มหาภัยพิบัติไฟป่าโหมสหรัฐ!?! ควันดำคลุมทั่วประเทศลามยุโรป ทำอเมริกันป่วยซ้ำโควิด

1076

ชาวอเมริกันทางชายฝั่งตะวันตก ทั้งแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน ต้องเผชิญไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตอย่างน้อย 35 รายแล้ว ควันปกคลุมท้องฟ้าทั่วประเทศลามไปถึงยุโรป ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และซ้ำเติมการระบาดโควิด-19 อย่างหนัก  ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ วิกฤติไฟป่าครั้งใหญ่ในสหรัฐฯมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warning) ปธน.ทรัมป์ผู้นำสหรัฐและไบเดนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเห็นไม่ตรงกันเรื่องสาเหตุแต่ไม่มีใครเสนอทางแก้ไข

แคลิฟอร์เนีย-โอริกอน-วอชิงตันติดธงแดง

สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติของสหรัฐ ประกาศ “เตือนธงแดง” ในหลายพื้นที่ของชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศ ขณะกระแสลมแรงยิ่งทำให้ไฟป่าที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักลุกลามต่อเนื่อง โดยกระแสลม ความเร็วลมที่จุดศูนย์กลาง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของรัฐออริกอน โดยไม่มีฝนตก

ภัยพิบัติไฟป่าสหรัฐเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่กินเวลายาวนาน ประชาชนในหลายมลรัฐทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน ต้องเผชิญกับมหันตภัยไฟป่าครั้งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมืองหลายเมืองถูกไฟป่าเผาวอดจนหมดทั้งเมือง ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไฟป่าใน 3 รัฐนี้มากกว่า 35 รายแล้ว (ในแคลิฟอร์เนีย ไม่ต่ำกว่า 25 รายในเดือนสิงหาคม และ เสียชีวิต 10 ราย สูญหาย 22 รายที่รัฐโอริกอน)

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มีสภาพแห้งแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี ทำให้ต้องประสบกับไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน (นับตั้งแต่ปีค.ศ.1945-ปัจจุบัน) หลังจากไฟป่าได้อุบัติขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากฟ้าผ่าเป็น 10,000 ครั้ง จากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ทำให้เมื่อผ่านมาไม่ถึงเดือน ได้เกิดไฟป่ากระจายกว่า 20 จุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งในจำนวนนี้ มีไฟป่า 3 จุด ติดอันดับท็อปไฟว์ -5 อันดับไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดตลอดกาลและเมื่อถึง 10 ก.ย.63 ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียแจ้งว่า ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่วอดไปแล้วกว่า 2.3 ล้านเอเคอร์ หรือราว 5.5 ล้านไร่

มลรัฐโอริกอน ประสบกับวิกฤติไฟป่าครั้งใหญ่เช่นกัน จนทำให้มีประชาชนกว่า 5 แสนคนต้องเร่งอพยพออกจากบ้านเรือนหนีไฟป่าที่กำลังลุกลามมาถึง  เคท บราวน์ ผู้ว่าการหญิงของรัฐโอเรกอน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2558 แถลงข่าวด้วยความวิตกกังวลเมื่อวันพฤหัสฯที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นว่า พวกเราไม่เคยเห็นสถานการณ์ไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้มาก่อนในรัฐโอเรกอน โดยไฟป่าได้ลุกลามเผาผลาญพื้นที่ป่าแล้วเกือบ 900,000 เอเคอร์ หรือ 2.27 ล้านไร่แล้ว ซึ่งมากกว่าพื้นที่ป่าโดยเฉลี่ยที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถึง 2 เท่า ทั้งที่ได้เกิดไฟป่าแค่สัปดาห์เดียว

วิกฤติไฟป่าเป็นผลจากภาวะโลกร้อน

ดร.พาร์ก วิลเลียมส์ นักภูมิอากาศวิทยาชีวภาพ ประจำ Lamont-Doherty Earth Observatory ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า ขณะที่ สภาพอากาศในแคลิฟอร์เนียเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่ามาโดยตลอด และสาเหตุของไฟป่ามีความเกี่ยวข้อง ทั้งจากฝีมือของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ป่าแท้จริงนั้น แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมีความเกี่ยวข้องมากขึ้นเป็นลำดับที่ทำให้เกิดไฟป่า จากอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น และสภาพการแห้งแล้งยาวนานขึ้น

ด้านนายเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมาโดยตลอด ได้กล่าวว่า เขาได้หมดความอดทนแล้วกับบรรดาผู้คนที่ปฏิเสธว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดหายนะขึ้นบนโลกใบนี้

