แนวร่วมมธ.ยังโพสต์สร้างภาพสันติ หลังหลุดข่าวจ่อปาระเบิดขวด! ขณะโตโต้ดิ้นทิ้งม็อบ พลิกลิ้นร่วมชุมนุม 6 มี.ค.

1234

จากที่วานนี้ (5 มี.ค. 2564) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกลุ่มม็อบนัดชุมหลายสถานที่ว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์ตลอด

เท่าที่ทราบคือที่หน้าศาล ศูนย์ราชการ กรมทหารราบที่ 11 ตรงนั้นเป็นเขตพระราชฐานต้องทำความเข้าใจ ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามที่จะมีการยกระดับการใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เรายังยึดหลักไม่ทำอะไรเกินกรอบ แต่ต้องเตรียมการให้มากกว่าเดิม ความสูญเสีย บาดเจ็บพยายามจำกัดให้น้อยลงให้ได้

“อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้สติคิดให้ดี คนบางคนมาชักชวนท่านให้เตรียมอุปกรณ์ เตรียมโล่ เตรียมเหล็ก ต้องคิดให้ดี ทำอย่างนั้นมันไม่ได้อะไรกับประเทศชาติ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม แน่ใจเหรอว่าทำอย่างนั้นจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่ม REDEM ที่หน้าศาลอาญา ทางตำรวจนครบาลได้มีการพูดคุยประสานกับทางสำนักงานศาลยุติธรรมอยู่ตลอด การชุมนุมมันผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้วถ้ามีการชุมนุมแบบนั้น ไม่อยากเห็นภาพรุนแรงหรือปะทะกันโดยไม่จำเป็น” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวรายงานว่า กลุ่มเยาวชนปลดแอกในนามกลุ่ม Redem (รีเดม) จะเดินเท้าไปที่ห้าแยกลาดพร้าวเพื่อไปยังศาลอาญารัชดาฯ โดยมีบุคคล 2 รายเตรียมใช้ระเบิดขวดในการชุมนุมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้เองมีการแชร์วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต่อมาทางด้านนายเกียรติชัย ตั้งพรพรรณ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่า ไม่ต้องการปะทะหรือใช้ความรุนแรง ขอให้หยุดเชื่อมโยงประเด็นจากที่ตนแชร์วิธีการทำระเบิดขวดเท่านั้น ว่า “ผมขอยืนยันก่อนว่า ผมกับเพื่อนไม่ได้จะปา Molotov(ระเบิดขวด) ใส่ตำรวจ ผมแค่แชร์ เพราะเอาจริงๆ คือ ผมเคยเห็นในหนังและในเกม ผมบอกเสมอว่า เราต้องการสันติวิธี ไม่ต้องการปะทะ หรือใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด หยุดเชื่อมโยงแค่เพียงเพราะผมแชร์โพสต์ วิธีทำระเบิดขวด #ทีมสันติวิธี #ผมไม่เคยต้องการความรุนแรง”

ด้านนายธนาธร วิทยเบญจางค์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกรายในกระแสข่าว ได้โพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธเช่นกันว่า “ผมต้องขอชี้แจงว่าข่าวตามที่สื่อต่าง ๆ ได้มีการเผยแพร่ออกมาว่าผมนั้นเป็นคนที่ต้องการสร้างให้เกิดการปะทะนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะผมเชื่อว่าในสังคมนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือผู้ที่ทำตามหน้าที่ที่นายสั่งมาก็ไม่ควรมีใครต้องบาดเจ็บหรือตายเกิดขึ้น ผมขอถามไปยังกลุ่มคนที่สร้างข้อมูลที่คิดเองเออเองว่าผมจะสร้างความรุนแรงในสังคมนะครับ ว่าระหว่างรัฐบาลที่กระทำความรุนแรงใส่ประชาชนที่ต่อสู้ด้วยวิธีการอันสันติ กับแค่คนที่เพียงแค่แชร์โพสนั้น ใครกันแน่ครับที่ต้องการยุยงให้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมไทย ปล. อ๋อ ละก็ทีมข่าวที่เผยแพร่ข่าวถึงผมโดยที่มีการตีความผมไปเป็นคนหัวรุนแรงหรืออะไรอื่น ๆ ขอถามนะครับหน้าที่ของนักข่าวคือการส่งต่อความจริงหรือยุยงให้เกิดความเกลียดชังในสังคมครับ”

ในขณะเดียวกันทางด้าน นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” หัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “สวัสดีประชาชน พี่น้องครับ พรุ่งนี้ (6มี.ค.)มีงานใหญ่ ที่ผมทราบข่าวพร้อม ๆ กับพี่น้อง คือ การนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าวในเวลา 17:00 น. ก่อนจะเดินขบวนไป หน้าศาลอาญา รัชดา ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร”

“ผมคงต้องแจ้งพี่น้องประชาชนว่าผมจะไม่ได้ไปร่วมกับพี่น้องประชาชนเดินขบวนเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากผมมีงานที่ต้องทำติดค้างอยู่ให้สำเร็จ ดังนั้นผมขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คน ที่ได้ร่วมกันแสดงพลังในครั้งนี้ เราต้องเป็นกำลังให้กันและกันไม่ว่าจะในสถานะใดจนกว่าจะถึงชัยชนะ” จากประเด็นที่ นายปิยรัฐ หรือ โตโต้ออกมาประกาศไม่ร่วมชุมนุมในครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าตัวได้ส่งการ์ดหัวรุนแรงเข้าไปเข้าไปแฝงตัวในมวลชนที่มาร่วมชุมนุมแล้วหรือไม่?

ล่าสุด นายปิยรัฐ ได้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ว่า “ที่ผมบอกผมติดธุระ เพราะผมกำลังตามหาขยะชิ้นใหญ่ ๆ ไปร่วมกิจกรรมอยู่ ก็เขาบอกว่า ต้องเตรียมขยะไปด้วย ผมก็เลยไม่ได้ไปเดินด้วยเพราะแบกขยะไปเดินด้วยไม่ไหว ขยะผมชิ้นใหญ่ ขอเวลาไปหาขยะแถวเขตพระราชฐาน สักครู่”