ศาลกัมพูชา ไม่เชื่อถูกอุ้ม!! ปัดยุ่ง “คดีวันเฉลิม” พี่สาว รีบแจ้น จี้ “รัฐบาลไทย” ต้องรับผิดชอบ

1463

จากกรณีที่นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ (พี่สาววันเฉลิม) พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้ายื่นหลักฐาน ต่อสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ได้ยื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาเมื่อ 3 เดือนที่แล้วกับอัยการสูงสุด

กรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของนายวันเฉลิม


ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่านายวันเฉลิมไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว

ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้ นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อยืนยันว่านายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกบังคับให้สูญหายไปขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ดังที่ได้ให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานไว้แก่ ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานอัยการสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

และได้เปิดเผยเอกสารสำคัญบางประการ เช่น หนังสือเรื่องการสอบสวนความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่พักของวันเฉลิม ที่บันทึกไว้ว่าวันเฉลิมอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา บันทึกข้อความจาก กก.3 บก.ปอท. เอกสารคำสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 44/2557 หรือแม้แต่หนังสือเดินทางของวันเฉลิมที่ออกโดยทางการกัมพูชา

การยื่นเอกสารและพบปะกับตัวแทนอัยการสูงสุด มีประเด็นที่สำคัญดังนี้

1. ขณะนี้ทางการกัมพูชาได้ปฏิเสธมาโดยตลอดเป็นเวลา 9 เดือน ว่าวันเฉลิมไม่ได้อยู่ในกัมพูชา และไม่มีเหตุการณ์อุ้มหายเกิดขึ้น การเดินทางไปกัมพูชาเมื่อเดือนพ.ย.-ธ.ค.2563 พยานหลักฐานมากมายที่ยืนยันได้ว่า วันเฉลิมอยู่ในกัมพูชาและถูกอุ้มหายเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ปีที่แล้วจริง

แม้ทางการกัมพูชาได้ให้ข่าวในทางสาธารณะและได้ทำหนังสือแจ้ง UN หรือองค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะกับคณะกรรมการต่ออนุสัญญาการป้องกันไม่ให้บุคคลสูญหายนั้น ปฏิเสธว่าวันเฉลิมไม่ได้อยู่ที่กัมพูชา และไม่ได้ถูกอุ้มหาย จึงไม่เป็นความจริงส่วนองค์การสหประชาชาติที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีข้อมูลยืนยันว่าในวันและเวลาดังกล่าว มีเหตุการณ์อุ้มหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จริง

2. นางสาวสิตานัน ได้ยื่นพยานหลักฐานต่าง ๆ แก่ผู้พิพากษาไต่สวนของศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญไปแล้วตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว ศาลแจ้งว่าจะแจ้งความคืบหน้าภายในหนึ่งเดือน แต่ทั้งทางนางสาวสิตานันและทนายความของเธอที่กรุงพนมเปญ ยังไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้า

3. การมายื่นพยานหลักฐานต่างๆ แก่อัยการสูงสุด เพื่อขอให้ทางอัยการสูงสุดรับดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย เนื่องจากเหตุการณ์การบังคับให้สูญหายของนายวันเฉลิม เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในกรณีที่เกิดคดีอาญากับคนไทยในต่างประเทศ อัยการสูงสุดมีหน้าที่ประสานงานด้านคดี เพื่อคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งวันเฉลิมด้วย อีกทั้งอัยการสูงสุดได้รับแจ้งจากทางการกัมพูชาว่า วันเฉลิมไม่ได้อยู่และถูกอุ้มหายในกัมพูชา จึงส่งเรื่องให้ดีเอสไอสอบสวน ทางนางสาวสิตานัน จึงมีความหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของทางการไทยทุกระดับ

โดยขอส่งพยานหลักฐานให้อัยการสูงสุด เพื่อยืนยันว่าวันเฉลิมอยู่และถูกอุ้มหายในกัมพูชา เพื่อให้อัยการสูงสุดติดตามคดี โดยประสานกับทางการกัมพูชา และให้อัยการร่วมสืบสวนสอบสวนกับดีเอสไอต่อไป

อย่างไรก็ตามในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แรก ๆ ในวันที่ 5 มิ.ย. 63 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานความคืบหน้า ว่าทางตำรวจกัมพูชา จะไม่รับสืบคดีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม โดยให้เหตุผลว่า ทางตำรวจกัมพูชาไม่รู้เรื่องการหายตัวไปดังกล่าว “พวกเราไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น จะให้ไปสืบสวนอะไร” เชย คิม เขือน โฆษกตำรวจกัมพูชา กล่าวกับเอเอฟพี


ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ ขอให้ทางกัมพูชาดำเนินการสืบสวนการหายตัวไปของนายวันเฉลิม หากพบตัวไม่ต้องส่งกลับประเทศไทย เพราะเสี่ยงที่จะอันตราย และหากอยู่ในการควบคุมตัวของรัฐ ขอให้เป็นสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ และต้องสามารถติดต่อทนายความอิสระและครอบครัวได้ทันที

ทั้งนี้นายวันเฉลิม อยู่ระหว่างลี้ภัยเนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจและโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเฟซบุ๊กเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ ๆ”