ควันไฟปกคลุมทั่วสหรัฐ-ทำสุขภาพย่ำแย่ซ้ำโควิด

-ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระดับมลพิษที่ส่งผลต่อปอด หรือค่าพีเอ็ม 2.5 ได้พุ่งสูงกว่าในช่วงฤดูร้อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มและสีน้ำตาลหม่น ขณะที่ระดับมลพิษในรัฐโอเรกอนก็สูงสุดทุบสถิติ นักวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ ในแคลิฟอร์เนียระบุว่า คุณภาพอากาศตามจุดตรวจสอบคุณภาพอากาศกว่า 120 แห่ง พบว่าคุณภาพอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (12 ก.ย.) และวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ก.ย.) อยู่ในขั้นปานกลางและขึ้นไปถึงระดับอันตราย โดยในบางพื้นที่ในย่านชายฝั่งแปซิฟิกระดับมลพิษทางอากาศสูงกว่าระดับปกติติดต่อกันมานาน 6 วันแล้ว

-เมืองพอร์ตแลนด์ในรัฐโอเรกอนของสหรัฐติดอันดับเมืองใหญ่ซึ่งมีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในสัปดาห์นี้ตามรายงานการจัดคุณภาพอากาศของ IQAir.com

โรงพยาบาลในรัฐโอเรกอนซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าหนักที่สุด มีจำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเข้ารักษาอาการในห้องฉุกเฉินเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีสายด่วนโทรมาปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์ หลังได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคหอบ มะเร็งปอด และโรคหัวใจ ซึ่งมักจะมีอาการไอ จาม ระคายเคืองในลำคอ ปวดศีรษะ ร่วมกับหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ

-ที่เมืองซานฟรานซิสโก ระดับพีเอ็ม 2.5 พุ่งสูงขึ้นกว่าระดับมาตรฐานในแคลิฟอร์เนียถึง 3 เท่า ติดต่อกันมานาน 6 วันแล้วเช่นกัน โดยหน่วยงานสาธารณสุขต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น เนื่องจากจะยิ่งซ้ำเติมให้ประชาชนอ่อนแอลงและมีความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคโควิด-19 ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจอยู่แล้ว.

ควันมหาศาลลอยข้ามมหาสมุทรถึงยุโรป

บริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิกัสของศูนย์ยุโรปเพื่อการพยากรณ์สภาพอากาศระยะกลางเผยข้อมูลจากดาวเทียมว่า ไฟป่าที่กำลังโหมไหม้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ออริกอน และวอชิงตันของสหรัฐรุนแรงกว่าไฟป่าโดยเฉลี่ยที่ผ่านมาหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า ผลการติดตามการแพร่กระจายละอองควันไฟป่าพบว่าลอยไปทางตะวันออก โดยไปไกลถึงยุโรปเหนือที่อยู่ไกลออกไปถึง 8,000 กิโลเมตร และได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 30 ล้านตันตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม ขนาดและความรุนแรงของไฟป่าในสหรัฐขณะนี้ถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการเก็บข้อมูลในปี 2546

ทรัมป์-ไบเดน เห็นต่างแต่ไม่เสนอทางแก้

-ไบเดนวิจารณ์ทรัมป์ฯไม่สนใจปัญหาไฟป่า เหมือนกับที่ไม่สนใจเรื่องการระบาดโควิด-19 และกล่าวว่าภัยพิบัติในสหรัฐทั้งไฟป่า น้ำท่วม พายุเฮอริเคนเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาภาวะโลกร้อนทั้งสิน เมื่อผู้นำปฏิเสธความจริงข้อนี้ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้

-ปธน.ทรัมป์ฯเดินทางเยือนรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2563 เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนร่วมในการรับมือไฟป่า ที่เมืองซาคราเมนโต ตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย โดยปธน.เคยพูดว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องหลอกลวง ย้ำคำเดิมว่าสาเหตุที่ทำให้ไฟป่ารุนแรง เป็นเพราะการบริหารจัดการป่าที่ย่ำแย่ ไม่มีทั้งการเล็มป่าและการกำจัดพุ่มไม้

นางเคท บราวน์ ผู้ว่าการรัฐโอเรกอน กล่าวว่า รัฐของเธอกำลังเผชิญภาวะ ‘พายุเพลิงสมบูรณ์แบบ’ (perfect firestorm) “เราเห็นลมแรงจนน่าเหลือเชื่อ, เราเห็นอากาศหนาวสุดขีดกับร้อนสุดขั้ว และแน่นอน เรามีพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้งมานานถึง 30 ปี” “นี่เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในเวสต์ โคสต์ อย่างแท้จริง และนี่เป็นเหมือนนาฬิกาปลุกทุกคนว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างที่ทำได้ เพื่อรับมือปัญหานี้”

นักการเมืองโต้ความคิดเห็นกันไปในขณะที่ นักดับเพลิงกำลังพยายามควบคุมเหตุไฟป่าขนาดใหญ่ 29 จุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยพวกเขาเตือนเรื่องลมใต้กำลังแรง และพยากรณ์อากาศเรื่องความชื้นในอากาศต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อเหตุไฟป่าซับซ้อน ‘North Complex Fire’ ซึ่งเผาพื้นที่ไปกว่า 106,000 เฮกตาร์ และตอนนี้ควบคุมได้เพียง 26% เท่านั้น