กัดกันแย่งข้าว!! ชำแหละชัด “3 นิ้วแบ่งก๊วน” แตกยับ ชิงบทบาท “ผู้ควบคุมการเงิน” จำนวนมหาศาล หลังม็อบแตกกระเจิง?

1154

หลังจากที่การเคลื่อนไหวของฝั่ง 3 นิ้ว มีศิลปินผู้พ่นกราฟฟิตี้ “นาฬิกาหรูประวิตร” และ “เสือดำ” คดีนายเปรมชัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก Headache Stencil แฉแม่ยกม็อบ ชี้เป้าจับ”แอมมี่” และยังลากไส้นักต้มตุ๋นที่อยู่ข้างตัวแกนนำ สั่งเด็กก่อความรุนแรง จนทำให้โดนจับติดคุกนั้น

“มือพ่นกราฟฟิตี้”(นายแป้ง)

(แอมมี่)

สำหรับเรื่องนี้ต้องไล่เรียงว่า “มือพ่นกราฟฟิตี้” นายสมรนนท์ แย้มอุทัย เป็นบุตรชาย นายมานพ แย้มอุทัย อดีตอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีชื่อในวงการว่า “แป้ง” โดยนายแป้งออกมาโพสต์ถึงเรื่องเบื้องหลังการจับตัว “แอมมี่” เนื่องจากมีคนคิดว่า เขาเป็นหนอนบ่อนไส้ ชี้เป้าให้ตำรวจมาจับเพื่อน หลังทราบข่าวการเผาหน้าเรือนจำคลองเปรม แต่เขาเล่าว่า “แอมมี่” โทรมาขอความช่วยเหลือ แต่ตนเองไม่ได้รับสาย เพราะคิดว่าเพื่อนแค่โทรมาชวนไปกินเหล้า

(นนท์ ปราบจะบก)

แต่พอได้โทรกลับไป “แอมมี่” เล่าว่า ตอนนี้กำลังไม่ไว้ใจคนหนึ่ง และคนนี้ เข้ามามีบทบาทในม็อบมากขึ้น คนนี้ที่ว่าก็คือ “นนท์ ปราบจะบก” เคยถูกจับคดีต้มตุ๋นมาก่อน แถมคดีนั้นเจ้าของคดีก็เป็นคนนามสกุลเดียวกับ นายตำรวจใหญ่

ต่อมานายแป้ง เล่าว่า คนนี้ ๆ (นนท์) ได้ออกคำสั่งให้เด็ก (ก๊วน 3 นิ้ว) ไปกระทำการก่อความรุนแรง จนเด็กที่ไปทำการถูกติดคุกไปแต่ตัวเองยังลอยนวลสบายใจเฉิบ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมยังเลือดเย็นสั่งคนให้เอาตัวเพื่อนกู (แอมมี่) มาให้ได้อีก

มีแกนนำในม็อบคนหนึ่ง ลากนนท์เข้ามาให้ได้ใกล้ชิดกับกองเงินบริจาคในม็อบ และแกนนำคนนี้ได้เอ่ยปากขอโทษ (นายแป้ง) ในเรื่องที่เข้าใจผิดว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ มีการสั่งจับตัวแอมมี่ โดยแกนนำคนนี้ยังบอกว่า ตอนแรกคิดถึงแต่เรื่อง “กลัวจะเสียขบวน” จนลืมคิดถึงความเป็นพี่น้อง และไม่ได้คิดว่าแอมมี่ทำไปเพราะอะไร

แกนนำคนนี้ก็สารภาพต่อว่า “พอรู้ว่าป๊าทำไปเพราะอะไร พี่ก็จุก…” จน (นายแป้ง) ยอมใจอ่อน และเลิกสนใจเรื่องการจับ “แอมมี่” และนายเแป้งได้บอกว่า แต่สิ่งที่ผมยืนยันคือเรื่องของไอ้นักต้มตุ๋น (นนท์) ที่ต้องรับผิดชอบต่อกรณีสั่งการให้เด็กสามคนไปยกระดับโง่ ๆ จนติดคุกเพราะคำสั่งชุ่ย ๆ ของไอ้นักต้มตุ๋นคนนี้ โดยทางแกนนำที่คุยกับผม ก็บอกว่าจะให้คน ๆ นี้ ออกไปจากขบวน ซึ่งผมย้ำแล้วว่าต้องให้มันรับผิดชอบต่อกรณีนั้นด้วย

นายแป้งบอกว่า ผมคงทำได้แค่อธิบายในส่วนของผมแค่นี้ สิ่งที่ทุเรศที่สุดคือการยัดว่าผมเป็นคนให้เบาะแสกับตำรวจ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั่นแหละ ที่จะเอาเพื่อนกูยัดคุกเพื่อให้ขบวนการรอดไปหาเงินใช้ต่อ ผมเสียความรู้สึกมากเกินกว่าจะรับได้จริง ๆ ครับ

