จุรินทร์ง้างฟัน3บิ๊กอคส.คดีโกงถุงมือยาง2พันล้าน ลากคอเข้าคุก โยนอดีตผช.บัญญัติลาออกเอง

1231

จากที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดในกรณีการจะซื้อถุงมือยาง มูลค่า 1.12 แสนล้านขององค์การคลังสินค้า(อคส.)

โดยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ได้ตั้งขึ้นตามระเบียบ อคส. ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า และ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหลังจากที่ผลสืบสวนเสร็จสิ้นและมีมติ 3 ข้อ

ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.ผลสืบสวนได้ข้อสรุปว่ามีผู้กล่าวหา 3 คน ในระดับผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงเห็นควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งจะมีโทษสูงสุดถึงไล่ออกหรือให้ออก 2.คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงพบความเสียหายที่ก่อให้เกิดกับองค์การคลังสินค้าประกอบด้วยเงินจำนวน 2,000 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย และบวกความเสียหายอื่นๆ

“จึงเห็นควรตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการกระทำผิดทางละเมิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี 2539 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี 2539 และ3.เห็นควรส่งผลการสืบสวนข้อเท็จจริงไปยัง ป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณาในการไต่สวนคดีจัดซื้อถุงมือยางเทียมของ อคส.ต่อไป

ผมได้กำชับและสั่งการว่าให้เร่งดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้บังเกิดผลต่อไปโดยเร็วที่สุดเพื่อแจ้งให้สาธารณะรับทราบว่า อคส.มีความตั้งใจในการหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เรื่องนี้ผมจะไม่ปล่อยไว้ใครกระทำความผิดและเกี่ยวข้องกับการกระทำที่มิชอบจะจัดการโดยเด็ดขาด ทั้งเรื่องทางวินัย ทางแพ่ง หรือทางอาญา และกำชับให้ผู้อำนวยการ อคส.ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการทุกชุดที่ชอบด้วยกฎหมายให้เต็มที่ เพื่อให้สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยเร็วที่สุดและเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดกับ อคส.ให้ได้เร็วที่สุด” นายจุรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึงกรณีนายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า ซึ่งมีชื่อพัวพันกับการทุจริตถุงมือยาง หากผลสอบของป.ป.ช.ออกมาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนจะแสดงสปิริตโดยการลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดอคส.หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่นายสุชาติต้องไปพิจารณาเอง เพราะตนคงไม่สามารถไปบอกให้ลาออกได้ และไม่สามารถตอบแทนได้

ด้านนายเกรียงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จะรวบรวมสำนวนทั้งหมด 900 กว่าหน้าส่ง ป.ป.ช.โดยมั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ต้องได้คืนหมดพร้อมดอกเบี้ย เพราะใครจะเป็นตัวกลางตัวการร่วมหรือสนับสนุนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดตามบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงศ์ ระบุด้วยว่า ข้อมูลพยานหลักฐานขณะนี้เพียงพอที่สามารถพิจารณาว่ามีมูลความผิดวินัยร้ายแรงได้ตามที่รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ทั้งนี้อคส.ให้กรอบการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีระยะเวลาทำงาน30วัน และคณะกรรมการว่าด้วยระเบียบละเมิด มีระยะเวลาทำงาน60วัน โดยคณะกรรมการทั้ง2ชุดจะมาจากคนนอกทั้งหมดเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน

“ทั้ง3รายได้ส่งหนังสือชี้แจงกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร และให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาซึ่งอคส.จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ป.ป.ช.พิจารณาด้วย ขณะนี้มีพนักงานอคส.ที่เกี่ยวข้อง 3ราย ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องเพิ่มหรือไม่นั้นอยู่ที่การตรวจสอบของป.ป.ช.ต่อไป” พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของทีมข่าวเดอะทรูธ ก็พบว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจจากการประชุมสภาฯช่วงหนึ่งกรณีการจัดซื้อถุงมือยาง มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท โดยระบุไม่ไว้วางใจให้นายจุรินทร์ บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต และปกปิดการทำผิดของตนเองและพวกพ้อง

