แฉเบื้องหลัง “ม็อบล้มเจ้า” แก๊งเฒ่ากาลีรับเงินต่างชาติ ส่งไม้ลูกศิษย์ ปั่นหัวเด็กใช้ความรุนแรง ล้มสถาบัน!?!

1394

แฉเบื้องหลัง “ม็อบล้มเจ้า” แก๊งเฒ่ากาลีรับเงินต่างชาติ ส่งไม้ลูกศิษย์ ปั่นหัวเด็กใช้ความรุนแรง ล้มสถาบัน!?!

จากกรณีของการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มราษฎร ที่ยังมีการจัดการชุมนุมมาเป็นระยะ แม้ว่าเหล่าแกนนำคนสำคัญจะถูกจับกุมไปเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน อานนท์ ไมค์ ระยอง ไผ่ ดาวดิน รุ้ง ปนัสยา แม้ว่าแกนนำจะถูกจับกุมไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังมีการปลุกระดมเยาวชนและประชาชน ซึ่งเป้าหมายของกลุ่มราษฎรหลายคนมองว่า ในขณะนี้กำลังพุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน โดยมีต่างชาติให้การสนับสนุน

โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR), แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆ กว่า 14 ประเทศ เข้ามาสังเกตการณ์ และได้ถ่ายภาพขณะเพนกวินอ่านแถลงการณ์และเผยแพร่ไปทั่วโลก จึงเกิดคำถามขึ้นว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ทูตถึงเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ได้ ใครเป็นคนเชิญเข้าไป และยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ต่างชาติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังม็อบสามนิ้วใช่หรือไม่ ?

ล่าสุดทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ  หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงกรณีผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการสามนิ้ว โดยระบุข้อความว่า

ประชาชนไทยได้อะไรจากม็อบสามนิ้ว?

เฒ่ากาลีกลุ่มหนึ่งรับเงินจากต่างประเทศมาเป็นระยะเวลานานนับสิบๆปี ทำตัวไม่ต่างจากไส้ศึกคอยรับใช้ต่างชาติ สร้างฐานเครือข่ายและปั้นลูกศิษย์ให้มีความคิดเกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับพวกเขา ทั้งหมดเป็นไปเพื่อสนองความต้องการในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง อำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงได้อย่างอิสระ

รุ่นต่อมาเป็นลูกศิษย์วัยกลางคนทั้งหลาย ซึ่งได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในปัจจุบัน อยู่ในฐานะนักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิยาลัย ตลอดจนสื่อสารมวลชน เป็นแกนนำตัวจริงของม็อบสามนิ้ว ร่วมกันยุยงปลุกปั่นหลอกใช้คนรุ่นใหม่เป็นเครื่องมืออย่างอำมหิต สนับสนุนให้ลูกศิษย์ตลอดจนผู้ชุมนุมลงมือกระทำผิดกฎหมาย ต้องการให้ติดคุกติดตะรางหรือเกิดศพและการสูญเสีย เพื่อที่จะได้นำเหยื่อเหล่านี้มาโหนปลุกระดมซ้ำ แล้วนำมาต่อยอดความรุนแรงและการก่อจลาจลไปสู่สงครามกลางเมือง ในขณะที่พวกเขาลอยตัวด้วยการยัดเยียดชุดความคิดให้กับบรรดาเหยื่อทั้งหลายว่า “ทุกคนคือแกนนำ” โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

ในท้ายที่สุดโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการยุยงปลุกปั่น แทรกแซงช่องว่างระหว่างครอบครัวในยุคดิจิตอล ที่พ่อแม่กับลูกๆมีเวลาให้กันน้อยลง และต่างคนต่างใช้เวลาอยู่กับหน้าจอของตัวเอง ความอบอุ่นในครอบครัวจึงถูกปล้นไปโดยกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบ อิสรภาพทางความคิดและการเติบโตอย่างสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่จึงถูกขโมยไป แล้วถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังและความก้าวร้าวรุนแรง เพราะพวกเขามองคนรุ่นใหม่เป็นแค่เครื่องมือในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สิ่งที่คนอยู่เบื้องหลังม็อบต้องการคือความรุนแรง ม็อบสามนิ้วจึงอยู่ภายใต้การนำทางการเมืองที่ผิด โดยมีโซเชียลมีเดียคอยป้อนชุดความคิดบิดเบือนและควบคุมพฤติกรรม แล้วชี้นำไปในทิศทางความรุนแรงให้ลุกขึ้นสู้ก่อจลาจล แอบอ้างประชาธิปไตย ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ แต่เนื้อแท้เป็นอนาธิปไตย

ประเทศชาติต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเปลี่ยนแปลงโดยคนที่รักชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบ ซึ่งล้างสมองหลอกใช้มวลชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างอำมหิตไปสู่สงครามกลางเมือง เพราะต่างชาติรู้ดีว่าสถาบันพระมหากษัตริย์คือความมั่นคงของชาติและประชาชนไทย จะแทรกแซงหรือทำลายความมั่นคงของประเทศไทยได้ต้องบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความขัดแย้งและความแตกแยก สร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้คนไทยขาดความสามัคคีแบ่งฝ่ายทะเลาะกันเอง

ประชาชนไทยจึงต้องช่วยกันชี้ให้เห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบ ตลอดจนการแทรกแซงจากต่างชาติคือ ต้นตอตัวจริงของปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกในประเทศไทย เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงของม็อบ เพื่อยุติสงครามกลางเมืองและสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างสันติ ให้ประชาชนได้มีประชาธิปไตยที่แปลว่าประโยชน์สุขของมหาชนชาวไทย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบสามนิ้วที่แปลว่าประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจและกลุ่มคนขายชาติที่รับเงินต่างชาติมาแทรกแซงชาติตัวเอง แม้แต่กระทั่งพยายามยัดเยียดร่างรัฐธรรมนูญจากต่างชาติให้คนไทยก็ยังเคยทำมาแล้ว