กรมคุกส่งนักจิตวิทยากล่อมเพนกวิน ผวาทำร้ายตัวเอง ขณะผลตรวจความดันฯ หัวใจเต้นปกติ เจ้าตัวปฏิเสธเจาะเลือดทุกวัน

1901

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประกาศอดอาหารจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมในการประกันตัวออกมาสู้คดีว่า ภายหลังจากเรือนจำรับตัวกลับมาคุมขัง

ทางทีมเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมและจัดเตรียมผงเกลือแร่โออาร์เอส (ORS) นม น้ำหวาน และโอวัลติน ให้แก่ผู้ต้องขัง จัดเตรียมทีมแพทย์ พยาบาล และนักจิตวิทยาเพื่อเข้าตรวจอาการต่อเนื่อง เตรียมพร้อมตลอดเวลาหากเกิดความจำเป็นต้องรับการรักษาเร่งด่วน โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องขังเพื่อสังเกตอาการ และป้องกันการทำร้ายตัวเอง

ล่าสุด นายพริษฐ์ ยังปฏิเสธการรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำหวาน นม โอวัลติน ส่วนผลตรวจสุขภาพ เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2564 พบว่าความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือด อยู่ในเกณฑ์ปกติ

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า สภาพร่างกายทั่วไปมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย นักจิตวิทยาสอบถามการใช้ชีวิต นายพริษฐ์ แจ้งว่านอนหลับได้ แต่อ่อนเพลียบ้าง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ สถานพยาบาลของเรือนจำ ได้จัดอุปกรณ์สำหรับปัสสาวะไว้ใช้ในเวลากลางคืน เพื่อลดการทำกิจวัตรส่วนตัว และแนะนำให้ระมัดระวังการทำกิจกรรมระหว่างวัน เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยนายพริษฐ์ ให้ความร่วมมือในการตรวจสุขภาพเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะต้องเจาะเลือดทุกวัน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่อาจสร้างความเสียหาย และความเข้าใจผิดต่อการทำงานของกรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงและละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง เพราะการทำร้ายร่างกายเป็นการกระทำความผิดทั้งทางวินัย และคดีอาญา ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะในกรอบนโยบายของราชทัณฑ์ยุคใหม่”

ขณะที่ทางด้าน นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เรียกตัวเองว่า เป็นนักการเมืองแถวหน้าฝ่ายประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รัฐธรรมนูญเมื่อแก้ไม่ได้ และไม่ยอมให้แก้ ก็ต้องโค่นเผด็จการทรราชทิ้ง ทั้งระบอบ แบบขุดรากถอนโคน

เป้าหมาย

รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คสช ปี 60 นี้ คือหัวใจ คือแกนหลักของระบอบเผด็จการ ที่ได้วางโครงสร้างอำนาจ โครงสร้างการบริหารประเทศ อย่างรอบคอบ แยบยล รัดกุม ครอบคลุม ทุกมิติ และทุกภาคส่วนของสังคมไทย

ฝ่ายเผด็จการใช้เป็นแผนแม่บท ในการปกครองบ้านเมือง และสืบทอดอำนาจ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้ตนเอง และพวกพ้อง ลิ่วล้อบริวารของเผด็จการตลอดไป

พวกเขาจะไม่ยอมให้ประชาชนมีอำนาจ ไม่ยอมให้ประชาชนมีความรู้ เพราะหากประชาชนมีความรู้ จะปกครองยาก ต้องให้ประชาชน โง่ จน เจ็บ อยู่อย่างนี้ จะได้ง่ายต่อการปกครอง เวลาเอาเงินไปแจกแบบให้ทานผ่านบัตรประชารัฐ ประชาชนจะได้สยบยอม เป็นทาสรัฐบาลเผด็จการทรราชนี้ ตลอดไป

เผด็จการรู้ดีว่า กว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทรราช ที่สมบูรณ์แบบ แนบเนียน แยบยล ใช้หลอกลวงคนไทย และสังคมโลก ใช้เป็นเสื้อคลุมว่าเป็นประชาธิปไตยเช่นนี้ พวกเขาต้องลงทุนไปอย่างมหาศาล เกือบหมดหน้าตัก พวกเขาจึงหวงแหน รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คสช ปี 60 นี้ยิ่งกว่าสิ่งใด