ทั้งนี้ เมื่อ 14 กันยายน 2563 นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งย้าย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง องค์การคลังสินค้า (อสค.) ไปประจำรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเพิ่มเติม สวนทางกับคำแถลงนโนบายต่อรัฐสภา แม้จะมีกระทู้ถามเรื่องทุจริตถุงมือยาง ก็ไม่มีการยับยั้งการถ่ายเทเงินทุจริต 400 ล้านบาทจากบริษัทการ์เดียนโกลฟส์ จนไม่มีเงินที่จะอายัด ถือเป็นเจ้าพนักงานที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

โดยนายประเสริฐ ระบุจากแผนผัง อ้างว่าพบกลุ่มบุคคลใกล้ชิดกรณีทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง คือนายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธานกรรมการ อคส. เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2561 และยังเป็นผู้ช่วย ส.ส.ของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งนายสุชาติ และนายจุรินทร์ เคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงในปี 2558-2559 แสดงถึงความสัมพันธ์ที่มีระยะเวลายาวนาน

กระนั้นในการอภิปรายหลักฐานสำคัญที่ นายประเสริฐ นำมาเปิดในที่ประชุม คือ มีการอ้างถึงบันทึกเทปการประชุมคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 หลังจากที่ได้มีการทำสัญญาขายถุงมือยางให้เอกชนเพียง 1 วัน ซึ่งเป็นเสียงของพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ รายงานบอร์ดที่มีเสียงของนายสุชาติ ประธานบอร์ดและกรรมการอยู่ในการประชุมครั้งนี้ด้วย โดยพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ รายงานนายสุชาติ ถึงสัญญาซื้อขายถุงมือยางว่าเป็นผลงานของประธานบอร์ดอคส. คือนายสุชาติ และมีเสียงหัวเราะว่าขอให้รมว.พาณิชย์รับทราบ และเป็นผู้กดปุ่มเดิน

ฉะนั้นจะเห็นว่า นายประเสริฐ พยายามโยงภาพสะท้อนให้เห็นว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ พร้อมทั้งมีตัวละครสำคัญเชื่อมโยงกับการทุจริตดังกล่าว ประกอบด้วย นายสุชาติ ที่อ้างว่าเป็นคนสนิทนายจุรินทร์ และอดีตผู้ช่วยนายบัญญัติ ที่สั่งการ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยารัตน์ อดีตรักษาการ ผอ.อคส.

กระนั้นในการประชุมสภาถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีดังกล่าวนั้น ทางนายจุรินทร์ ก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงโดยสรุปว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจอดีตรักษาการ ผอ.อคส. กับพวก บริษัท การ์เดียน โกลฟส์ และอีก 7 บริษัท ประธานบอร์ดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีอะไรไปโต้แย้ง แต่ขอปฏิเสธว่า ตนไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องยุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ แอบสั่งการในที่ลับหรือแจ้งก็ตาม

“ที่กล่าวหาว่าประธานบอร์ดเป็นคนสนิทของผม กรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักใคร ไม่ได้แปลว่าคุณมีอำนาจล้นฟ้า เมื่อไรที่กระทำผิดกฎหมาย คุณก็ต้องเข้าคุก และเรื่องนี้ผมไม่ยอม ไม่ว่าใครทุจริตโครงการนี้ ผมจะจัดการทั้งทางวินัย ทางแพ่ง ทางอาญา ถึงที่สุด ตราบเท่าที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ และกฎหมายให้อำนาจผม การพูดในสภาถือเป็นเรื่องผูกพันของผม ถ้าไปพูดที่อื่น และไม่ทราบแหล่งที่มาของเทปเสียง เพื่อจงใจใส่ความผมทำให้คนเข้าใจผิดว่ารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง”  นายจุรินทร์ ชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