3กีบในความย้อนแย้ง!!! รุ้งยอมรับจากคุก นับวันคนร่วมม็อบยิ่งน้อย ขณะแกนนำขาสั่นกลัวคุก ขอ1ล้านลงถนนช่วยด้วย!!

652

3กีบในความย้อนแย้ง!!! รุ้งยอมรับจากคุก นับวันคนร่วมม็อบยิ่งน้อย ขณะแกนนำขาสั่นกลัวคุก ขอ1ล้านลงถนนช่วยด้วย

จากกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณแยกราชประสงค์ นำโดย มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ ไบร์ท ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และ เบญจา อะปัญ โดยในการชุมนุมครั้งนี้ได้มีการขึ้นเวทีปราศรัยจาาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังมีการใช้รถกระจายเสียงเป็นเวทีกลางแยก ขึงภาพแกนนำราษฎรที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยมีช่วงหนึ่งเบญจา ได้อ่านจดหมายของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

โดย น.ส.เบญจา อะปัญ เป็นตัวแทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ อ่านแถลงการณ์ก่อนยุติการชุมนุมใจความตอนหนึ่งว่า ความเคลื่อนไหวของประชาชนจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ท้องถนน เพื่อเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงกับพบกับการปราบปรามที่รุนแรง การใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนของเราถูกยัดข้อหาและดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม แต่การต่อสู้ของเรายังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่โหยหาสังคมที่ไร้เผด็จการจะลุกขึ้นมาต่อสู้ หนทางข้างหน้าต้องพึ่งพาความมานะและอดทน ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้เผด็จการจะไม่มีวันชนะแม้ไม่อาจรู้ได้ว่าจะชนะเมื่อไหร่แต่จะสู้ต่อไป ขอให้ออกมาบนถนนให้ถึง 1 ล้านคน เพราะนี่คือศักราชใหม่ของปี 64 ที่จะสู้ต่อไม่ว่าจะมีแกนนำหรือไม่มี จากนั้นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศปิดเวทีและขอให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับเป็นกลุ่มทางฝั่งประตูน้ำโดยให้เหตุผลว่าอาจถูกผู้ไม่หวังดี ดักทำร้าย โดยเฉพาะที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ของน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยพี่สาวของรุ้ง ระบุว่า…ข้อความจากรุ้ง

รุ้งรู้ว่าตั้งแต่ที่รุ้งเข้ามาเรือนจำ คนออกมาชุมนุมไม่มากเหมือนปีที่แล้ว อยากบอกทุกคนว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองที่จะออกมาหรือไม่ ไม่ว่าจะด้วยอุดมการณ์ ออกมาเพราะชื่นชมแกนนำ หรือเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของการเคลื่อนไหว

สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีเลย มีคนต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำทีละคนๆ พรุ่งนี้ก็อาจจะมีเพื่อนของเราเข้ามาเรือนจำอีกถ้าพวกเขาไม่ได้รับการประกันตัว ถ้าทุกคนไม่ออกมาไม่ว่าด้วยความกลัว ความใจเย็น วันต่อไปก็อาจจะเป็นคนใกล้ตัวคุณที่จะต้องเข้าเรือนจำ อย่าให้ความกลัวหยุดการเคลื่อนไหว ทำให้คุณลังเลในการออกมาชุมนุมกับเพื่อนๆ ของเรา กระบวนประชาธิปไตยต้องไปต่อ และต้องไปต่อเรื่อยๆ แม้จะมีคนหายไประหว่างทาง

แต่ถ้าคุณมีใจคิดถึงพวกเรา อยากให้พวกเราได้ออกไป และไม่ต้องการให้ใครเข้ามาในนี้อีกวันนี้ทุกคนต้องออกไปชุมนุมกับเพื่อนๆ มีเพื่อนชวนเพื่อน ชวนพ่อ แม่ ชวนครอบครัว จับมือร่วมกับเพื่อนเรา ให้เขาได้รู้ว่าถึงคุณจะจับอีกกี่คนก็หยุดเจตจำนงของประชาชนไม่ได้

ล่าสุดวันนี้ (25 มี.ค. 2564) น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด กรุงเทพใต้ เพื่อเข้ารับฟังการพิจารณาการส่งฟ้องคดี ภายหลังทั้ง 2 คนถูกแจ้งข้อหากระทำความผิด ม.112 และ ม.116 กับพวกรวม 13 คน

ทั้งนี้ น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า พร้อมรับคำตัดสินไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร โดยได้เตรียมใจไว้แล้ว ซึ่งได้รับกำลังใจจากครอบครัวและมวลชนเป็นอย่างดี แต่ยืนยันว่าในวันที่ชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีฯ ตัวเองและผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกดำเนินคดี ได้จัดกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตนยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการเรียน หากศาลพิจารณาไม่ให้ประกันตัวเหมือนกับแกนนำคนอื่น ๆ เนื่องจากจะมีสอบในเร็ว ๆ นี้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับระบบของกระบวนการยุติธรรมว่าจะตัดสินอย่างไร ทั้งนี้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ยังยืนยันในการต่อสู้เหมือนเดิม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดมีรายงานว่า ภายหลังผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เข้ารายงานตัวต่ออัยการ คดีชุมนุมสถานทูตเยอรมนีแล้ว นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการเลื่อนนัดสั่งคดีไปเป็นวันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 9.00 น. เนื่องจากอัยการอยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน

ส่วน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีส่วนต่อคดี ตนไม่กังวลกับการถูกดำเนินคดีเพิ่ม เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ พูด สำหรับกรณีที่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างประเทศมาสังเกตการณ์วันนี้ ตนไม่ได้พูดคุยอะไรมาก เจ้าหน้าที่มาหลายประเทศ เห็นความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนจึงมาจับตาดู ขณะนี้ทุกคนไม่กังวลถูกขังหรือไม่ แต่กังวลจะสู้ได้อย่างเต็มที่ข้างนอกมากน้อยแค่ไหน