“ดร.อานนท์” เคาะกะโหลก “ส.ส.โรม” กล้าแถว่าพรรคพวกบริสุทธิ์? ท้าดีเบตอีก ลั่นครั้งนี้พร้อมแฉความชั่วพวกบิดเบือนกฎหมาย

3219

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ เคยโพสต์ข้อความว่าจำเลยถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะถูกพิพากษาจนถึงที่สุด

โดยครั้งนี้นายรังสิมันต์ ได้โพสต์ข้อความชี้แจง และมีบางส่วนที่น่าสนใจระบุว่า

“Presumption of Innocence เป็นหลักการที่เล็งเห็นว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องร้องนั้น ยังอยู่ในกระบวนการของการพิสูจน์ว่าเป็นผู้ที่มีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา/ฟ้องร้องหรือไม่ ผ่านการพิจารณาของฝ่ายตุลาการ ซึ่งสุดท้ายอาจปรากฎว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดก็ได้ ดังนั้นเราจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลเหล่านั้นคือผู้บริสุทธิ์ และเมื่อสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ก็ย่อมไม่สามารถปฏิบัติต่อพวกเขาเยี่ยงผู้มีความผิดโดยการจองจำได้

แน่นอนว่าหลักการนี้มีการเขียนข้อยกเว้นไว้ ดังในรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสาม และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ข้อกฎหมายเหล่านี้ผมอ่านมันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักกิจกรรม เพราะความอยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ผมและเพื่อนๆ เจอมาโดยตลอด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีคำสั่งให้ฝากขังและไม่ให้ประกันตัวออกมา โดยไม่ได้สนใจถึงข้อเท็จจริงเลยว่าเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 112

อย่างเรื่องว่าผู้ต้องหา/จำเลยจะหลบหนี ตาม ป.วิฯ อาญา มาตรา 108/1 (1) จะเห็นเลยว่าในแต่ละคดีการชุมนุมที่ถูกฝากขังนั้น เวลามีหมายเรียก เวลามีนัดรายงานตัวเมื่อใด พวกเขาก็มาตามเรียกตามนัดตลอด อย่างกรณีล่าสุดของไผ่, ไมค์ และรุ้ง ยิ่งเห็นชัดว่าแสดงความจำนงอย่างแน่วแน่ที่จะเดินทางมารายงานตัว คนเหล่านี้ไม่มีพฤติการณ์ว่าจะหลบหนีแต่อย่างใดเลย

หรือเรื่องว่าผู้ต้องหา/จำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ตาม ป.วิฯ อาญา มาตรา 108/1 (3) ก็จะเห็นได้ว่าผู้ชุมนุมที่ถูกฝากขังนั้นต่างพยายามเน้นย้ำในแนวทางสันติวิธี แต่ละคนที่ไปร่วมชุมนุมไม่ได้มีเป้าประสงค์หรือพฤติกรรมในการสร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินกันจนเป็นอาจินต์ การชุมนุมหลายครั้งก็แสดงให้เห็นว่าหากไม่มีการใช้มาตรการอย่างเกินส่วนจากเจ้าหน้าที่หรือการยั่วยุจากบุคคลที่สาม ก็สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ดังนั้นหากผู้ต้องหา/จำเลยจะไปร่วมการชุมนุมอีก ก็ไม่อาจนับว่าเป็นการจะไปก่อเหตุอันตรายได้

หรือหากจะอ้างว่าการจัดการชุมนุมหรือปราศรัยในประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นคือการ “กระทำผิดซ้ำๆ” นั่นก็เท่ากับเป็นการสรุปไปแล้วว่าผู้ต้องหา/จำเลยมีความผิดโดยไม่รอกระบวนการพิจารณาคดีเสร็จสิ้น ทั้งที่การจัดการชุมนุมหรือปราศรัยนั้นอาจเป็นการแสดงออกโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายมาตรา 112 ย่อมสามารถกระทำซ้ำๆ ได้

