ผบ.กองทัพสหรัฐฯผวากองทัพจีนโตเร็ว?!? ดันรัฐสภาเพิ่มงบฯกลาโหม3-7% มั่นใจอีก 6 ปีจีนบุกรวมไต้หวัน!

523

สหรัฐฯมีเป้าหมายในการรักษาอำนาจสูงสุดทางทหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก  ปัจจุบันได้สูญเสียความได้เปรียบทางทหารในเอเชีย-แปซิฟิกไป เนื่องจากจีนก้าวหน้าพัฒนากองทัพจนเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ขึ้น  ผู้บัญชาการกองทัพภาคพื้นอินโด – แปซิฟิกของสหรัฐฯ ไม่อาจนิ่งเฉย ประสานเสียงกับส.ส.และสมาชิกวุฒิสภาของพรรครีพับลิกัน ผลักดันร้องขอให้คณะบริหารรัฐบาลปธน.โจ ไบเดนและรัฐสภาเพิ่มงบฯกลาโหมให้มากขึ้น ทั้งมั่นใจว่าไม่เกิน 6 ปีจีนจะต้องรวมไต้หวันเป็นจีนเดียวอย่างแน่นอน

หัวหน้ากองบัญชาการอินโด – แปซิฟิกของสหรัฐฯกล่าวกับฝ่ายนิติบัญญัติ วุฒิสภาในสัปดาห์นี้ว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังสูญเสียความได้เปรียบเหนือกองทัพจีน  เนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนทุ่มงบประมาณพัฒนากองทัพต่อเนื่อง ทำให้ทั้งขนาดกำลังรบ สมรรถนะทางทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

พลเรือเอกฟิลิป เดวิดสันหัวหน้าฝ่ายบัญชาการกองทัพอินโด – แปซิฟิกให้การเป็นพยานต่อคณะกรรมการบริการติดอาวุธของวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ 9 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา ได้กล่าวเตือนถึง “ความไม่สมดุล” ทางทหารที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าทางทหารอย่างรวดเร็วของจีน

“ดุลยภาพทางทหารในอินโด – แปซิฟิกกำลังไม่เอื้ออำนวยต่อสหรัฐฯและพันธมิตรของเรามากขึ้น” เดวิดสันกล่าว “ด้วยความไม่สมดุลนี้เรากำลังสะสมความเสี่ยงที่อาจทำให้จีนกล้าเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้นำโลก  ก่อนที่กองกำลังของเราจะสามารถตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

จีนประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีก 6.8% ในปี 2565 โดยจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมจำนวน 208.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวสำคัญที่สหรัฐจับตาดู ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐฯ ไม่อาจมองข้าม

เดวิดสันกล่าวว่าภายในปี 2568 จีนจะสามารถติดตั้งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มได้ 3 ลำ และเป็นเรื่องน่าความกังวลเกี่ยวกับการคุกคามของจีนที่มีต่อไต้หวันเขากล่าวเสริมว่า “กังวลว่าจีนจะบุกไต้หวันภายในหกปีข้างหน้าอย่างแน่นอน”

จีนได้ประณามการคัดค้านของนานาชาติที่สนับสนุนไต้หวันต่อต้านจีนและถือว่า การรักษาเกาะไต้หวันนี้ซึ่งเป็นดินแดนของจีน  ภายใต้ “หลักการจีนเดียวสองระบบ” ซึ่งเป็นที่รับรู้และสหประชาชาติยอมรับมาโดยตลอด แต่ไต้หวันมองว่า ไต้หวันเป็นอิสระจากจีนแผ่นดินใหญ่ และกร้าวยิ่งขึ้นเมื่อสหรัฐหนุนหลังอย่างเปิดเผย

เดวิดสันมองว่า เป็นการใช้ประโยชน์จากความต้องการของไต้หวัน เพื่อขยายความเป็นภัยคุกคามทางทหารของจีนเพิ่มขึ้น   

สถานการณ์เช่นนี้แสดงถึงว่า คณะบริหารสหรัฐฯกำลังมองหาข้อแก้ตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมในการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ ในการขยายอำนาจทางทหารและการแทรกแซงกิจการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

เรื่องนี้จ้าว หลี่เจียน (Zhao Lijian) โฆษกรัฐบาลจีน กล่าวตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของเดวิดสัน เมื่อวันพุธที่ 10 มี.ค.2564 “สหรัฐฯควรละทิ้งความคิดที่จะเป็นแกนนำและศูนย์รวมของสงครามเย็น ให้มองการพัฒนาประเทศของจีนและการพัฒนาการป้องกันประเทศอย่างเป็นกลางและมีเหตุผล”

