“สื่อแนวร่วมล้มเจ้า”? กลัวหัวหด ไม่กล้าไลฟ์ แกนนำขึ้นปราศรัย ขณะ “สนธิญา” แจ้งความม็อบจาบจ้วงพ่วงทีวีช่องดัง!?!

3734

“สื่อแนวร่วมล้มเจ้า”? กลัวหัวหด ไม่กล้าไลฟ์ แกนนำขึ้นปราศรัย ขณะ “สนธิญา” แจ้งความม็อบจาบจ้วงพ่วงทีวีช่องดัง!?!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (24 มีนาคม 2564) ได้มีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร บริเวรแยกราชประสงค์ นำโดย มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ และ ไบร์ท ชินวัตร จันทร์กระจ่าง โดยในการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา มายด์ 1 ในแกนนำของกลุ่มราษฎร ที่ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีและจากถ้อยคำปราศรัยของมายด์ ได้กราบบังคมทูลถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขอพระราชทาน 3 เรื่อง คือ การบริหารจัดการกองทัพ บทบาททางการเมือง และทรัพย์สินของประชาชน

โดยในการปราศรัยในคืนที่ผ่านมานั้น ชัดเจนว่า เป็นการปราศรัยจาบจ้วงสถาบันอย่างชัดเจน ซึ่งมีสื่อหลายช่องได้มีการไลฟ์สดขณะแกนนำขึ้นปราศรัย และมีการตั้งสังเกตไปถึงสำนักข่าว The Reporters ที่มีการไลฟ์สดอยู่ แต่อยู่ๆก็ยุติการไลฟ์สดโดยทีมายด์ ยังปราศรัยไม่จบ รวมไปถึงสำนักข่าว The MATTER ที่ไลฟ์สดจนจบ แต่มีรายงานว่าในขณะนี้ ไลฟ์ดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว

ในขณะที่วันนี้ (25 มีนาคม 2564) นายสนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำเอกสารหลักฐานภาพถ่ายการขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน ไปยื่นต่อ พ.ต.อ. ณรงค์ชัย น้อยศรี ในฐานะเวรอำนวยการ รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบ 3 เรื่อง โดยเป็นการขอตรวจสอบเยาวชนชายและหญิงที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุมดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างร้ายแรง รวมถึงขอให้มีการตรวจสอบสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องหนึ่งที่ถ่ายทอดการปราศรัยโดยไม่มีการกลั่นกรองเนื้อหาในความผิดตามมาตรา 112 ในข้อหาเดียว ส่วนการปราศรัยของคนอื่นๆ ก็จะขอให้ตำรวจตรวจสอบต่อไปว่า เข้าข่ายกระทำผิดด้วยหรือไม่ เบื้องต้น พ.ต.อ. ณรงค์ชัย ระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวนำเรียนผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยมีประเด็นของสื่อที่เคยถูกวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนและไม่เป็นกลาง ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 ที่มีการชุมนุมบริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา ซึ่งมีการวิจารณ์การรายงานข่าวของ The MATTER ว่าบิดเบือนไม่นำเสนอความจริง เพราะมีรายงานว่า คนที่ถูกคุมขังในรถ มีการทุบรถ และรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ การ์ดของกลุ่มวีโว่ พกอาวุธเข้ามาชุมนุม และใช้กุญแจตัดชิงตัวผู้ต้องหาด้วย

เมื่อสื่อ IO ฝั่งม็อบลมุ้งมิ้งทำงาน ก็รายงานข่าวประมาณนี้

1. การ์ดวีโว่ กลายเป็น ประชาชน

2. จนท.ถูกม็อบทุบหัวแตก ต้องไปทำแผล กลายเป็น จนท.คนขับหายไป

3. หนีลงจากรถจนเกลี้ยง กลายเป็นยังอยู่ในรถไม่หลบหนี

หลายครั้งที่มีการชุมนุม The MATTER จะไม่รายงานข่าวตามความจริง เช่น บอกว่าการชุมนุมหน้าศาลอาญาเป็นการมารวมกันโดยสันติวิธี ปราศจากอาวุธ แต่แท้จริง การ์ดม็อบ และมวลชนปลอมมีการพกอาวุธ ก้อนหิน ค้อน เข้ามาด้วย นอกจากนี้ ยังมีข้อความที่สื่อสารให้คนติดตามเข้าใจผิดว่า “มีการนำขยะมาทิ้งที่หน้าศาลอาญา” ทั้งที่เมื่อตรวจสอบดูจะพบว่า คือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงร.9 และ ร.10

อย่างไรก็ตาม กรณีในลักษณะดังกล่าว ก็เคยปรากฎเป็นประเด็นมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ทางกลุ่มไทยภักดี และเครือข่ายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเอาผิดกับสถานีโทรทัศน์ช่องวอยซ์ ทีวี ที่ถ่ายทอดสดการชุมนุมบนเวที 19 กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร ที่บริเวณท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยกลุ่มไทยภักดีระบุว่า เนื้อหาที่กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นปราศรัยนั้นเข้าข่ายผิดม.112

ทางกลุ่มไทยภักดี ยังระบุด้วยว่า ช่องวอยซ์ ทีวี ไม่ควรถ่ายทอดสดคำปราศรัย ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ พร้อมกับย้ำว่าแม้ในหลวง ร.๑๐ ทรงมีพระเมตตา ไม่ต้องการให้ใช้ ม.112 ดำเนินคดี แต่เนื้อหาที่กล่าวบนเวทีปราศรัยมันเกินเลยไปมาก และกฎหมายยังมีอยู่จึงจำเป็นต้องเข้าแจ้งความ