ยิ่งถ้าเราย้อนไปดูคดีในอดีต ไม่ต้องไกลมากนัก อย่างคดี “หมิ่นสุนัขทรงเลี้ยง” ผู้ต้องหาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่เห็นแนวโน้มของการจะหลบหนีหรือก่ออันตรายอะไรเลย แต่ก็ถูกคุมขังนานถึง 85 วัน (ไม่นับการควบคุมตัวในค่ายทหารอีก 7 วัน) ซึ่งปรากฏว่าสุดท้ายศาลยกฟ้อง 85 วันที่เสียอิสรภาพไปเรียกคืนกลับมาไม่ได้

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความ

หรืออย่างคดีมาตรา 112 ของไผ่ จากการแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 แรกเริ่มศาลให้ประกันตัวด้วยซ้ำเพราะเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือก่อเหตุอันตรายใดๆ ตรงตาม ป.วิฯ อาญา มาตรา 108/1 ทุกประการ แต่ภายหลังก็เกิดการสร้างข้ออ้างอย่าง “เย้ยหยันอำนาจรัฐ” ที่ไม่ได้มีอยู่ในกฎหมายเลย มาเป็นเหตุให้คุมขังต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายเดือน จนต้องยอมรับสารภาพ ไม่ใช่เพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่เพราะไม่รู้ว่าถ้าฝืนสู้คดีต่อแล้วจะต้องถูกขังอีกนานเท่าไร

ตัวอย่างที่ว่ามานี้น่าจะทำให้เห็นแล้วว่าการไม่ให้ประกันตัวนั้นน่าจะทำให้เห็นแล้วว่าการไม่ให้ประกันตัวที่ผ่านมา ไม่ได้ยึดหลักการและข้อยกเว้นตามกฎหมาย จนส่งผลร้ายต่อผู้ต้องหา/จำเลยมากเพียงใด”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความ ถึงนายรังสิมันต์ ระบุว่า

“คุณโรม รังสิมันต์ ยังอ้างว่า พวกตนเองยังไม่ถูกศาลพิพากษา ถือว่าเป็นคนบริสุทธิ์ อยู่ต้องให้ประกันตัว presumption of innocence และสิทธิมนุษยชน
เมื่อวานเพนกวิ้น อาละวาด ละเมิดอำนาจศาล กร่างบริสุทธิ์ ขนาดนั้น อย่าฝันไปเลยว่าจะได้ประกันตัว
สมยศ ร้องไห้กลางศาล ตอนที่เพนกวิ้นอาละวาด ละเมิดอำนาจศาล คงสงสารตัวเอง เพราะรู้ว่าตนเองมาเรือลำเดียวกันจะซวยไปด้วยหรือไม่
คุณฉลองแต่งงานอย่างมีความสุข หรูหราหมาเห่า
ผมเห็นน้ำตาน้องรุ้งแล้วได้แต่สะท้อนทอดถอนใจ ด้วยความเมตตาและเวทนารุ้งอย่างยิ่ง
ผมร่างแถลงการณ์ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ให้ธรรมศาสตร์ไปอำนวยความสะดวกให้น้องรุ้งกับเพนกวิ้นได้เรียนหนังสือในคุกให้จบ ถึงจะติดคุกยาวๆ แค่ไหนก็ตาม