แต่เดวิดสันชี้ให้เห็นถึงความกังวลในยุคสงครามเย็น และเตือนว่าจีนกำลังสร้างคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตนอย่างรวดเร็ว โดยบอกกับฝ่ายนิติบัญญัติว่าหากจีนยังคงไม่ได้รับการตรวจสอบการพัฒนานิวเคลียร์ต่อไป กองทัพจีนจะสามารถแซงหน้ากองทัพสหรัฐได้ภายในปี 2030/หรือพ.ศ.2573 แน่นอน

“ถ้ากองทัพจีนมีคลังอาวุธนิวเคลียร์เป็นสามเท่าหรือสี่เท่า อาจมีการปะทะกับสหรัฐก่อนสิ้นทศวรรษนี้ถูกต้องหรือไม่?” 

เดวิดสันไม่ได้ระบุว่าจีนหรือสหรัฐฯมีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนเท่าใดในปัจจุบัน แต่ข้อมูลจาก  สมาคมควบคุมอาวุธระบุว่าสหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ 5,800 หัวในเดือนสิงหาคม 2563 แม้ว่าจะมีเพียง3,800หัวรบ ในขณะที่จีนมีหัวรบ 320 หัว

ภายใต้สนธิสัญญาเริ่มต้นใหม่ที่สหรัฐฯได้ทำกับรัสเซีย สหรัฐฯได้รับอนุญาตให้ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ 1,550 หัวรบกับเครื่องยิงทางยุทธศาสตร์ 800 ครั้งต่อครั้งซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังคงเกินขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของจีนอยู่ดี

เดวิสันกล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อการรุกรานที่เพิ่มขึ้นของจีนในทะเลจีนใต้รวมถึงการพัฒนาเกาะเทียมในน่านน้ำพิพาท  สหรัฐฯได้เพิ่มสถานะทางเรือและประกาศ  เสรีภาพในการเดินเรือ  (FONOP:กฎ Fredom of nevigations’) เพื่อให้น่านน้ำสากลเปิดกว้าง

ฝ่ายนิติบัญญัติได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนแห่งสหรัฐฯ  เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯขึ้น3-5% เพื่อทันกับความต้องการแซงหน้ากองทัพจีน

สภาคองเกรสสหรัฐฯอนุมัติงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมจำนวน 694.6 พันล้านดอลลาร์สำหรับปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมากกว่างบประมาณที่จีนตั้งไว้สำหรับการใช้จ่ายทางทหารในปีหน้ามากกว่าสามเท่า เมื่อจีนเพิ่มงบประมาณทางทหาร  สส.และวุฒิสมาชิกสังกัด GOP(The Republican Party, “Grand Old Party”) เรียกร้องให้ปธน.ไบเดนทำเช่นเดียวกัน 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จีนได้จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมปี 2022/2565  จำนวน 208.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.8% จากปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงของจีนกล่าวว่า จีนจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนกองทัพปลดแอกประชาชนและพัฒนาความพยายามในการป้องกันทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในปีงบประมาณหน้าของจีน

หลี่เค่อเฉียง กล่าวว่า”เราจะเพิ่มการฝึกและความพร้อมทางทหารทั่วทั้งคณะจัดทำแผนโดยรวมสำหรับตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในทุกพื้นที่และทุกสถานการณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยความมั่นคงและผลประโยชน์การพัฒนาของประเทศของเรา” 

ในด้านนักการเมืองสหรัฐสังกัดพรรครีพับลิกันในคณะกรรมการบริหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ได้เขียนจดหมายถึงปธน.ไบเดน เพื่อขอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในปีหน้าอีก 3-5% เป็นจดหมายจากส.ส.และวุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันจำนวน 8 คน นำโดยส.ส. Mike Rogers เป็นต้น 

“พรรคคอมมิวนิสต์จีนเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันมากกว่า 75 %ในทศวรรษที่ผ่านมา” จดหมายฉบับนี้ยังคงดำเนินต่อไป กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากเราไม่ทำอะไรเลยในทศวรรษหน้าจีนจะปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยเต็มที่เกินกว่าที่เราจะไล่ตามทัน”

ล่าสุดนี้ทำเนียบขาวยังไม่แสดงท่าทีอย่างไรในการเรียกร้องของ รัฐสภาและเพนตากอน