เหตุนี้พวกเขาจึงไม่แก้ไข และไม่ยอมให้มีการแก้ไข ทุกอย่างเป็นเพียงการเล่นละครหลอกลวงประชาชน เพื่อซื้อเวลา และผ่อนคลายการกดดันจากมวลชนที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น

นอกจากพวกเขาไม่แก้ ไม่ยอมให้แก้ แล้วพวกเขาประเมินสถานการณ์ว่า ม็อบที่มาเรียกร้อง 1. ให้ ประยุทธ์ ออกไป 2. ให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3. ให้ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

อ่อนล้าลง มีมวลชนน้อยลง พวกเขาจึงเปิดยุทธการเอาคืน ด้วยการไล่ล่า จับกุม คุมขัง ฟ้องร้องดำเนินคดี ด้วยการใช้มาตรา 112 เป็นหลัก กลั่นแกล้ง ไม่ยอมให้ประกันตัวอย่างไม่สมเหตุผลทั้งที่ ขัดต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม

ที่ร้ายแรงที่สุด คือมีพฤติกรรม คุกคาม ข่มขู่ ต่อชีวิตของผู้ถูกคุมขัง เช่นกรณี รุ้ง เพนกวิน และทนายอานนท์ จนต้องร้องขอชีวิต และเขียนจดหมายลาตายไว้ล่วงหน้า ซึ่งพวกเราจะต้องทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พวกเขาตาย

เห็นนักการเมืองฝ่ายค้าน นักคิด นักเขียน นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยพยายามแสดงบทบาท ว่าแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้ ก็จะเสนอขอแก้ไขอีกครั้ง อาจเป็นรายมาตรา ฟังดูดี แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรลุเป้าหมาย เพราะหากพวกเราฝ่ายประชาธิปไตยให้การ ยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทรราช คสช ปี 60 นี้ เป็นกฎหมายสูงสุด ทั้งที่ ความจริงมันคือ กฎของโจรกบฏ ที่ปล้นประเทศ ปล้นประชาชน ด้วยการทำรัฐประหาร ที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ทั้งที่มา ทั้งเนื้อหา และ เป้าหมาย พวกเราก็จะแพ้อยู่แบบนี้ตลอดไป ไม่มีวันชนะ เพราะพวกท่านยอมรับกฎของโจรกบฏ คสช. ว่าเป็นกฎหมาย ใจของพวกท่านก็แพ้แล้ว และจะไม่มีวันชนะ ภายใต้กฎ กติกา ของโจรเลย

ทางเดียวเท่านั้นที่ประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ คือต้องไม่ยอมรับกฎของโจรกบฏว่าเป็นกฎหมาย และต้องร่วมมือกันทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบเพื่อโค่นเผด็จการทรราช ให้สิ้น แล้วสร้างกฎหมาย ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และ เพื่อประชาชน ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่สอดคล้องกับสังคมโลกเท่านั้น เราจึงจะได้ระบอบประชาธิปไตยมาใช้เป็นเครื่องมือในการปกครองประเทศได้

ดังที่ อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โธมัส เจฟเฟอร์สัน กล่าวไว้ว่า “เมื่อความอยุติธรรม กลายเป็นกฎหมาย การต่อต้าน ก็เป็นหน้าที่”

จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกวิถีทาง ร่วมกันล้างมรดกบาปของเผด็จการทรราชให้ได้    เพราะสถานการณ์นี้ มันคือสถานการณ์ปฏิวัติ  มันคือสถานการณ์สงคราม สงครามฝ่ายประชาธิปไตย กับเผด็จการ ไม่ใช่ที่แสดงสำนวนโวหาร ดูหล่อ ดูสวย ดูเท่ห์ ดี เด่น ดังไปวัน ๆ คนโง่เท่านั้น ที่จะสู้ในเกมเดิม ในรูปแบบเดิม ทั้งที่แพ้มาตลอด  คนรุ่นใหม่ นักสู้ที่ชาญฉลาด เขาต้องการเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่เปลี่ยนตัวผู้เล่น ในกติกาที่ไม่เป็นธรรม