3แกนนำปลุก3กีบ มามุกเดียวกับทักษิณ มีแต่ม็อบเท่านั้นเอาออกจากคุก(กลับบ้านได้)

1027

จากที่วันนี้ม็อบนัดชุมนุมกันหลายจุด ก็ปรากกฏมีเสียงจากในคุกโดย3แกนนำ ที่ต้องบอกส่งสัญญาณมาให้คนข้างนอกนั่นคือม็อบคือสิ่งเดียวที่จะช่วยพวกเขาออกมาได้ เรื่องนี้คลับคล้ายคลับคลากับกรณีคนแดนไกล ที่ขยันวีโอลิงค์มายังเวทีคนเสื้อแดงช่วงนั้น ว่ามีเพียงเสื้อแดงเท่านั้นจะพากลับบ้านได้?!?

โดยวันนี้ 6 มีนาคม 2564 เฟซบุ๊กเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้โพสต์ข้อความของนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ “หรือเพนกวิน” และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ที่ปัจจุบันถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยมีเนื้อหาบางช่วงที่สำคัญดังนี้…

 

ถึง พี่น้อง เพื่อนร่วมอุดมการณ์ นับแต่วันที่พวกเราถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำมาจนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 25 วันแล้ว ถ้าจะว่าไปแล้ววันเวลาที่ถูกคุมขังอยู่นี้นับเป็นเวลาน้อยนิดเมื่อเทียบกับวันเวลาที่ประชาชนไทยต้องทุกข์ทนอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการศักดินา

“เราทราบข่าวว่าเพื่อนพี่น้องข้างนอกกำลังต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้เผด็จการปลดปล่อยพวกเราจากการคุมขัง พวกเรายินดีที่ได้ทราบข่าวนี้ เพราะอิสรภาพเป็นของมีค่าสำหรับพวกเรา แต่พวกเราก็เห็นว่าอิสรภาพ เสรีภาพ เสมอภาค ของพี่น้องคนไทยที่เรากำลังต่อสู้อยู่มีค่ามากกว่า พวกเรายินดีและดีใจอย่างที่สุดที่รู้ข่าวว่าเพื่อนพี่น้องข้างนอกยังคงต่อสู้เรียกร้องตามข้อเรียกร้องทั้งสามประการที่พวกเราทั้งหลายยืนหยัด ยึดมั่น เรียกร้อง

เราขอแถลงความในใจที่พวกเราซึ่งอยู่ข้างในนี้ ต่อเพื่อนพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย

“ขอเราทั้งหลายยึดมั่นในการต่อสู้โดยสันติวิธี เพราะการต่อสู้โดยสันติวิธีนั้นเป็นหนทางเดียวแห่งชัยชนะของพวกเรา จงเคลื่อนไหวต่อสู้โดยสันติวิธีดังที่พวกเราได้ตกลงใจร่วมกันนับแต่วันแรกที่เราได้ออกมายืนต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ และเราได้ยึดถือมาโดยตลอด ซึ่งหากเราละทิ้งแนวทางสันติวิธี ละทิ้งแนวทางการต่อสู้โดยสงบ สุจริต และปราศจากอาวุธแล้ว เราก็ไม่แตกต่างจากพวกโจรเผด็จการที่เรากำลังต่อสู้อยู่ ขอเราทั้งหลายจงถือธงแห่งสันติวิธีนำการต่อสู้จนได้ชัยชนะ นี่คือข้อเรียกร้องจากใจของพวกเราที่อยู่ข้างในนี้

พวกเราที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในเรือนจำไม่เคยเสียใจ และไม่เคยท้อถอย พวกเราหวังว่าพี่น้องและเพื่อนข้างนอกจะลุกขึ้นมาแทนพวกเรา ต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ เพราะชัยชนะของพี่น้องข้างนอกนั้นจะนำความเจริญรุ่งเรือง เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ มาสู่ประชาชนชาวไทยทุกคนอันเป็นความหวังของพวกเราทุกคน และชัยชนะของพี่น้องข้างนอกนั้น เป็นหนทางเดียวที่จะปลดปล่อยพวกเรา และพี่น้องของเราที่พวกเผด็จการและสมุนกักขังไว้ให้ได้รับอิสรภาพ