และนายแป้ง ยังไม่จบแค่นั้น ยังโพสต์ข้อความอีกหลายข้อความตามมา เช่น “จะตอแหลอะไร ก็เกรงใจผู้ใหญ่ที่มึงให้ประสานมาเจรจากับกูบ้าง เค้าไม่ช่วยมึงโกหกหรอกนะ”

กฎข้อที่ 1. ห้ามถามเรื่องเงินบริจาค

กฏข้อที่ 2. ถ้ายังดื้อถาม จะส่งทัวร์ไปลง

“ขอโทษนะครับ ใครมาหาว่าทะเลาะเรื่องเงินนี่ไม่ใช่ ผมไม่เคยแตะเงินบริจาคสักบาทครับ ทุกครั้งที่แอมมี่มาให้ช่วยทำอะไร จะกี่พันกี่หมื่นผมก็ไม่เคยได้นะครับ ทำให้ฟรีครับเงินทุกบาทที่เอามาซื้อสีพ่นมาจากการขายเสื้อขายงานของผมเองนะครับ อย่าเอาความภาคภูมิใจของผมไปปนกับการอมเงินกองกลางครับ อนาถฮะ”

ทิ้งท้าย นายแป้งบอกว่า เรื่องนี้ไม่อยากให้คนนอกมองว่า มาทะเลาะ มาแฉกันเพราะเงิน “คำว่ากัดกันเอง มีไว้ใช้ในกรณีที่ทะเลาะกันนะครับ อันนี้ผมขอเรียกว่า “เอาข้อมูลมาให้พิจารณาความสมควร” ผมไม่ใช่คนดีครับ เคยติดเงินชาวบ้านชาวช่องเพราะการพนันมาไม่ใช่น้อย ผมมักจะถูกเพื่อน ๆ ด่าเรื่องเครดิตการเงินอยู่เสมอ ผมถึงแปลกใจว่าทำไมถึงให้คนที่โดนคดีต้มตุ๋นแบบนี้มาอยู่ข้าง ๆ กองเงินได้ง่ายดายนัก แล้วทำไมคน ๆ นี้ ถึงมีอำนาจสั่งงานเด็ก ๆ ได้ล่ะ? ผมว่าก็แค่ทำให้เรื่องนี้มันโปร่งใสเองครับ ไม่น่าใช้วิธีเปลี่ยนเรื่องที่คุยกันขนาดนั้นเลยครับ จากดำไปเป็นขาวมันเกินไปครับ อย่าให้ผมต้องเมนชั่นผู้ใหญ่ที่คุณให้มาเจรจากับผมเลยนะครับ คุณจะไม่เหลือที่ยืนเปล่า ๆ”

ขณะที่เรื่องนี้ทางด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pimsiri Mook Petchnamrob” ของ น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน เรียกสั้น ๆ ว่า (สาวเอ็นจีโอ) ออกมาแฉต่อ ว่านายแป้ง เป็นนักแต่งเรื่อง โดยระบุข้อความดังนี้ “ตามสไตล์นักแต่งเรื่องนัมเบอร์วัน คราวก่อนก็เรื่อง ต้า วันเฉลิม (สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่หายตัวไปในประเทศกัมพูชา) งงอย่างเดียวที่ยังมีคนเชื่อนี่แหละ ขบวนการประชาธิปไตยไอคิวต่ำกว่าไอโอ ชาติหน้าคงชนะแหละมั้ง” ต่อมายังได้แชร์ข้อความที่นายแป้งระบุว่า ไม่ได้ทะเลาะเรื่องเงิน ระบุว่า “ยิ่งโพสต์เหมือนยิ่งถีบแอมมี่เข้าคุก เพื่อนอิหยังวะ ฉลาดจัดระดับไอโอยังอาย”

“ทวงความโปร่งใสเก่งยิ่งกว่าศรีสุวรรณ จรรยา ปรากฏว่า ตัวเองประวัติยืมเงินแล้วไม่คืนยาวถึงดาวอังคาร ใครอยากได้คืนต้องไปทวงจากพ่อ เคยขโมยแล็ปท็อปออฟฟิศไปขายก็มี ยืมกล้องเพื่อนร่วมงานแล้วหายไปเลย พอเจ้าของทวงแทนที่จะได้ของ ได้ตั๋วจำนำให้เจ้าของไปไถ่เอาเอง จีบสาวไม่ติดก็แอบเข้ามาเขียนห้องน้ำคณะใส่ความเค้าว่าได้กันแล้ว แต่งเรื่องจนเป็นนิสัย ขบวนการประชาธิปไตยจะฟังคนแบบนี้จริงเหรอวะ ถ้าฟังก็คือโง่ยิ่งกว่าฟังไอโอที่มาเสี้ยมอีก บอกเลย”

