่ะ ทางบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และมีการเสียภาษีทุกปี
การว่าร้ายดังกล่าว อาจเกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดีที่ตั้งใจให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งในตอนแรกทางดิฉันไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร เพราะตั้งใจให้เป็นเรื่องของกฎหมาย แต่ตอนนี้คงต้องขอออกมาชี้แจง เพื่อไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจผิด
ที่ผ่านมาบริษัททำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม หรือ CSR ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย โดยไม่ได้เลือกข้างเลือกฝ่าย ใครเดือดร้อน บริษัทก็ช่วยหมด บริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล สปอนเซอร์งานโรงพยาบาล รวมถึงให้การสนับสนุนชมรมร้านยาต่างๆ มากมาย
ขออนุญาตแนบรูปตัวอย่าง เป็นรูปที่ครอปมา (อาจจะเบลอนิดนึง แต่เพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบค่ะ) ตัวอย่างเช่น การบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ปี 62 จำนวน 2,000,000 บาท หรือเงินสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าว จำนวนอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่เราก็ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด เท่าที่เราจะทำได้ค่ะ
ส่วนเรื่องทัศนคติทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นของบุคคลท่านใดในบริษัท รวมถึงตัวดิฉันเอง ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลค่ะ
ร้อยคนก็ร้อยมุมมอง ทุกคนเติบโตมาในสังคมที่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่ทุกคนบนโลกนี้จะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ดิฉันเชื่อว่าทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ หากทุกคนเพียงเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย แล้วใช้หลักเหตุผลในการพิจารณาหรือถกเถียง รวมทั้งควรสนใจแค่ประเด็นหลักของเรื่องที่กำลังถกเถียงกันอยู่ ไม่ควรมีการว่าร้ายหรือส่อเสียดโดยเฉพาะประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะการด่าทอรูปร่างหน้าตาชาติพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการใช้คำหยาบ หรือแม้แต่การโจมตีในสิ่งต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง) เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ง่ายค่ะ
สุดท้ายนี้ ดิฉันเชื่อว่า พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกท่านมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล รวมถึงสามารถถกเถียงกันได้ ในฐานะพลเมืองผู้ที่เสียภาษี (ไม่ว่าจะภาษีประเภทใด ทั้งภาษีเงินได้บุคคล หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อทำให้ประเทศนี้ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้นค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
วรารัตน์ ศิริพรพิทักษ์”