ผิดคำสัญญา ดีกว่าผิดกฎหมาย!!! ชำแหละชัด รายชื่อ “ส.ส.เพื่อไทย” 26 คน ไม่โหวตแก้รธน.ล้มล้างการปกครอง กลัวมีความผิด สิ้นสุดการเป็นนักการเมือง?

1474

สำหรับการลงมติคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 3 เมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา มีเสียงเห็นชอบให้แก้ไข 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง งดออกเสียง 94 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน136 เสียง ถือว่า มีเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งจากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 737 คน ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตีตก ไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา

จากการตรวจสอบการลงมติพบว่า ในส่วนคะแนนเห็นชอบ 208 เสียงนั้นเป็นของส.ส. 206 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนอีก 2 เสียงเป็นของส.ว.ได้แก่ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และนายพิศาล มาณวพัฒน์ ซึ่งเป็น 2 ใน 3 ส.ว.ที่เคยลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์

ขณะที่คะแนนเสียงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 จำนวน 4 เสียงนั้น เป็นของส.ว.ทั้งหมดคือ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา และนายเสรี สุวรรณภานนท์

ส่วนการโหวตงดออกเสียง จำนวน 94 เสียงนั้น แบ่งเป็นส.ส.10 เสียง และส.ว. 84 เสียง ในส.ส.ที่งดออกเสียง ส่วนใหญ่เป็นของพรรคพลังประชารัฐ อาทิ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. , นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ ,นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. รวมถึงนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขณะที่ในส่วนของส.ว.ที่งดออกเสียง

เช่น นายพรเพชร วิชิตชลชัย , พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชา ,นายจเด็จ อินสว่าง ,พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ ,พล.อ.ดนัย มีชูเวท ,พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ , พล.อ.อ.ประจิน จันตอง ,นายสมชาย แสวงการ ,พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ,นายวิทยา ผิวผ่อง ,พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง เป็นของส.ส. 9 เสียง และส.ว.127 เสียง ในส่วนของส.ส.ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน มีดังนี้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,นางเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา ,นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ,นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม

ส่วนส.ว.ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน มี นายกล้านรงค์ จันทิก ,นายคำนูณ สิทธิสมาน ,นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ,พล.อ.นพดล อินทปัญญา ,พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา และ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์

นอกจากส.ส.ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ไม่ร่วมลงมติวาระ 3 แล้ว ยังพบว่า มีส.ส.อีก 200 กว่าคน และส.ว.อีก 33คน ที่ไม่ขานมติลงประชุมใด ๆเลย ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ,น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ,น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. ,น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว ,นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่

ขณะเดียวกันยังมีส.ส.เพื่อไทยอีก 26 คน ที่ไม่ยอมขานมติใดในการโหวตวาระ 3 คือ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ,นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ ,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม ,น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ,นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. , นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีส.ส.ก้าวไกลบางส่วนที่ไม่ร่วมขานชื่อลงมติในการลงมติ อาทิ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ , นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี , นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ซึ่งเป็นส.ส.งูเห่าในพรรค

นอกจากนี้ยังมีส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ไม่ขานชื่อในการลงมติเช่นกัน ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ,นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ,นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร รวมถึง 5 ส.ว.โดยตำแหน่งจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด ,พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. , พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. , พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. , พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ก็ไม่ร่วมลงมติครั้งนี้เช่นกัน

ขณะที่ทางด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์กรณี พรรคภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่ 3 ว่า ไม่อยากให้ความเห็น ประชาชนจะต้องประเมินการกระทำในวันนี้ของพรรคภูมิใจไทย เทียบกับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชนเอง และต้องเอาการขอโทษและการผิดสัญญาที่ผ่าน ๆ มา มาประเมินร่วมด้วย

แต่เนื่องจากมีการพาดพิงถึงการตัดสินใจที่เคารพคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนของพรรคก้าวไกล จึงจำเป็นต้องออกความเห็น เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่า พรรคไหนยึดมั่นกับคำมั่นที่ลั่นวาจาเอาไว้กับประชาชน และควรเป็นที่ฝากความหวังของประชาชนต่อไปได้ ต้องถามพรรคภูมิใจไทยว่าที่ผ่านมาตระบัดสัตย์

ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนมากี่ครั้งแล้ว ตั้งแต่กรณีตัดสินใจร่วมรัฐบาล เพื่อให้เผด็จการ คสช.ได้สืบทอดอำนาจ และอีกครั้งหนึ่งที่เคยออกมาขอโทษประชาชน ในการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 จนวาระที่ 3 ก็ยังจะมาวอล์กเอาต์อีก

พรรคภูมิใจไทยอ้างว่า เห็นด้วยกับแนวทางของประชาธิปัตย์ ที่ให้ชะลอการลงมติไปก่อนแล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครัั้ง ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน โดยเฉพาะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ผู้ยื่นญัตติก็ยังอยู่ลงมติ ทั้งยังได้ลงมติ “เห็นชอบ” ในวาระที่ 3 ด้วย

เหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยอ้างว่าการลงมติในวาระ 3 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านและเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกลนั้น เป็นการกระโดดลงเหวฆ่าตัวตาย เพราะการลงมติในวาระที่ 3 ต้องพึ่งเสียง ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง ตนยืนยันว่าเรื่องที่ ส.ว.จับเอาร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน และขัดขวางการคืนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอธิปไตยที่แท้จริง

มีหรือที่พรรคการเมืองมีประสบการณ์ยาวนานอย่างพรรคภูมิใจไทย จะเดาสถานการณ์ไม่ออก และถ้าเดาไม่ออกจริง ๆ จากเหตุการณ์ในการลงมติในวาระที่ 2 ที่ ส.ว.ขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลกับอีก 38 มาตรา ทั้ง ๆ ที่ร่างนั้นได้ผ่านชั้นกรรมาธิการมาแล้ว ก็ควรจะตาสว่างรู้ตัวได้แล้วว่าพฤติกรรมของ ส.ว.ชุดนี้เป็นอย่างไร