พูดไปเรื่อย? “สมยศ” ถึงทางตัน ผุดมุขใหม่ประชดศาล ให้ตัดสินประหาร ทั้งที่ความผิดแสนน้อยนิด ทางรอดเดียวคือ รับสารภาพผิด!!

1437

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว กลุ่มราษฎรชุดใหญ่จำนวน 22 คนมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามนัดตรวจพยานหลักฐานที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหมดในฐานดูหมิ่นสถาบันร่วมกันชุมนุมฯ มาตรา 112,116 ฯลฯ กรณีชุมนุม วันที่ 19-20 ก.ย. 63ทวงคืนอำนาจ-ปักหมุดราษฎรนั้น

โดยทางด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักสื่อสารมวลชนและนักกิจกรรม 1 ในจำเลย ความผิดในคดีดังกล่าวได้ขออนุญาตศาลลุกขึ้นชี้แจง ข้อมูลพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีว่า การพิจารณาคดีความผิดดังกล่าวใช้เวลานาน ซึ่งตนเองมีอายุมากแล้วเกรงว่าอาจจะสิ้นลมหายใจก่อนที่คดีจะสิ้นสุดลง

ขอให้ศาลช่วยบันทึกคำให้การต่อจากนี้ ว่า ตนและพวกที่ถูกดำเนินคดีดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ ในส่วนของการประกันและการต่อสู้คดี เพราะถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ อยู่หลังกำแพงที่สูง มีโซ่ตรวนตึงไว้

การที่ตนและพวกถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั้งที่ ผลการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุดลง เป็นอุปสรรคในการต่อสู้คดีเพราะสุดท้ายแล้วหากศาลยกฟ้องตนและพวกก็ถือว่าจำคุกไปแล้วหรือต่อให้ศาลฟ้อง ต้นและพวกก็ถูกจำคุกอยู่ดี และนายสมยศยังขอให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตให้ตนเอง เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด และย่นระยะเวลาการพิจารณาคดีให้คนอื่นได้เร็วขึ้น อีกทั้งประชาชน จะได้ไม่ต้องกังวลและออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ปล่อยตัวตนเองจนต้องมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ที่ผ่านมา การปลุกระดมของกลุ่ม 3 นิ้ว เริ่มไม่เป็นผลสำเร็จมาสักระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากมวลชนที่มาร่วมชุมนุมนั้นมีน้อยลง และบรรดาแกนนำต่างก็ยอมรับความจริงว่า “ม็อบแผ่ว” ลงไปมาก และจะเห็นว่า แกนนำม็อบ 3 นิ้ว ที่ได้เข้าเรือนจำไปก่อนหน้านี้ พยายามอย่างมากที่จะสร้างสถานการณ์ปลุกระดมมวลชนให้ออกมาชุมนุม แต่ไม่เป็นผล ทั้งอานนท์ ที่มีเรื่องของจดหมาย ว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามายามวิกาล , เพนกวิน ที่ประท้วง อดอาหาร และรุ้ง กับฟ้า ที่เดินตามรอยเพนกวิน ประท้วงขออดอาหารด้วยเช่นกัน จะเห็นว่าเรื่องราวและเหตุการณ์ในเรือนจำ มีความเชื่อมโยง และทำตามกันเป็นทอด ๆ คล้ายกับว่าเขียนบทเล่นละครรอไว้แล้ว ว่าจะเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์อย่างไรบ้าง

และจากคำพูดของนายสมยศ ที่กล่าวในทำนองประชดศาล ว่าตนและพวกที่ถูกดำเนินคดีดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ ขอให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตให้ตนเอง เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด ซึ่งการขอศาลให้ใช้โทษประหารนั้น เจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่า คดีของตนเองนั้น ไม่ต้องโทษถึงประหารอยู่แล้ว และทางเดียวที่จะได้ประกันตัวออกมาสู้ของเหล่าแกนนำ คือ การสารภาพความจริง และไม่ทำผิดซ้ำอีก ที่ผ่านมานายสมยศ เคยถูกจำคุกในคดีหมิ่น-ม.112 นาน 7 ปี และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2561

เชื่อว่าบรรดาแกนนำและม็อบ 3 นิ้วนั้น รู้อยู่แล้วว่า เพราะเหตุใดศาลจึงไม่อนุญาตประกันตัว เพราะหากได้ออกไปจากเรือนจำ และได้ออกมาต่อสู้คดีจริง ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่แกนนำเหล่านี้ไม่ได้มีความสำนึกผิด หากได้ออกไป ก็จะออกไปทำความผิดซ้ำเช่นเดิม แม้นายสมยศจะประชดศาลว่า ขอศาลมอบโทษประหารชีวิต เพื่อยุติปัญหา ก็อาจจะเป็นเพียงมุขหนึ่ง ที่ปลุกระดมมวลชนให้ออกมาชุมนุม และจะกดดันเรียกร้องได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดบันทึกทนายเข้าเยี่ยม 4 แกนนำม็อบ ว่าต้องใช้ชีวิตลำบาก ได้รับกรรมไปตาม ๆ กัน “เพนกวิน” น้ำหนักเยอะใช้ชีวิตลำบาก ทุกข์ทรมานกับการขับถ่าย อาบน้ำ “อานนท์” ไม่คุ้นเคยอาหาร “สมยศ” ปวดหลัง เข่าเสื่อม ส่วน “หมอลำแบงค์” นั่งร้องไห้ โดนคดีไม่เป็นธรรม