รวบแล้ว!! หนุ่มชาติพันธุ์ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ “ในหลวง” หน้าศาลอาญา

7912

หลังจากที่กลุ่ม REDEM ได้ปลุุกระดมคนออกมาชุมนุม ในวันที่ 6 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงแนวทางเดิมคือไม่มีแกนนำ ไม่มีการสั่งการ ไม่มีการปราศรัย

โดยตั้งแต่เวลาประมาณ 17.50 น. มวลชนได้ตั้งขบวนประมาณ 400-500 คน เดินเท้าจากบริเวณห้าแยกลาดพร้าวใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไปตามถนนพหลโยธิน จนถึงแยกรัชโยธิน เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก และได้มีการจุดไฟเผารูปหน้าศาลอาญาด้วย โดยรูปดังกล่าวนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

ต่อมาทางด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.แถลงกรณีเผาสิ่งของและพระบรมฉายาลักษณ์มาเผาหน้าศาลอาญาจะมีการดำเนินคดีข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ละเมิดอำนาจศาล รวมถึงบางส่วนอาจมีม.112 ด้วย ส่วน 27 คนที่เข้ามอบตัวในคืนวันเสาร์ (6 มี.ค.) และคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มอบตัวหากตรวจสอบพบว่ามีการหลบหนีจะมีการดำเนินคดีข้อหาหลบหนี ทั้งนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้แบ่งการดำเนินคดีเป็น 6 กลุ่ม โดยในกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มผู้ที่ทุบทำลายแนวรั้วของทางราชการของศาลอาญา​ ถนนรัชดาภิเษก ในกรณีม็อบ 6 มีนา มีการเผาสิ่งของต่าง ๆ และพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย

ล่าสุดได้มีการเปิดเผยหมายจับของสภ.แม่โจ้ ระบุชื่อผู้ต้องหาที่เผารูปหน้าศาลอาญา คือ “นายพรชัย วิมลศุภวงศ์” ซึ่งต่อมาปรากฏภาพกล้องวงจรปิดในคอนโดแห่งหนึ่งย่านรัตนาธิเบศร์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด นอกจากนี้มีคลิปวีดีโอบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

อย่างไรก็ตามพบเบาะแสด้วยว่า “นายพรชัย วิมลศุภวงศ์” หนุ่มที่เผารูปหน้าศาลอาญา เป็นบุคคลคนเดียวกันกับ ที่พ่นสีรั้วหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ด้วย ในส่วนความผิดที่เผาพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 หน้าศาลอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความผิดในหมายจับระบุด้วยว่า “ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นและติชมโดยสุจริต

เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร”

กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า นายพรชัย วิมลศุภวงศ์ ได้กระทำความผิด อันมีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี และมีอันควรว่า จะหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยาน จึงเห็นควรว่าต้องจับตัว”นายพรชัย วิมลศุภวงศ์”