ชำแหละ จม.อานนท์ จับจุดพิรุธ สร้างเรื่องลวงหวังปลุกปั่นยั่วคนออกชุมนุม?

1439

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ต้องตามติดกันต่อ กับกรณีบนเฟซบุ๊ก “อานนท์ นำภา” ซึ่งได้โพสต์ข้อความเผยแพร่จดหมายเขียนด้วยลายมือและลงชื่อผู้เขียนว่า “อานนท์ นำภา” เนื้อหาระบุ “ด่วนที่สุด ข้อความจากศาล 16 มี.ค. 64 ข้อความเป็นคำร้องที่เขียนต่อศาลเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะรีบเขียนจึงลงวันที่ผิด”

เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก กระทั่งต่อมา โพสต์ดังกล่าวมีการแก้ไขข้อความว่า “ด่วนที่สุด” ข้อความจากศาล 16 มี.ค. 64 (ข้อความเป็นคำร้องที่เขียนส่งต่อศาลเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะรีบเขียนจึงลงวันที่ผิด) ได้โปรดอย่าเถียงกันว่าเขียนในเรือนจำหรือไม่เนื่องจากวันนี้อานนท์มาศาลเพื่อสืบพยาน ไม่ได้เขียนในเรือนจำ

เนื้อความในจดหมายมีว่า…เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่เรือนจำพยายามนำตัวไผ่และไมค์ไปควบคุมนอกแดน พวกเราไม่ยอมเพราะเป็นเวลาวิกาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กลับออกไปจากห้องขัง แล้วกลับมามากกว่าเดิมพร้อมกระบอง เวลา 23.45 น. 00.15 น. และ 02.30 น. โดยสองครั้งหลังเจ้าหน้าที่มาพร้อมเจ้าหน้าที่อีกชุดสีน้ำเงินเข้มแต่ไม่ติดป้ายชื่อและแจ้งว่าจะพาทั้งหมดไปตรวจโควิด พวกเราไม่ยอม เพราะผิดวิสัยที่จะนำผู้ต้องหาออกนอกแดนในเวลาหลังเที่ยงคืน ภายใต้ข่าวลือว่าจะมีการส่งคนเข้าไปทำร้ายหมายเอาชีวิตพวกเราในเรือนจำ และเกรงจะเสียชีวิตในเรือนจำเหมือนหมอหยองและคนอื่น ๆ ผมไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเกรงอันตราย ได้โปรดช่วยชีวิตพวกเราด้วย ลงชื่ออานนท์

โดย นายกฤษฎาง นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็ออกมาระบุถึงกรณีนี้ด้วยว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ทนายอานนท์ได้เขียนเอาไว้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาในยามวิกาลและสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม ไม่ติดป้ายชื่อ โดยจดหมายฉบับดังกล่าว ทนายอานนท์ได้เขียนที่ศาลอาญา เมื่อเช้านี้ ซึ่งมีการนัดสืบพยาน และในช่วงบ่ายตนจะไปพบนายอานนท์ แต่เบื้องต้นได้คุยกับทนายที่ไปศาลอาญายืนยันว่าเป็นจดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายของนายอานนท์จริง

กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ศาลอาญา ได้กำหนดวันนัดไต่สวนตามเอกสารหนังสือคำร้องดังกล่าวในวันพุธที่ 17 มี.ค. 2564 นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมออกหมายเรียก นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาร่วมในนัดพิจารณาดังกล่าว และให้เบิกตัว นายอานนท์ นำภา จำเลยจากเรือนจำ มาศาลด้วย

เรื่องนี้กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะสื่อสารอะไรถึงม็อบสามนิ้ว เนื่องจากพบว่าวันนี้ (17 มี.ค. 2564) มีป้ายผุดขึ้นหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการนำป้ายไปติดตั้งตามสะพานลอยหน้ากรมทหารราบที่1 ซึ่งป้ายดังกล่าวมีข้อความระบุว่า “กี่ศพแล้วที่ต้องตายในคุก” รวมถึงมีป้ายหน้าศาลฎีกา ซึ่งมีข้อความระบุว่า “วันเฉลิม ชูชีพ สยาม สุรชัย กฤษณะ” และมีป้ายผุดขึ้นหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยข้อความระบุว่า “ศาลไทยไม่มีความยุติธรรม” นอกจากนี้ยังมีการนัดรวมตัวหน้าศาลอาญา รัชดา วันนี้ (17 มี.ค. 2564) เวลา 09.00 โดย นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบร์ท ชินวัตร

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการเขียนจดหมายดังกล่าวของนายอานนท์ เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขขอประกันตัวหรือไม่ อีกทั้งยังใช้กรณีดังกล่าวเพื่อเป็นการปลุกปั่น ยั่วยุให้ม็อบสามนิ้วใช้เคลื่อนไหวในขณะนี้ หลังจากที่ผ่านมามวลชนคนเข้าร่วมชุมนุมลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก มีแค่หลักร้อยเท่านั้น จึงใช้โอกาสนี้หรือไม่??

โดยทางด้าน นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ได้มีการโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีจดหมายของนายอานนท์ระบุว่า จดหมายดรามา ลวงโลก ใครหนอช่างเขียน ให้ทนายอานนท์เป็นคนลงชื่อ นอกจากลายมือจะไม่เหมือนเดิม ก่อนที่จะติดคุก ยังใช้ปากกาน้ำหมึกคนละสี เนื้อความจดหมายสีน้ำเงิน แต่ช่วงลงท้ายกลับไปใช้ปากกาสีดำ อยู่ในคุกปากกาเยอะจังเนาะ แล้วยิ่งกว่านั้นยังลงปี พ.ศ.2563 อีกต่างหาก เวรกรรม!

ทำไมน้อ จดหมายลวงโลก ปั่นกระแส หลอกเด็ก แบบลวก ๆ ง่าย ๆ แค่นี้ คนระดับดอกเตอร์ปิยบุตรและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยชื่อดังจึงดูกันไม่ออก จบ/สวัสดี #จดหมายลวงโลก #คณะก้าวหน้า #พรรคก้าวไกล #ราษฎร #อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ซึ่งนายบุญเกื้อยังได้อธิบายไปอีกว่า พอบุญเกื้อจับได้ว่าจดหมายลวงโลก อ.ชาญวิทย์ ก็รีบใช้โปรแกรมปรับสีจดหมายใหม่ทันที

และ อีกข้อความว่า พอถูกบุญเกื้อจับได้ว่าจดหมายปลอมเพราะใช้หมีกปากกาสีต่างกัน..ก็รีบไปใช้โปรแกรมปรับแต่งสีภาพเป็นขาวดำทันทีเลยเนาะ..ยิ่งชัดเลยแกเอ้ย นี่แหละนะ ความเท็จย่อมแพ้ความจริงเสมอ จำใส่หัวไว้ พวกนักปฏิวัติลวงโลกทั้งหลาย