ผมไม่เข้าใจว่าการจบปริญญาตรีกฎหมายด้วยการยืมเงิน กยศ เรียน ไม่ได้ทำให้คุณสำนึกบุญคุณแผ่นดินเป็นนักกฎหมายที่ดี มีจิตสำนึกในหลักสุจริตและหลักวิญญูชนเลยหรือ
คุณบอกว่าพวกคุณบริสุทธิ์ อยู่ ยังไม่มีคำพิพากษา ไม่แน่ใจว่าคุณแยกระหว่างผู้สงสัยกับผู้ต้องหาออกจากกันได้ไหม
นี่ไม่ใช่คดีเชอรี่แอนดันแคน สมัยนี้กล้องมีเยอะ
พวกคุณเองชักใยเด็กเบื้องหลัง ให้เด็กกล่าววาจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยุยงให้เกิดความวุ่นวายปลุกปั่นในบ้านเมือง อาฆาตมาดร้ายและด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยที่คุณทำหลักฐาน digital footprint ไว้ครบถ้วนหมด โดยการออก Facebook live แทบจะตลอดเวลา เก่งการใช้สื่อดิจิทัล แต่ก็ลืมไปว่า digital footprint ที่เกิดนั้นคือหลักฐานมัดตัวว่าเป็นผู้กระทำความผิดทางอาญาชั้นดีเยี่ยม
พวกคุณมันเลวบริสุทธิ์ โง่บริสุทธิ์ และกร่างบริสุทธิ์ แต่ไม่มีเหตุอันต้องสงสัยได้เลยว่าพวกคุณคือผู้บริสุทธิ์
คดีตั๋วช้างคุณโรม รังสิมันต์ ก็กล่าวหาในหลวงและพระราชินี ใส่ร้ายป้ายสีพระองค์ท่าน ทำความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นกัน
ยิ่งคดีแอมมี่ เดอะบอททอม บลูส์ บุกรุกสถานที่ราชการในยามวิกาล เผาโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างคือพระบรมฉายาลักษณ์ และถ่ายวีดีโอคลิปนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นภัยความมั่นคงและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แอมมี่ The Bottom Blues โดน 112 เผยคลิปนาทีเผาพระบรมฉายาลักษณ์
คุณโรม รังสิมันต์ ทราบหรือไม่ว่า ตำรวจเก็บหลักฐานมีคลิปวีดีโอ ตั้งแต่แอมมี่ไปเอารถมารดาที่บ้านที่เมืองทองแล้วขับออกมา มีคลิปวีดีโอตอนแอมมี่เข้ามาในเขตรั้วคุก มีคลิปถ่ายแอมมี่ตอนที่ปีนนั่งร้านจะไปเผาพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วตกร่วงลงมาจนเจ็บ มีคลิปตอนแอมมีหิ้วถังน้ำมันไปสาดใส่พระบรมฉายาลักษณ์ คลิปแอมมี่ กำลังจุดไฟแช็ค เผา แล้วถอยออกมาถ่ายวีดีโอ ไปจนกระทั่งคลิปแอมมี่ขับรถกลับไปบ้านที่เมืองทองธานี คลิปวีดีโอที่แอมมี่เอากระดาษมาปิดบังป้ายทะเบียนรถที่จะขับหนีไปอยุธยา มีคลิปแอมมี่ ไปนอนโรงพยาบาลราชธานีที่อยุธยา
หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีถังน้ำมันและไฟแช็คที่แอมมี่ โง่บริสุทธิ์ ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ พร้อมลายนิ้วมือ
คดีโตโต้ ตำรวจก็มีพยานหลักฐานการหลบหนี การกระทำความผิดชัดเจน คลิปวีดีโอ ทั้งหลาย กล้องวีดีโอในที่สาธารณะ เขาไปหามาจนครบหมดแล้ว

ดร.อานนท์' ลั่น ไทยกำลังเข้าสู่ยุคอนาธิปไตย! สยามรัฐ
คุณยังจะแถบิดเบือนกฎหมาย สืบสายสันดานกะปิบูด อีกหรือ ว่านี่คือบริสุทธิ์ ให้ยกประโยชน์ให้จำเลย คุณยังจะบอกอีกหรือว่านี่คือสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ในการกระทำความผิดทางอาญา
พวกคุณมันเลวบริสุทธิ์ กร่างบริสุทธิ์ และโง่บริสุทธิ์ โดยแท้
ผมขอท้าอีกรอบ ให้คุณมาดีเบตกับผม ออกรายการโทรทัศน์ แล้วผมจะเอาคลิปและหลักฐานทั้งหมด ตลอดจนข้อกฎหมายมาแฉความชั่ว การแถและการบิดเบือนกฎหมายของคุณและของพวกคุณ ผมพร้อมเสมอ แม้ว่าผมจะไม่ได้จบปริญญานิติศาสตร์บัณฑิตแบบคุณที่เรียนแปดปี
ผมไม่ได้เป็นคนเก่ง แต่การโต้วาทีแบบนี้มันง่ายมาก เพราะผมยืนยันตามหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ด้วยหลักสุจริตและหลักวิญญูชน และยึดความสงบเรียบร้อยมั่นคงของชาติบ้านเมือง ตลอดจนต้องการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ
ถ้าฮันนีมูนจบแล้ว กรุณามารับคำท้าผมด้วย
ขอบคุณมาก นักแถผู้โง่เลวกร่างบริสุทธิ์ ”