ด้วยความเคารพในพี่น้องและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหลายที่ร่วมต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้ พวกเราขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการต่อสู้ แม้ในการต่อสู้ของพี่น้องผองเพื่อนที่จะเกิดขึ้นในเย็นวันที่ 6 มีนาคม 2564 นี้ พวกเราจะไม่ได้ออกไปร่วมต่อสู้ด้วย แต่ขอให้เชื่อว่าพวกเราที่ถูกคุมขังอยู่ได้ไปยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องผองเพื่อนทุกคน แม้เราจะไม่ได้ร่วมเดินทางในการต่อสู้ในวันที่ 6 มีนาคม 2564 นี้ แต่ขอให้พี่น้องผองเพื่อนจงได้ยินความในใจของเราทั้งสามข้อข้างต้น เหมือนว่าพวกเราได้ตะโกนบอกพี่น้องผองเพื่อนในการชุมนุมต่อสู้ทุกคราวที่ผ่านมา”

นั่นคือข้อความที่ส่งออกมาจากเรือนจำที่อ้างถึงคำพูดของแกนนำ ซึ่งหมายความไม่ต้องแปลความเลยนั่นก็คือ ม็อบเท่านั้นที่จะพาพวกเขาออกมาจากเรือนจำได้ ไม่ใช่ศาลหรือกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องยื่นขอประกันตัว หรือ ต่อสู้ทางกฎหมายด้วยพยานหลักฐาน และเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ย้อนไปราว3ทุ่มของคืนวันที่ 26 มีนาคม 2554 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยศในขณะนั้น ได้วิดีโอลิงก์ มายังเวทีคนเสื้อแดงที่คอนเสิร์ต ‘รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม’ ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดย ทักษิณ ได้กล่าวกับคนเสื้อแดงช่วงหนึ่งว่า “พาผมกลับบ้านด้วยนะครับ พร้อมจะกลับไปรับใช้พี่น้องครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าการกดดันประชาชนไม่ให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ถือเป็นการคิดสั้นและคิดผิด นอกจากนี้ ขอให้คนเสื้อแดงจับตาดูการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะถ้ามีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม บ้านเมืองจะเลวร้ายลงอีกมากมาย”

ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2556 นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร และ ประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัดในขณะนั้น ก็ได้กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเช่นกันว่า อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ โดยจะมารวมตัวกันประกาศเสียงดังๆกันในหลายๆจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้ อดีตนายกฯทักษิณ กลับประเทศไทยผ่านทาง จังหวัดหนองคาย ซึ่งจะนำชาวอีสานจากทุกจังหวัดไปรอรับ ก่อนที่จะเข้าไปยังกรุงเทพฯ เพื่อไปประกันตัวและต่อสู้คดี 3 ศาล

“ก่อนหน้านี้อดีตนายกรัฐมนตรีบอกว่าอยากกลับมาแบบเท่ ๆ แต่หลังจากรอมา 1 ปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววที่จะได้กลับมา ซึ่งวันนี้มันถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนในนามชมรมคนรักอุดรและกลุ่มคนรักทักษิณจะต้องออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น

เราเห็นว่าเสียงจากประชาชนเท่านั้นที่จะพาอดีตนายกฯทักษิณกลับบ้านได้ จึงเริ่มซาวเสียงมาตั้งแต่วันครบรอบ 7 ปี ของชมรมคนรักอุดร พวกเราจึงคิดว่าในวันที่ 24 พ.ค.นี้ จะเริ่มที่ จ.อุดรธานี เป็นแห่งแรก ในการเชิญชวนพี่น้องหมู่คนรักทักษิณ ให้ออกมาแสดงพลังกันที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ถ้าพี่น้องเราใน จ.อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู ออกมาแสดงพลังกันเป็นแสนคน เราก็จะขยายไปทำยังจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปอีก

โดยจะเป็นการชุมนุมประกาศเสียงดัง ๆ ว่า พวกเราจะพาทักษิณฯกลับประเทศไทย โดยมีประชาชนเป็นเกราะป้องกัน พาท่านไปสู้คดีทั้ง 3 ศาล นี่คือเสียงของประชาชนจะแสดงตามแนวทางสันติ ไม่ใช่ต้องการเผชิญหน้ากับใครทั้งสิ้น ”นายขวัญชัย กล่าว

นั่นคือเสียงของทักษิณ ชินวัตร และคนเสื้อแดงที่จะพากลับประเทศได้ ด้วยอาศัยพลังของม็อบ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจประเทศต้องเป็นฝ่ายกุมเกมอำนาจบริหาร ซึ่งเห็นแล้วหรือไม่ว่า ช่างบังเอิญกับเสียงของแกนนำม็อบราษฎรที่ส่งออกมาจากคุกในวันนี้ ทั้งหลายทั้งปวงก็คือ ม็อบต้องชนะเท่านั้น ต้องสร้างความวุ่นวาย ให้เกิดเรื่องใหญ่ ให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงรัฐไทยเท่านั้น นี่คือความเหมือนของทักษิณและม็อบราษฎรที่มีคนอยู่เบื้องหลัง!!!