ล่าสุด บุ๊ง ปกรณ์ ท่อน้ำเลี้ยงคนสำคัญในม็อบราษฎร ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงนายแป้ง ระบุว่า จะว่าไปก็อยากพูดเรื่องแอมมี่แบบเป็นทางการบ้างจัง พูดเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แต่งนิยายป้ายสีคนอื่นเพื่อกลบสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไป
แต่ปรึกษาหลาย ๆ คนแล้ว หลาย ๆ คนท้วงว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

ก็ปล่อยให้ไอ้ตัวต้นเรื่อง (แป้ง) มันกังวลอยู่ในโลกมโนของมันต่อไป
ให้มันยังพอมีเวลาสนุกกับการพ่นสีแล้วอัพภาพเรียกยอดไลค์ แล้วก็โทรแจ้ง ตร.ให้มาลบภาพของตัวเอง แล้วก็เดินออกไปถ่ายคลิปปั่นกระแสปั่นราคางานของตัวเองต่อไป
แต่มึงจงรู้ไว้ สิ่งที่มึงได้ทำกับแอมมี่กับทรายเจริญปุระ
กูจดใส่บัญชีหนังหมาเอาไว้แล้ว

 

ส่วนเรื่องที่มีคนไปปล่อยข่าวว่า กองทุนไม่มีเงินประกันตัวแอมมี่ จนแม่แอมมี่ต้องไปวิ่งหาเงินประกันเอง
คนปล่อยข่าวอันนี้คือโคตรสารเลวเลยนะ

แม่แอมมี่นี่คือรวยสัส ๆ เค้าไม่อยากรบกวนเงินกองทุนประกันตัว เพราะมีคนโดนข้อหาเยอะ
เค้าเลยจะใช้เงินตัวเองประกัน

แล้วกูกับแม่แอมมี่ก็รู้จักกัน ตั้งแต่เกิดเรื่องเราโทรคุยโทรประสานงานกันตลอด
คนระยำที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา กูคงไม่ทำอะไรมันหรอก
ให้มันอยู่กับความอิจฉาในตัวกูทุกวัน ๆ แค่นี้ก็ทรมานใจมันสัส ๆ แล้ว

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ คนที่รู้ดีที่สุด ก็คือ “แอมมี่” ว่าระหว่าง “นายแป้ง” – “บุ๊ง-ทราย” ใครคือคนที่หักหลังเพื่อน ส่วน “นนท์” นักต้มตุ๋นที่เข้ามามีบทบาทในม็อบ และใกล้ชิดเงินกองกลาง ต้องตามดูกันต่อไปว่า แกนนำคนไหน เป็นคนชักจูงเข้ามา และทำให้ถึงยอมให้มีอำนาจมากมาย ถึงขนาดบงการให้แอมมี่ไปเผารูปหน้าศาล จนต้องเข้าคุก แถมวันนี้แอมมี่หนีตำรวจ ยังใช้ความไว้ใจของเพื่อน คาดคั้นว่าจะเอาตัวมาส่งตำรวจให้ได้ เพื่อตัดเนื้อร้ายที่ทำผิดให้ม็อบส่อแววล่ม ออกไปจากขบวน เพราะอย่างน้อย ยอมเสียคน ๆ นึงออกไป แลกกับเงินบริจาคที่จะไหลมาเทมาอย่างต่อเนื่อง

นายแป้ง คือ คนที่ออกมาตีแผ่เรื่องหักหลังในม็อบ คนแรก
ตามมาด้วย สาวเอ็นจีโอ ที่บอกว่า นายแป้ง แต่งเรื่อง เพราะแท้จริงก็อยากจะเข้ามามีบทบาทในเงินกองกลางเช่นกัน
ส่วนบุ๊ง ทราย ก็ย้ำชัดว่า ตนเองรักและห่วงแอมมี่ คอยประสานงานช่วย แต่ไม่ได้มาใช้เงินกองกลางไปประกันตัว
คนที่รู้ดีที่สุด ทั้งเรื่องเงิน และการหักหลัง คงหนีไม่พ้น “แอมมี่”

เรื่องราวอลเวงในม็อบ 3 นิ้วที่เกิดขึ้นตอนนี้ เลยจุดการทะเลาะกันเอง เลยจุดการออกมาแฉรายวันไปแล้ว แต่ที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ “เงินกองกลาง” ในม็อบ ที่ท่อน้ำเลี้ยงไม่เคยชี้แจงได้สักครั้ง แท้จริงมีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่ ถึงทำให้ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามากุมอำนาจ ดังคำที่มีคนกล่าวว่า เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