โควิด-19 ทำสหรัฐฯทรุดหนัก จ่ายไปแล้ว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคโอด เตือนใครก็ไม่ฟัง

1419

ดร.โรเบิร์ต เรดพิลด์(Dr Robert Redfield) ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรค(The federal Centers for Disease Control and Prevention :CDC) รายงานสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาฯ ว่า การที่สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อสะสมปัจจุบันสูงกว่า 2.3 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิต 121,000 ราย และยังไม่มีสัญญาณลดลงแต่อย่างใด ในขณะที่สหรัฐฯใช้เงินไปแล้ว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดร.โรเบิร์ตฯ กล่าวว่า “เราทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ ในการจัดการแก้ปัญหา แต่ผลในปัจจุบันคือไวรัสโควิด-19 ทำให้สหรัฐฯตกอยู่ในสภาพทรุดอย่างยิ่งแล้ว และ”สหรัฐฯใช้เงินไปแล้ว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลได้รับอย่างที่เห็น

นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการคณะทำงานเฉพาะกิจ ด้านการควบคุมไวรัสโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวเสริมว่า ทีมงานไม่เคยชี้นำให้หยุดตรวจเชื้อ มีแต่เตรียมตรวจให้มากขึ้นและเตือนว่า พื้นที่บางส่วนของสหรัฐกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่หนักกว่า

นายแพทย์เฟาซีกล่าวว่า แม้นิวยอร์กมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ลดลง แต่รัฐอื่นๆ กำลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นในระดับชุมชน

IMF เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ในวันที่ 24 มิย.2563 โดยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า พร้อมกับเตือนว่าสถานะทางการคลังของรัฐบาลประเทศต่างๆจะทรุดตัวลงอย่างหนัก ขณะที่ได้รับผลกระทบจากการทุ่มงบประมาณเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวถึง 8.0% ต่อGDP ในปีนี้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ต้นปีว่าจะหดตัว 5.9% ของ GDP ส่วนยูโรโซน หดตัวที่ 10.2% สินปีนี้ จากที่คาดไว้ 7.5% ต้นปี
IMF ระบุว่า วิกฤตการณ์ในปีนี้แตกต่างจากวิกฤตการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และสร้างความไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

……………………………………………………

Cr: theguardian, forbes