ครม.ไฟเขียวกระตุ้นคนไทยเที่ยวเมืองไทย!?! แจก 5,000-1 โปรแกรม เล็งเปิดเกาะภูเก็ต-สมุยรับต่างชาติ ปั้มเงิน 1.3 ล้านลบ.!

305

เป็นที่ยอมรับกันว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในปีนี้ที่ใคร ๆ ก็เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มผงกหัวกันขึ้นมาได้บ้าง และภาครัฐเองก็หวังกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ดึงคนมีรายได้ใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียนมากขึ้น และหวังปั้มรายได้เข้าประเทศกว่า 1.3 ล้านล้านบาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ล่าสุดครม.ได้อนุมัติ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส3” และมาตรการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน หนุนธุรกิจท่องเที่ยวให้อยู่ได้ ท่ามกลางการระบาดโควิด ที่คลี่คลายบ้างหลังมีการฉีดวัคซีนทั่วโลกและในประเทศไทย

แม้จะเทียบไม่ได้กับเมื่อปี 2562 ที่รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุไป 3.06 ล้านล้าน บาท แถมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉียด 40 ล้านคน แต่อย่างน้อย การใช้โอกาสวันสงกรานต์ ขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นตัว สร้างบรรยากาศให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย

เมื่อวานนี้ วันที่ 23 มี.ค.2564  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบ มาตรการเราเที่ยวด้วยกันระยะที่ 3 และมาตรการทัวร์เที่ยวไทยเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ไปจนตลอดครึ่งปีหลังของปีนี้ 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว 2 โครงการ สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศได้แก่

โครงการแรกคือ ทัวร์เที่ยวไทย โดยรัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินแบบร่วมจ่าย 40% ไม่เกินคนละ 5,000 บาท กำหนดวิธีการ คือจะต้องซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ในประเทศ 3 วัน 2 คืน ราคาขั้นต่ำ 1.2 หมื่นบาท โดยจะต้องไปเที่ยวในวันธรรมดา คือ วันอาทิตย์-พฤหัสบดี ซึ่งผู้มีสิทธิต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปถึงสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ซึ่งจะเริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือนพ.ค.-ส.ค.64 กำหนดเป้าหมายไว้ 1 ล้านคน

“การจ่ายเงินจะต้องทำผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น และต้องสแกนจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ด และสแกนใบหน้าด้วย ในระหว่างที่เข้าไปใช้บริการทั้งที่พักและร้านอาหาร”

ส่วนอีกมาตรการคือ เราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 3 มีเพิ่มสิทธิการเข้ามาใช้ห้องพักอีก 2 ล้านสิทธิ โดยต้องเข้ามาจองห้องพักล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เริ่มต้นในเดือนพ.ค.-ส.ค.64 พร้อมทั้งมีแนวทางป้องกันทุจริตที่เข้มงวดขึ้นคือต้องมีการสแกนใบหน้าผู้เข้าใช้บริการ และแจ้งข้อมูลตำแหน่งจีพีเอสเข้ามาในแอปด้วย ขณะที่บัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เวาท์เชอร์) ที่เคยให้วันธรรมดาคนละ 900 บาท และวันศุกร์-อาทิตย์คนละ 600 บาท นั้นจะปรับเหลือราคาเดียวคือคนละ 600 บาท และกำหนดให้เดินทางท่องเที่ยวแบบข้ามจังหวัดเท่านั้น

สำหรับวัน”สงกรานต์”งานที่ทุกคนรอคอย หยุดยาว 6 วันหวังจุดประการฟื้นท่องเที่ยวไทยภายในประเทศ และเนื่องจากฤทธิ์โควิด-19ยังไม่จางคลายจริง ยังปรากฏคลัสเตอร์เป็นระยะจึงไม่อาจประมาทได้  เพราะทุกครั้งวันสงกรานต์ในสถานการณ์ปกติ จะมีการเดินทางถึง 13 ล้านคนจากสำนักวิจัยสถิติ และมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ ครม.ออกมาตรการเข้มงวดงดการสาดน้ำรวมหมู่ ห้ามปาร์ตี้โฟม เน้นทำบุญ เยี่ยมเยียนญาติรดน้ำผู้ใหญ่ เป็นสำคัญ สามารถใช้จ่ายจากมาตรการ “เราชนะ” “ม.33 เรารักกัน”ได้  และเพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 คนไทยจะประมาทการ์ดตกไม่ได้เป็นอันขาด อย่าลืมสวมหน้ากาก พกเจลล้างมือทุกคน

ในส่วนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวปั้มรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ รัฐบาลเตรียมเปิด โครงการ “Travel Bubble” โดยนำร่องพื้นที่ที่เป็นเกาะ เช่น เกาะภูเก็ต และ เกาะสมุยเป็นต้น เพื่อควบคุมการระบาดโควิด-19 ไปพร้อมกับฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างสมดุล โดยทะยอยฉีดวัคซีนในเขตท่องเที่ยวพิเศษเตรียมรับการเดินทางจากนักท่องเที่ยว

สำหรับ “สมุยโมเดล” นั้น นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.เกาะสมุย ประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเกาะสมุย โดยนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.รับพิจารณาในหลักการให้เกาะสมุยเป็นต้นแบบสถานที่แรกในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับขั้นตอนต่างๆได้จัดเป็นระบบ ได้แก่

-เริ่มจากในวันที่ 1 เมื่อนักท่องเที่ยว เดินทางมาถึง จะเดินทางเข้าที่พักด้วยระบบปิดจากสนามบินถึงโรงแรม ไม่ปะปนกับบุคคลทั่วไป

-วันที่ 2-3 จะเก็บตัวอย่างหาเชื้อในโพรงจมูกและในช่องปาก จะทราบผลภายใน 3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวยังอยู่ในพื้นที่ควบคุม

-หากไม่พบเชื้อในวันที่ 4-7 นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้ท่องเที่ยวได้ตามพื้นที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.เกาะสมุย กำหนด

-ต่อมาในวันที่ 7 จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจอีกครั้ง หากตรวจไม่พบ นักท่องเที่ยวจะสามารถเปลี่ยนที่พัก และท่องเที่ยวได้ภายในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า

-เมื่อครบ 14 วัน นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้ตามปกติ

ก็เป็นเรื่องดีดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและดูแลผู้เกี่ยวข้อง ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า แนวคิดเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะจัดความสมดุลระหว่างป้องกันการระบาดโควิด กับการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจได้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้เพื่อนบ้านเราก็ขยับกันไปก่อนหน้าแล้ว ทั้งสิงคโปร์ กัมพูชา มาเลเซีย!!